Skip to content
Home » News » สงครามเย็นบนหมากกระดาน บ๊อบบี้

สงครามเย็นบนหมากกระดาน บ๊อบบี้

สงครามเย็นบนหมากกระดาน บ๊อบบี้
https://www.mainstand.co.th/1800

สงครามเย็นบนหมากกระดาน บ๊อบบี้ ปีต่อมา มิคาอิล บอทวินนิก ที่เคยปฏิเสธจะเจอกับ บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ ตกลงที่จะเจอกับเขา พร้อมประกาศกร้าวด้วยความมั่นใจด้วยว่าเขาจะโค่น บ๊อบบี้ ได้สำเร็จแน่นอน ทว่าที่สุดแล้ว มิคาอิล กลับเป็นเหยื่ออีกรายให้เขาเชือด โดย บ๊อบบี้ เอาชนะไปอย่างขาดลอย 6-0 เกม นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของสหภาพโซเวียตต่อสหรัฐอเมริกานับตั้งแต่ปี 1876

“บ๊อบบี้ ไม่มีข้อผิดพลาดในการเล่นเลย และเขาเพิ่งอายุ 19 นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง” อเล็กซานเดอร์ โคทอฟ ปรมาจารย์หมากรุกให้ความเห็น

ชัยชนะเหนือ มิคาอิล บอทวินนิก ของ บ๊อบบี้ ถือเป็นการสั่นคลอนขั้วอำนาจหมากรุกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคสงครามเย็นที่ทั้งสองประเทศจะยอมกันไม่ได้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นเพื่อตัดสินความเป็นหนึ่ง การแข่งขันหมากรุกครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติจึงได้ถือกำเนิดขึ้น

สงครามเย็นบนหมากกระดาน

การแข่งขันหมากรุกครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติเกิดขึ้นในเดือน กรกฎาคม ปี 1972 ณ เมือง เรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ โดยเหตุผลที่เลือกประเทศเล็กๆ ประเทศนี้เป็นสถานที่แห่งการดวล ก็เพราะไอซ์แลนด์เป็นประเทศหมู่เกาะที่อยู่ห่างไกล ไม่มีบทบาทในทางการเมืองโลก ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายไหน มันจึงเปรียบเสมือน “สนามกลาง” ที่ขั้วอำนาจฝั่งเสรีนิยมประชาธิปไตยจะโคจรมาพบกับฝั่งสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ 

คู่ต่อสู้ของ บ๊อบบี้ มีชื่อว่า บอริส สปัสสกี แชมป์โลกหมากรุกคนปัจจุบัน ณ เวลานั้น และถือเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของสหภาพโซเวียต ที่ถึงแม้ บ๊อบบี้ จะมหัศจรรย์ขนาดไหน แต่ทางฝ่ายโซเวียตเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า เขาต้องสยบต่อฝีมือแสนร้ายกาจของ สปัสสกี อย่างแน่นอน 

ศึกครั้งนี้มีตำแหน่งแชมป์โลกเป็นเดิมพัน นอกจากนั้นผู้ชนะยังจะได้รับเงินรางวัล 2.5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ไปนอนกอดอีกด้วย ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่มากที่สุดนับตั้งแต่วงการหมากรุกอาชีพได้ก่อตั้งขึ้น

แต่ยังไม่ทันที่การแข่งขันจะเริ่ม บ๊อบบี้ ก็ป่วนฝ่ายจัดการแข่งขันเสียยับเยินแล้ว ด้วยสภาพจิตใจในตอนนั้นส่งผลให้ บ๊อบบี้ เป็นคนขี้ระแวงเป็นอย่างมาก เขามีข้อเรียกร้องมากมาย และถ้าทางฝ่ายจัดการแข่งขันไม่ยอมทำตาม เขาก็พร้อมจะถอนตัวทันที ตัวอย่างเช่น บ๊อบบี้ ต้องการให้เอาเก้าอี้ผู้ชมแถวหน้าออกไป รวมถึงขอให้มีคนชิมอาหารและเครื่องดื่มให้กับเขาก่อน เพราะเขากลัวโดนวางยาพิษ 

หลังจากจัดการเรื่องวุ่นวายต่างๆ จนทำให้ บ๊อบบี้ รู้สึกพอใจได้สำเร็จแล้ว การแข่งขันเกมแรกก็เริ่มขึ้นท่ามกลางความสนใจของผู้คนทั่วโลก เพราะอย่างที่บอกนี่ไม่ใช่แค่เกมหมากรุก แต่มันคือสงครามระหว่างขั้วมหาอำนาจของโลก ในสหรัฐอเมริกาถึงขั้นที่มีการถ่ายทอดสดทุกวินาทีของการแข่งขันลงบนจอขนาดยักษ์ ณ ไทม์สแควร์ มหานครนิวยอร์กเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามในเกมแรก บ๊อบบี้ กลับพลาดเดินบิชชอปเข้าไปในกับดักที่ สปัสสกี วางไว้ ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้แพ้ แต่ดูเหมือน บ๊อบบี้ จะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ของตัวเอง เขาบอกว่ากล้องถ่ายทอดสดส่งเสียงรบกวนตลอดเวลา ทำให้เขาไม่มีสมาธิ เขาต้องการย้ายลานประลองจากฮอลล์กลางไปยังห้องรับรองเล็กๆ ในอาคารเดียวกัน 

ไม่มีใครได้ยินเสียงรบกวนเหมือนที่ บ๊อบบี้ กล่าวอ้างเลย ดังนั้นในตอนแรกข้อเสนอของเขาจึงถูกเพิกเฉย … แต่คุณก็รู้ว่านี่ใคร บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ มาพร้อมลูกบ้าอยู่แล้ว เขาไม่สนใจว่านี่คือสงครามเย็นหรืออะไรทั้งนั้น เมื่อไม่ได้ตามที่ร้องขอ เขาจึงทำการประท้วงไม่ยอมมาเล่นเกมที่ 2 ส่งผลให้ถูกปรับแพ้ฟาวล์ไป

เมื่อฝ่ายจัดการแข่งขันเห็นท่าไม่ดี คิดว่า บ๊อบบี้ คงเอาจริงแน่ สุดท้ายจึงต้องยอมทำตามข้อเรียกร้องของเขา ย้ายโต๊ะแข่งขันไปที่ห้องรับรองดังกล่าว 

“มันคือเกมจิตวิทยาของคุณหรือเปล่า” นักข่าวคนหนึ่งยิงคำถาม หลังจากเรื่องทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว

“จิตวิทยาเป็นเรื่องไร้สาระ ผมสนใจแค่การเดินหมากที่ถูกต้องเท่านั้น”

สงครามเย็นบนหมากกระดาน บ๊อบบี้
https://www.mainstand.co.th/1800

บ๊อบบี้ พูดถูก เขาไม่สนใจเรื่องจิตวิทยาจริงๆ และก็ได้แสดงให้เห็นทันที นับตั้งแต่เกม 3 เป็นต้นไปเขาก็พ่ายแพ้ต่อ สปัสสกี อีกเพียงเกมเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลือ บ๊อบบี้ กวาดชัยได้เรียบ เมื่อสถานการณ์กลับตาลปัตร คราวนี้กลายเป็นฝั่งสหภาพโซเวียตที่เริ่มระแวงบ้างว่าจะมี CIA มาแอบวางยาในน้ำส้มของ สปัสสกี หวังให้สมองของเขาทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ถึงขั้นที่การแข่งขันต้องหยุดไปครู่หนึ่ง เพื่อนำน้ำส้มแก้วดังกล่าวไปตรวจสอบ แต่ก็ไม่เจออะไร

เมื่อการประชันปัญญาเดินทางมาถึงเกมที่ 21 สปัสสกี ก็ขอยกธงขาวยอมแพ้ บ๊อบบี้คือผู้ชนะ และกลายเป็นแชมป์โลกหมากรุก สำหรับสหภาพโซเวียต นี่คือครั้งแรกในรอบ 24 ปีที่ตำแหน่งแชมป์โลกหลุดลอยไปจากมือของพวกเขา แต่ที่สำคัญที่สุด … นี่คือการประกาศชัยชนะครั้งสำคัญในสงครามเย็นของฝ่ายประชาธิปไตยต่อฝ่ายคอมมิวนิสต์

“บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ แสดงให้โลกเห็นว่าหมากรุกในระดับสูงของเขาคือการต่อสู้กันแบบเอาเป็นเอาตาย เป็นความดุเดือดในรูปแบบศิลปะที่มนุษย์ได้สร้างสรรค์ขึ้น” ฮาโรลด์ โชนเบิร์ก  นักหมากรุกอาชีพกล่าวถึงการแข่งขันครั้งดังกล่าวไว้ในหนังสือ Grandmasters of Chess

การแข่งขันระหว่าง บ๊อบบี้ กับ สปัสสกี กินเวลายาวนานกว่า 2 เดือน โดยในระหว่างนั้นมีการถ่ายทอดสดตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อ บ๊อบบี้ ชนะ เขาจึงกลายเป็นบุคคลมีชื่อเสียงระดับประเทศในชั่วข้ามคืน ไม่ต่างอะไรจากศิลปินซูเปอร์สตาร์ ถึงขั้นที่ว่าประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน เรียกเขาเข้าไปพบถึงทำเนียบขาวเลยทีเดียว 

สำหรับคนอื่น ชัยชนะครั้งดังกล่าวคงเป็นเหมือนประตูแห่งการเริ่มต้นที่เปิดต้อนรับความสำเร็จใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต แต่อย่าลืมว่านี่คือ บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ อัจฉริยะหมากรุกผู้ที่หัวใจแตกสลายไปนานแล้ว ทุกอย่างจึงส่งผลตรงกันข้าม ชัยชนะได้ผลักเขาลงสู่ก้นบึ้งชีวิตอันมืดมิดที่เขาไม่อาจปีนกลับขึ้นมาได้อีกเลย

สงครามเย็นบนหมากกระดาน ตัวหมากที่แตกสลาย

หลังกลับจากประเทศไอซ์แลนด์ บ๊อบบี้ ที่กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ขวัญใจมหาชนชาวอเมริกันไปแล้ว กลับทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาปฏิเสธเงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ผู้สนับสนุนต้องการจะมอบให้ ปฏิเสธการกล่าวสุนทรพจน์ หรือแม้กระทั่งการเซ็นลายเซ็นลงบนกระดานหมากรุกให้กับเหล่าแฟนคลับเขาก็ไม่ยินดี 

ยิ่งไปกว่านั้นแม้แต่โลกแห่งหมากรุกที่เขาหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด เขาก็ยังละทิ้งมันไปด้วย ไม่มีใครคาดคิดว่าการแข่งขันระหว่าง บ๊อบบี้ กับ สปัสสกี ในปี 1972 จะกลายเป็นการแข่งขันต่อหน้าสาธารณะชนครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะหายหน้าไปนานกว่า 20 ปี

“หลังจากปี 1972 เป็นต้นไป โลกได้สูญเสียผลงานศิลปะชิ้นสำคัญไปตลอดกาล ถ้าเขา (บ๊อบบี้) ยังปกติดี เชื่อว่าเขาต้องสรรค์สร้างงานศิลปะบนกระดานหมากรุกอีกมากมายแน่นอน” บรูซ แพนโดลฟินี นักวิชาการด้านหมากรุกสากลกล่าว

ไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดของการปลีกตัวหลีกหนีสังคมของ บ๊อบบี้ เผยออกมา แต่ก็คาดเดาได้ไม่ยากกว่าสภาพจิตใจอันเปราะบางของเขานั้นคงจะรับกับชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศต่างๆ ที่เข้ามาไม่ไหว เนื่องจาก บ๊อบบี้ ไม่ใช่คนประเภททะเยอทะยานไขว่คว้าสิ่งเหล่านี้ เขาแค่ต้องการเล่นหมากรุกอย่างเงียบๆ เท่านั้น

แม้แต่ในปี 1975 ที่ถึงคิว บ๊อบบี้ ต้องป้องกันแชมป์โลกหมากรุก (ขณะนั้น การแข่งขันหมากรุกชิงแชมป์โลกจะมีขึ้นทุก 3 ปี) ที่ได้มากับ อนัตลอย คาปอฟ เขาก็ส่งมาแค่จดหมาย พร้อมกับข้อเรียกร้อง 179 ข้อถ้าจะให้เขากลับมาป้องกันแชมป์ … แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำตามข้อเรียกร้องดังกล่าว จนสุดท้ายก็ถูกยึดตำแหน่งแชมป์กลับคืนไป โดยที่ยังไม่ได้ขยับเดินหมากเลยแม้แต่ตาเดียว 

“ผมคิดว่าเขาคงรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้” แชมป์โลกคนใหม่อย่าง คาปอฟ กล่าว เขาเองก็ไม่รู้สึกยินดีนักที่ได้แชมป์มาด้วยวิธีนี้

หลังจากนั้น บ๊อบบี้ ก็ใช้ชีวิตอย่างคนไร้ถิ่นฐาน ร่อนเร่ไปเรื่อยๆ ตามแต่โชคชะตาฟ้าลิขิต เรียกได้ว่าในตอนนี้ความคิดของ บ๊อบบี้ นั้นอยู่เหนือความเข้าใจตามสามัญสำนึกทั่วไปจะเข้าใจได้แล้ว นอกจากนั้นเขายังมีอคติกับจิตแพทย์ ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา บ๊อบบี้ จึงไม่เคยได้รับการรักษาวินิจฉัยอย่างจริงจังเลย มีเพียงการคาดเดาของแพทย์ผ่านข้อมูลที่ได้รับจากสื่อเท่านั้นว่าอาการที่ บ๊อบบี้ เป็นอยู่ มีโอกาสสูงที่จะเป็นโรค Monomania (ความผิดปกติทางจิตใจที่ส่งผลกระทบต่อการรับมือกับสภาพแวดล้อมภายนอก)

“มีคนพบเห็นเขาอาศัยอยู่ในห้องเช่าราคาถูกในลอสแอนเจลิส และเขามักจะออกมานั่งรถบัสประจำทางสายลอสแอนเจลิส-พาซาดีน่า โดยระหว่างนั้นเขาจะนั่งอ่านตำราหมากรุกที่มุมหนึ่งของรถอย่างเงียบๆ ไปด้วย” คำบอกเล่าของ อีวาน สโลตารอฟ นักเขียนจาก Esquire 

จนกระทั่งเวลาเคลื่อนเข้าสู่ปี 1992 หรือ 20 ปีหลังจากการแข่งขันที่ประเทศไอซ์แลนด์ บ๊อบบี้ ก็ปรากฏตัวขึ้นในโลกหมากรุกอีกครั้ง โดยเขาได้ตอบรับข้อเสนอมูลค่า 5 ล้านยูโร จากนักธุรกิจชาวเซอร์เบียนามว่า เจดิเมียร์ วาสเจวิค เพื่อ “ศึกรีแมตช์” ระหว่างเขากับ สปัสสกี โดยการแข่งขันครั้งนี้ไม่มีสมาคมไหนรองรับ เป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งที่จัดขึ้นโดยมีเงินเป็นตัวกลางเท่านั้น สังเวียนคือ Sveti Stefan รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ณ ประเทศยูโกสลาเวีย

ไม่มีข้อยืนยันที่แน่ชัดถึงสาเหตุที่ บ๊อบบี้ ตอบรับข้อเสนอดังกล่าวทั้งๆ ที่หายหน้าไปจากโลกหมากรุกนานกว่า 20 ปี แต่มีการคาดเดากันว่า บ๊อบบี้ น่าจะต้องการเงินมาเพื่อจุนเจือในการใช้ชีวิต เขากำลังถังแตกอย่างหนัก และเงินรางวัลที่เขาได้จากการชนะ สปัสสกี เมื่อ 20 ปีก่อนเขาก็บริจาคให้กับโบสถ์แห่งหนึ่งในกรุงเรคยาวิกจนหมดเกลี้ยงไปแล้ว

แต่เพียงแค่งานแถลงข่าวก็เป็นเรื่องเสียแล้ว เมื่อ บ๊อบบี้ นำจดหมายจากทางการสหรัฐอเมริกามาให้สื่อมวลชนดู โดยเนื้อความในนั้นระบุว่าถ้า บ๊อบบี้ ตกลงตอบรับการแข่งขันนี้ จะมีความผิดต่อกฎหมายอเมริกา เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวสหรัฐอเมริกากำลังคว่ำบาตรยูโกสลาเวียอยู่ ในฐานะที่เป็นพลเมืองอเมริกา การกระทำที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจยูโกสลาเวียให้ดีขึ้นล้วนเป็นความผิด 

แน่นอนว่า บ๊อบบี้ ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นเขายังฉีกเอกสารดังกล่าวพร้อมถ่มน้ำลายใส่อย่างบ้าคลั่งต่อหน้าสื่อมวลชนกว่า 150 ชีวิต นั่นหมายความว่าต่อจากนี้ถ้าเขาเดินทางกลับสหรัฐอเมริกา เขาจะถูกจับกุมตัวทันที

การแข่งขันรีแมตช์ระหว่าง บ๊อบบี้ กับ สปัสสกี ไม่มีอะไรให้น่าจดจำ เทียบไม่ได้เลยกับเมื่อ 20 ปีก่อน ครั้งนี้ทั้งคู่เหมือนมาเล่นให้มันจบๆ ไป บ้างก็มีข้อมูลรายงานว่า สปัสสกี รู้สึกสงสาร บ๊อบบี้ อย่างมาก จึงยอมปล่อยให้เขาชนะไปอย่างสบายๆ อย่างไรก็ตามตัวของ สปัสสกี เองก็ไม่เคยออกมายืนยันถึงข้อเท็จจริงนี้

หลังจากการแข่งขันครั้งนี้จบลง เมื่อกลับมาตุภูมิบ้านเกิดตัวเองไม่ได้ บ๊อบบี้ ก็เลือกที่จะพเนจรไปเรื่อยๆ ตามเมืองต่างๆ ทั่วโลก โดยไม่หวนกลับสู่อเมริกาอีกเลยแม้กระทั่งวันที่ แม่ และ พี่สาวของเขาเสียชีวิต 

วันที่ในข่าวนี้ 1 มกราคม 1972 วันที่ประมาณการ