Skip to content
Home » News » สงครามโปแลนด์-ออตโตมัน

สงครามโปแลนด์-ออตโตมัน

สงครามโปแลนด์-ออตโตมัน  (ค.ศ. 1683-1699) เป็นสงครามโปแลนด์-ออตโตมันครั้งที่สาม หรือ สงครามสันนิบาตศักดิ์ศิทธิ์ ที่ใช้โดยฝ่ายโปแลนด์ หรือ ในความขัดแย้งที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาสงครามตุรกี ความขัดแย้างเริ่มขึ้นด้วยชัยชนะของโปแลนด์ในยุทธการเวียนนาในปี ค.ศ. 1683 และจบลงด้วยการลงนามในสนธิสัญญาคาร์โลวิทซ์, การได้ดินแดนเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียที่เสียไปในสงครามโปแลนด์-ออตโตมันก่อนหน้านั้นคืนมา (สงครามโปแลนด์-ออตโตมัน (ค.ศ. 1672–ค.ศ. 1676)) สงครามครั้งนี้เป็นสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียและจักรวรรดิออตโตมัน แต่แม้ว่าโปแลนด์จะได้รับชัยชนะเหตุการณ์นี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเสื่อมอำนาจของไม่แต่จักรวรรดิออตโตมัน แต่ของเครือจักรภพด้วย ซึ่งตั้งแต่นั้นมาก็มิได้มีบทบาทนอกเขตแดนของราชอาณาจักรของตนเอง

สงครามโปแลนด์-ออตโตมัน
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99_(%E0%B8%84.%E0%B8%A8._1683-1699)

สงครามโปแลนด์-ออตโตมัน หลังจากบ้านเมืองอยู่ในความสงบอยู่สองสามปีออตโตมันก็นำทัพเข้ามาโจมตีจักรวรรดิฮับส์บวร์กอีกครั้ง กองทัพเติร์กเกือบจะยึดกรุงเวียนนาเมืองหลวงของจักรวรรดิได้ แต่พระมหากษัตริย์โปแลนด์พระเจ้าจอห์นที่ 3 โซบีสกีนำกองทัพพันธมิตรคริสเตียนจนได้รับชัยชนะในยุทธการเวียนนาที่สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่ความมั่นคงของจักรวรรดิออตโตมันในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้

สมเด็จพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ที่ 11 ทรงก่อตั้งกลุ่มสันนิบาตศักดิ์สิทธิ์ใหม่ขึ้นที่นำโดยออสเตรียในความปกครองของฮับส์บวร์ก, สาธารณรัฐเวนิส และ โปแลนด์ในปี ค.ศ. 1684 โดยมัสโคไวท์รัสเซียเข้าร่วมในปี ค.ศ. 1686 จักรวรรดิออตโตมันได้รับความพ่ายแพ้อย่างยับเยินสองครั้งในการต่อสู้กับจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ครั้งที่สองในยุทธการโมเฮ็คส์ในปี ค.ศ. 1687 และสิบปีต่อมาในปี ค.ศ. 1697ในยุทธการเซนทา

ในแนวรบรองด้านโปแลนด์ยุทธการในปี ค.ศ. 1683 (เวียนนา และ พาร์คานี) หลังจากที่จอห์นที่ 3 โซบิสกีเสนอให้สันนิบาติสร้างแนวป้องกันอันเข้มแข็งร่วมกัน ทำการโจมตีที่ไม่ได้รับความสำเร็จเท่าใดนักที่มอลโดเวียในปี ค.ศ. 1686 เมื่อฝ่ายออตโตมันไม่ยอมเข้าต่อสู้อย่างประจันหน้าแต่เที่ยวโจมตีรังควานแทนที่ ในช่วงสี่ปีต่อมาโปแลนด์ทำการปิดบริเวณป้อมที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ที่Kamianets-Podilskyi และออตโตมันทาร์ทาร์เข้าโจมตีในบริเวณชายแดน ในปี ค.ศ. 1691 จอห์นที่ 3 โซบิสกีนำทัพไปทำการรณรงค์อีกครั้งในมอลโดเวียที่ประสบความสำเร็จกว่าครั้งก่อนแต่ก็มิได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด

ยุทธการครั้งสุดท้ายของการรณรงค์คือการต่อสู้ใน battle of Podhajce ในปี ค.ศ. 1698 ที่ Feliks Kazimierz Potocki ได้รับชัยชนะต่อออตโตมันที่เข้ามารุกรานเครือจักรภพ สันนิบาตได้รับชัยชนะในปี ค.ศ. 1699 และสามารถบังคับให้จักรวรรดิออตโตมันต้องลงนามในสนธิสัญญาคาร์โลวิทซ์ จักรวรรดิออตโตมันสูญเสียดินแดนส่วนใหญ่ในยุโรป และต้องคืนดินแดนที่ได้มาคืนแก่โปแลนด์

สาเหตุของสงครามโปแลนด์-ออตโตมันในปี 1672–1676

เป็นความขัดแย้งระหว่างเครือจักรภพโปแลนด์–ลิทัวเนียและจักรวรรดิออตโตมันในฐานะผู้นำของสงครามตุรกีครั้งใหญ่ สนธิสัญญานี้สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1676 โดยสนธิสัญญา Żurawnoและเครือจักรภพยอมให้การควบคุมดินแดนส่วนใหญ่ของยูเครนในยูเครนแก่จักรวรรดิ

สามารถสืบย้อนไปถึงปี 1666 Petro Doroshenko Hetman แห่ง Zaporizhian Hostโดยมีเป้าหมายที่จะเข้าควบคุมยูเครนแต่ต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้จากฝ่ายอื่นๆ ที่ดิ้นรนเพื่อควบคุมภูมิภาคนั้นในการประมูลครั้งสุดท้ายเพื่อรักษา อำนาจของเขาในยูเครนได้ลงนามในสนธิสัญญากับสุลต่าน เมห์เม็ดที่ 4ในปี ค.ศ. 1669 ที่ยอมรับว่าคอซแซคเฮตมาเนตเป็นข้าราชบริพารของจักรวรรดิออตโตมัน

ในระหว่างนี้ กองกำลังเครือจักรภพกำลังพยายามระงับความไม่สงบในยูเครน แต่ถูกทำให้อ่อนแอลงจากสงครามที่ยาวนานหลายทศวรรษ ( การจลาจล Khmelnytsky , The Deluge and Russo-Polish War (1654–1667) ) ด้วยความพยายามที่จะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนนั้นTatarsซึ่งปกติบุกข้ามพรมแดนของเครือจักรภพเพื่อค้นหาสิ่งของและปล้นสะดม บุกเข้ามาคราวนี้เป็นพันธมิตรกับ Cossacks ภายใต้ Hetman Doroshenko พวกเขาก็หยุด แต่โดยกองกำลังภายใต้เครือจักรภพเผ่าคอสแซค จอห์น Sobieskiที่หยุดการผลักดันแรกของพวกเขา (1666-1667), ชนะพวกเขาหลายครั้งและในที่สุดได้รับความสงบศึกหลังจากที่รบ Podhajce

ใน 1670 แต่ Hetman Doroshenko พยายามอีกครั้งที่จะใช้เวลามากกว่ายูเครนและใน 1671 ข่านไครเมีย , อาดิลกิเรย์สนับสนุนของเครือจักรภพถูกแทนที่ด้วยใหม่, เซลิมอีกิเรย์โดยสุลต่านออตโตมัน เซลิมเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับคอสแซคของ Doroshenko; แต่เช่นเดียวกับในปี ค.ศ. 1666–1667 กองกำลังคอซแซค-ตาตาร์ก็พ่ายแพ้ต่อโซบีสกี จากนั้นเซลิมก็สาบานว่าจะจงรักภักดีต่อสุลต่านออตโตมันและขอความช่วยเหลือซึ่งสุลต่านเห็นด้วย ดังนั้นความขัดแย้งชายแดนที่ไม่ปกติจึงกลายเป็นสงครามปกติในปี 1671 เนื่องจากจักรวรรดิออตโตมันพร้อมที่จะส่งหน่วยประจำการไปยังสนามรบเพื่อพยายามเข้าควบคุมภูมิภาคนั้นด้วยตนเอง 

กองกำลังตุรกีจำนวน 80,000 คนและนำโดยอัครมหาเสนาบดี Koprulu Fazılอาเหม็ดและออตโตมันสุลต่านเมห์เม็ด IVบุกโปแลนด์ยูเครนในเดือนสิงหาคมเอาป้อมเครือจักรภพที่Kamieniec Podolskiล้อมLwów ไม่พร้อมสำหรับการทำสงคราม และฉีกขาดจากความขัดแย้งภายในระหว่างกษัตริย์Michael Iและขุนนางszlachtaเครือจักรภพ Sejm ไม่สามารถดำเนินการเพื่อขึ้นภาษีและรวบรวมกองทัพที่ใหญ่ขึ้นได้ ตัวแทนของมันถูกบังคับให้ลงนามในสันติภาพของ Buczaczในเดือนตุลาคมปีนั้น ซึ่งมอบให้แก่พวกออตโตมานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพของยูเครน (ทางฝั่งขวาของ จังหวัดบราชอว์ , จังหวัดโปโดลและส่วนหนึ่งของจังหวัดเคียฟ  ฝั่งซ้ายของยูเครนถูกควบคุมแล้วโดยรัสเซียตั้งแต่สนธิสัญญา Andrusovoของ 1667) และสัญญาว่าส่วยประจำปีของ 22,000 โปรย

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99_(%E0%B8%84.%E0%B8%A8._1683-1699)

1ม.ค.1683(วันที่ประมาณการ)