Skip to content
Home » News » ศาลสูงสุดสหรัฐ รับคำอุทธรณ์คดีระเบิดบอสตัน

ศาลสูงสุดสหรัฐ รับคำอุทธรณ์คดีระเบิดบอสตัน

ศาลสูงสุดสหรัฐ รับคำอุทธรณ์คดีระเบิดบอสตัน ศาลสูงสุดสหรัฐ – วันที่ 22 มี.ค. ซีเอ็นเอ็น และ เดลีเมล รายงานว่า ศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกาตกลงที่จะพิจารณาคำอุทธรณ์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐในการคืนคำพิพากษาประหารชีวิตของ นายโจฮาร์ ซาร์นาเยฟ อายุ 27 ปี ผู้ถูกตัดสินมีความผิดในเหตุระเบิดบอสตันมาราธอนเมื่อปี 2556 คร่าชีวิตผู้ชมกิจกรรม 3 ราย ตำรวจอีก 1 นาย และผู้บาดเจ็บมากกว่า 260 คน

นายโจฮาร์ ซาร์นาเยฟ และนายทาเมอร์ลัน ซาร์นาเยฟ

ตำรวจรวบตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดในงานวิ่งบอสตันมาราธอนคนที่สองไว้ได้แล้ว หลังจากเข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่งบนถนนแฟรงคลินในเมืองวอเตอร์ทาวน์ ซึ่งเป็นย่านชานเมืองของบอสตัน ที่เชื่อว่าผู้ต้องสงสัย

หลบซ่อนตัวอยู่หลังเกิดการยิงปะทะกัน ผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจกำลังปิดล้อมมีชื่อว่า โซคาร์ ซาร์นาเยฟ อายุ 19 ปี เป็นชาวเชชเนีย ซึ่งซ่อนตัวในเรือลำหนึ่งที่จอดอยู่ในสวนหลังบ้านดังกล่าว เจ้าของบ้านเห็นรอยเลือดใกล้เรือจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ของตำรวจตรวจพบสัญญาณความร้อน ซึ่งยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว หลังจับกุมตัวได้ ตำรวจนำตัวนายซาร์นาเยฟที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากบาดแผลถูกยิงที่คอและขาระหว่างยิงต่อสู้กับตำรวจเมื่อศุกร์ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเมืองบอสตัน

ขณะที่ชาวเมืองบอสตันต่างออกมาออกันอยู่เต็มสองฟากข้างถนนในเขตวอเตอร์ทาวน์ และต่างพากันโห่ร้องแสดงความดีอกดีใจ โบกไม้โบกมือ และปรบมือให้กับตำรวจ ที่สามารถจับกุมคนร้ายได้

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ แถลงหลังตำรวจจับตัวผู้ต้องสงสัยคนที่ 2 ไว้ได้ โดยให้คำมั่นว่าจะหาคำตอบว่าสิ่งใดเปลี่ยนให้สองพี่น้องชาวเชเชนที่มาอาศัยในสหรัฐ ลุกขึ้นมาก่อเหตุระเบิดในงานวิ่งบอสตัน มาราธอน พร้อมกล่าวอีกว่าอเมริกาเป็นหนี้บุญคุณเจ้าหน้าที่ความมั่นคงทั้งตำรวจบอสตัน ทางการรัฐแมสซาชูเซตส์และเอฟบีไอ ที่จับกุมคนร้ายได้ และว่าไม่ว่าใครจะกระทำการชั่วร้ายใดๆ ก็จะล้มเหลว และไม่อาจชนะได้เพราะว่าชาวบอสตัน และชาวอเมริกันจะไม่ยอมถูกข่มขู่ คุกคาม

ก่อนหน้านี้ ตำรวจเริ่มปฏิบัติการไล่ล่าครั้งใหญ่โดยจัดกำลังตำรวจถึง 9,000 นาย กระจายกำลังรอบเมืองวอเตอร์ทาวน์และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งสั่งปิดการขนส่งทั้งหมด ตลอดจนสถานศึกษา โรงเรียน และมหาวิทยาลัย และบอกให้ประชาชนในเขตนครบอสตันเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยก่อนหน้านี้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ตำรวจเพิ่งยิงผู้ต้องสงสัย 1 คนเสียชีวิต ทราบชื่อว่านายทาเมอร์ลัน ซาร์นาเยฟ วัย 26 ปี พี่ชายของนายโซคาร์ ทั้งคู่เป็นชาวมุสลิมจากเชชเนีย ที่หนีความรุนแรงจากดาเกสถานในรัสเซียมาอาศัยอยู่ในเมืองวอเตอร์ทาวน์ ใกล้เมืองบอสตันอย่างถูกกฏหมายเมื่อราว 10 ปีก่อน ทั้งสองเคยระบุในสื่อสังคมแสดงความเห็นอกเห็นใจการต่อสู้ของเชชเนีย ซึ่งเผชิญสงคราม 2 ครั้งนับแต่เมื่อปี 2537 ระหว่างรัสเซียและกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าสองพี่น้องวางแผนก่อเหตุระเบิดมานานเท่าใด หรือมีร่องรอยทิ้งไว้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามหรือไม่ ซึ่งทฤษฎีที่ตำรวจสันนิษฐานว่าทั้งคู่ได้แรงจูงใจจากกลุ่มมุสลิมสุดโต่ง ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีการติดต่อกับเครือข่ายก่อการร้ายอัลเคด้าหรือกลุ่มใดๆ ในต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนบุคคลอีก 3 คนในเมืองนิวเบดฟอร์ด รัฐแมสซาชูเซตส์ ฐานพัวพันกับเหตุระเบิดในงานวิ่งบอสตัน มาราธอน เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับนายโซคาร์ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกจับกุมตัว

ศาลสูงสุดสหรัฐ รับคำอุทธรณ์คดีระเบิดบอสตัน หลังจากที่เมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้ว ศาลอุทธรณ์รัฐบาลกลางมีความเห็นที่จะลบล้างโทษประหารชีวิตนายซาร์นาเยฟ และให้นายซาร์นาเยฟรับโทษจำคุกตลอดชีวิตจากเหตุระเบิดที่เป็น “การกระทำโหดเหี้ยมเกินบรรยาย” และควรได้รับการพิจารณาขั้นตอนการลงโทษใหม่ (new penalty-phase trial) โดยอ้างปัญหา การคัดเลือกคณะลูกขุน และ ความล้มเหลวในการคัดกรองลูกขุนในส่วนของอคติที่อาจเกิดขึ้นหลังการรายงานข่าวของสื่อ

ศาลสูงสุดสหรัฐ รับคำอุทธรณ์คดีระเบิดบอสตัน
https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6183101

ศาลสูงสุดสหรัฐจะพิจารณาคดีดังกล่าวในปลายปีนี้ และยังไม่รู้ว่ารัฐบาลสหรัฐของ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะมีแนวทางอย่างไร เนื่องจากการฟ้องร้องเบื้องต้นและการตัดสินใจขอประหารชีวิตในดีดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่รัฐบาลของ อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา และนายไบเดนเป็นรองประธานาธิบดีในเวลานั้น แต่ประธานาธิบดีไบเดนให้คำมั่นที่จะหาทางยุติโทษประหารชีวิตของรัฐบาลกลาง

ทั้งนี้ นายซาร์นาเยฟ ในเวลานั้น อายุ 19 ปี ร่วมมือกับ นายทาเมอร์ลัน ซาร์นาเยฟ อายุ 26 ปี พี่ชายนายโจฮาร์ จุดระเบิดหม้ออัดแรงดัน 2 ลูก ใกล้เส้นชัยของการแข่งขันบอสตันมาราธอนเมื่อปี 2556 ทำให้ คริสเทิล แคมป์เบลล์ มาร์ติน ริชาร์ด และ ลู่ หลิงจือ เสียชีวิตในงานการแข่งขันมาราธอน นอกจากนี้ มีผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย คือ ฌอน คอลเลียร์

นายซาร์นาเยฟถูกตัดสินโทษในความผิด 30 ข้อหา รวมถึงสมคบคิดและใช้อาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงก่อการร้ายในปี 2556 และถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2558 ขณะนี้ถูกคุมขังในเรือนจำกลางที่เมืองฟลอเรนซ์ รัฐโคโลราโด ส่วนนายทาเมอร์ลันเสียชีวิตหลังยิงต่อสู้กับตำรวจและถูกน้องชายขับรถทับขณะหลบหนี

ทนายความจำเลยโต้แย้งว่า นายซาร์นาเยฟไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม เนื่องจากผู้พิพากษาจำกัดความสามารถในการสอบสวนคณะลูกขุนว่า การรายงานข่าวของสื่ออาจส่งผลกระทบต่อความเป็นกลางของคณะลูกขุนอย่างไร

นอกจากนี้ ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่า ผู้พิพากษาละเว้นหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับนายทาเมอร์ลันอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งฝ่ายจำเลยอธิบายว่าเป็นผู้บงการเบื้องหลังการโจมตีบอสตันมาราธอน

ต่อมา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐในรัฐบาล อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นคำอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดเพื่อขอคืนคำพิพากษาประหารชีวิตนายซาร์นาเยฟในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดย นายวิลเลียม บาร์ อัยการสูงสุดสหรัฐ ในเวลานั้น ให้คำมั่นจะดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็น

คำอุทธรณ์ของรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า เหตุระเบิดทำให้คนบาดเจ็บสาหัสข้างถนนในสภาพเหมือนเขตการต่อสู้และพังพินาศ เลือดและชิ้นส่วนร่างกายกระจายเกลื่อนทุกหนแห่ง ท่ามกลางลูกกระสุน BB ตะปู เศษโลหะ และเศษแก้ว

นอกจากนี้ อธิบายอย่างเป็นขั้นตอนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเกิดเหตุระเบิด และวิจารณ์อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความเห็นของศาลอุทธรณ์ที่ตัดสินให้นายซาร์นาเยฟพ้นโทษประหารชีวิต ซึ่งรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าเป็นหนึ่งในการฟ้องร้องคดีการก่อการร้ายที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ และว่าการพิจารณาขั้นตอนการลงโทษใหม่จะบีบให้เหยื่อเหตุระเบิดต้องมาขึ้นศาลครั้งที่สอง

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6183101