Skip to content
Home » News » สงครามนากอร์โน คาราบัค ตาย5พันศพ

สงครามนากอร์โน คาราบัค ตาย5พันศพ

สงครามนากอร์โน คาราบัค ตาย5พันศพ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ระบุว่าการสู้รบระหว่างกองกำลังชาวอาร์เมเนียกับกองทัพอาเซอร์ไบจานที่เขตนากอร์โน-คาราบัก ยาวนานกว่า 3 สัปดาห์ ทำให้ล้มตายด้วยกันทั้งสองฝ่ายแล้วเกือบ 5,000 คน

 ประธานาธิบดีปูตินกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การสู้รบที่นากอร์โน-คาราบักมีความสูญเสียอย่างหนักด้วยกันทั้งสองฝ่าย ฝ่ายละมากกว่า 2,000 คน ยอดผู้เสียชีวิตรวมกันมีมากเกือบ 5,000 คนแล้ว

    ทางการของนากอร์โน-คาราบัก ดินแดนกบฏเชื้อสายอาร์เมเนียที่ประกาศเอกราชจากอาเซอร์ไบจาน กล่าวว่า การต่อสู้ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน ทำให้กำลังพลเสียชีวิตแล้ว 874 คน พลเรือน 37 คน ส่วนอาร์เซอร์ไบจานกล่าวว่า มีพลเรือนเสียชีวิต 61 คน บาดเจ็บ 291 คน แต่ไม่เปิดเผยจำนวนทหารที่เสียชีวิต

วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ระบุในวันพฤหัสบดี (22 ต.ค.) ว่าหลายสัปดาห์แห่งการสู้รบระหว่างอาเซอร์ไบจานกับอาร์เมเนีย เกี่ยวกับพื้นที่พิพาทนากอร์โน-คาราบัค ได้คร่าชีวิตผู้คนแล้วเกือบ 5,000 ศพ ในขณะที่บรรดาผู้นำโลกกำลังดิ้นรนเป็นคนกลางให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง

สงครามนากอร์โน คาราบัค ตาย5พันศพ
https://www.thaipost.net/main/detail/81500

สงครามนากอร์โน คาราบัค ตาย5พันศพ ดินแดนพิพาทนากอร์โน-คาราบัค ซึ่งตั้งอยู่ในอาเซอร์ไบจานแต่ปกครองโดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอาร์เมเนีย ได้ที่รับการสนับสนุนจากอาร์เมเนีย ปะทุเข้าสู่การสู้รบเต็มรูปแบบอีกครั้งเมื่อเดือนที่แล้ว

นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย และประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน ปฏิเสธเสียงเรียกร้องสันติภาพ และข้อตกลงหยุดยิงซึ่งมีรัสเซียเป็นคนกลาง พังครืนลงทั้ง 2 รอบ หลังต่างฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลง

ปูติน กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ในวันพฤหัสบดี (22 ต.ค.) ว่าแต่ละฝ่ายต้องสูญเสียมากกว่า 2,000 คน ในเหตุสู้รบที่พบเห็นชาวบ้านหลายหมื่นคนต้องไร้ถิ่นฐาน และต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าเป็นอาชญากรสงคราม “จำนวนผู้เสียชีวิตเกือบใกล้ 5,000 คนแล้ว”

กลุ่มแบ่งแยกดินแดนอาร์เมเนียและกองทัพอาเซอร์ไบจานต่างกล่าวอ้างว่าสามารถก่อความเสียหายใหญ่หลวงแก่อีกฝ่าย ในแง่ของยุทโธปกรณ์และบุคลากรทางทหาร

จนถึงตอนนี้มีการยืนยันตัวเลขอย่างเป็นทางการของผู้เสียชีวิตจากเหตุสู้รบที่ปะทุขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 กันยายน ไม่ถึง 1,000 คน ในนั้นรวมถึงพลเมือง ตัวเลขซึ่งเชื่อว่าต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก เนื่องจากทางอาเซอร์ไบจานไม่เปิดเผยข้อมูลความสูญเสียด้านการทหาร

อาเซอร์ไบจานโอ้อวดว่าพวกเขาเป็นฝ่ายรุกคืบ หลังการสู้รบยืดเยื้อมานานเกือบ 1 เดือน และทาง นิโคล ปาชินเนียน นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย ยอมรับเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ว่า ประเทศของเขากำลังเผชิญ “สถานการณ์ที่ยากลำบาก” ในแนวทางของสมรภูมิรบ

ประธานาธิบดีอิลฮัม อาลิเยฟ ของอาเซอร์ไบจาน อ้างเมื่อวันพฤหัสบดี (22 ต.ค.) ว่าเวลานี้พวกเขาควบคุมชายแดนติดกับอิหร่านอย่างสมบูรณ์ แต่ทางอาร์เมเนีย ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว

นากอร์โน-คาราบัค ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของเทือกเขาคอเคซัสถูกกำหนดให้เป็นดินแดนปกครองตนเองภายในอาเซอร์ไบจานตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียต ดินแดนนี้ได้ประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากอาเซอร์ไบจาน เมื่อปี 1991 หรือราว 3 เดือนก่อนที่สหภาพโซเวียตจะล่มสลาย ต่อมาได้เกิดสงครามแบบเต็มรูปแบบขึ้นเมื่อปี 1992 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปประมาณ 30,000 คน

เมื่อสงครามสงบลงในปี 1994 กองกำลังอาวุธของอาร์เมเนียไม่เพียงยึดนากอร์โน-คาราบัค เอาไว้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงพื้นที่จำนวนหนึ่งซึ่งอยู่นอกพรมแดนอย่างเป็นทางการของดินแดนนี้ด้วย

อาเซอร์ไบจานไม่เคยปิดบังความปรารถเข้าควบคุมคาราบัคและภูมิภาคอื่นๆอีก 7 แห่งโดยสมบูรณ์ แต่พวกนักวิเคราะห์มองว่าด้วยวิธีการทางทหารเพียงอย่างเดียว ยากที่อาเซอร์ไบจานจะบรรลุเป้าหมาย

เวลานี้แนวทางด้านการทูตสำหรับคลี่คลายวิกฤตครั้งนี้ดูจะอ่อนแรงลงไป ด้วย ณ ปัจจุบัน ปาชินเนียน ปฏิเสธแนวทางด้านการทูตสำหรับคลี่คลายความขัดแย้งใดๆ ส่วนทาง อาลิเยฟ เมื่อเร็วๆ นี้ก็ประกาศกร้าวว่าจะไล่ล่ากองกำลังของอาร์เมเนีย เหมือนกับ “พวกสุนัข”

    ปูตินกล่าวด้วยว่า สหรัฐจะช่วยรัสเซียทำหน้าที่คนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งนี้ด้วย.

เหตุปะทะเกิดขึ้นเมื่อวันที่  27 กันยายน โดยกองทัพของทั้งสองประเทศต่างกล่าวหาอีกฝ่ายเปิดฉากโจมตีใส่เป้าหมายในเขตนาร์กอโน-คาราบัค ซึ่งเป็นเขตพิพาทระหว่างกันที่ยืดเยื้อมายาวนาน การโจมตีทางอากาศและการใช้ปืนใหญ่ได้สร้างความเสียหายให้แก่ทั้งสองประเทศ ในคำประกาศเมื่อวันที่  28 กันยายนกระทรวงกลาโหมอาเซอร์ไบจานได้ยืนยันว่า ได้สังหารทหาร 550 นาย ทำลายรถหุ้มเกราะ 22 คัน ฐานยิงระบบป้องกันภัยทางอากาศ 15 แห่ง เครื่องบินไร้คนขับ 18 ลำ ฐานปืนใหญ่ แห่งและคลังกระสุน แห่งของอาร์เมเนีย  ส่วนกองทัพอาร์เมเนียได้เผยว่า อาเซอร์ไบจานมีทหารเสียชีวิตเกือบ 200 นาย รถหุ้มเกราะถูกทำลาย 30 คัน อีกทั้งปฏิเสธตัวเลขผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตที่อาเซอร์ไบจานได้ประกาศ โดยยืนยันว่า อาร์เมเนียมีทหารเสียชีวิต 16 นายและได้รับบาดเจ็บ  100 นายนอกจากนี้กองทัพทั้งสองประเทศยังเผยแพร่วีดีโอและภาพถ่ายเกี่ยวกับการโจมตีใส่กองทัพของอีกฝ่ายเพื่อเป็นหลักเห็นยืนยันถึงความเสียหายของอีกฝ่าย

การปะทะที่ดุเดือดและเสี่ยงทวีความรุนแรง

ตามแหล่งข่าวต่างๆและจากความเห็นบรรดานักวิเคราะห์การปะทะระหว่างอาเซอร์ไบจานกับอาร์เมเนียเมื่อวันที่ 27 กันยายนมีความดุเดือดมากกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับการปะทะเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากทั้งสองฝ่ายได้ใช้อาวุธสงครามหนักหลายชนิด แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลกว่าในช่วงนี้คือ ทั้งสองฝ่ายยังคงแสดงทัศนะที่แข็งกร้าว ซึ่งอาจทำให้วิกฤตในปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้น

โดยทั้งอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าได้ระดมกองกำลังจากภายนอกเข้าร่วมการปะทะ ฝ่ายอาร์เมเนียได้กล่าวหาโดยไม่แสดงหลักฐานว่า ตุรกีส่งนักรบซีเรียเกือบ 4 พันนายพร้อมเครื่องบินไร้คนขับและผู้เชี่ยวชาญด้านทหารไปยังเขตนาร์กอโน-คาราบัคเพื่อสนับสนุนกองทัพอาเซอร์ไบจาน ส่วนทางการอาเซอร์ไบจานได้ปฏิเสธข้อมูลนี้พร้อมกล่าวหาอาร์เมเนียว่ากำลังใช้ทหารรับจ้างจากซีเรียและบางประเทศในตะวันออกกลางในการปะทะในเขตนาร์กอโน-คาราบัคแต่ก็ไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆเช่นกัน

https://mgronline.com/around/detail/9630000108435