Skip to content
Home » News » สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
https://th.wikipedia.org/wiki/สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (เดิม: สังวาลย์ ตะละภัฏ; 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 – 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538) เป็นหม่อมในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นสมเด็จพระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นพระอัยยิกาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระองค์มีพระนามที่นิยมเรียกกันว่า สมเด็จย่า ทั้งนี้พระองค์ยังได้ประกอบพระราชกรณียกิจเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาที่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร และได้พระราชทานความช่วยเหลือผ่านทางเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เปรียบเสมือนพระองค์เสด็จมาจากฟากฟ้าช่วยให้พวกเขามีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ชาวไทยภูเขาจึงถวายพระสมัญญานามว่า “แม่ฟ้าหลวง”

วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีพระอาการทรุดลง เนื่องด้วยมีพระอาการแทรกซ้อนทางพระยกนะ (ตับ) และพระวักกะ (ไต) ไม่ทำงาน พระหทัย (หัวใจ) ทำงานไม่ปกติ ความดันพระโลหิตต่ำทำให้เกิดภาวะเป็นกรดในพระโลหิต คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาความผิดปกติของระบบต่าง ๆ รวมทั้งการฟอกพระโลหิตด้วยเครื่องไตเทียมและกรองสารพิษซึ่งเกิดจากภาวะผิดปกติของพระยกนะ แต่พระอาการคงอยู่ในภาวะวิกฤต จนกระทั่ง เวลา 21.17 น. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต สิริพระชนมายุ 94 พรรษา

การศึกษา

     สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเรียนหนังสือเมื่อเริ่มแรกกับพระชนนีคำ และต่อมาทรงเข้าเรียนในโรงเรียนสำหรับเด็กหญิงที่ตั้งขึ้นที่วัดอนงคารามที่อยู่ใกล้บ้าน  และต่อมาได้เสด็จไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนสตรีวิทยาจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๕๖ ทรงจบชั้นประถมปีที่ ๓ เมื่อพระชนมายุได้ ๑๓ พรรษา และได้ทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช ซึ่งเป็นโรงเรียนพยาบาลแห่งเดียวในประเทศไทยในขณะนั้น

   ในการเสด็จไปเรียนที่สหรัฐอเมิรกาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ“นางสาวอุบล” ได้พำนักอยู่กับครอบครัวสตรองที่เมืองฮาร์ตฟอร์ด มลรัฐคอนเน็คติกัต และเข้าเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนนอร์ธเวสเทิร์น (North Western) เพื่อฝึกฝนทักษะการพูด การอ่าน และการเขียนภาษาอังกฤษให้ชำนาญก่อนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย และเพื่อให้ได้เรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต ตลอดจนความคิดจิตใจของชาวอเมริกันให้ดีขึ้น

     สมเด็จพระบรมราชชนก ทรงห่วงใย และมักเสด็จมาเยี่ยมนักเรียนหญิงทั้งสองคนในวันอาทิตย์ และเมื่อเวลาผ่านไป สมเด็จพระบรมราชชนกทรงพอพระทัยในสมเด็จพระบรมราชชนนีมากขึ้นทั้งในพระสิริโฉมและพระอุปนิสัย ความรู้ความสามารถ ความเฉลียวฉลาด รวมทั้งพระคุณสมบัติอื่นๆ จนในที่สุดได้ทรงมีลายพระราชหัตถ์ กราบบังคมทูลสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชมารดา ขอพระราชทานพระราชานุญาตหมั้น “นางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ” เมื่อทรงได้รับอนุญาต จึงทรงหมั้น “นางสาวสังวาลย์” อย่างเงียบๆ ในปีพ.ศ. ๒๔๖๒ ต่อมาเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๓ ทรงจัดพิธีอภิเษกสมรสที่วังสระปทุม ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

     หลังจากนั้นทั้งสองพระองค์เสด็จไปประทับที่สหรัฐอเมริกา สมเด็จพระบรมราชชนก ทรงเปลี่ยนมาศึกษาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและที่สถาบันเอ็มไอที (MIT Massachusetts Institute of Technology) ระหว่างที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงศึกษาวิชาสาธารณสุขศาสตร์นั้น สมเด็จพระบรมราชชนนีได้เสด็จไปศึกษาหลักสูตรเตรียมพยาบาลที่วิทยาลัยซิมมอนส์ (Simmons College)

     ในภาคฤดูร้อนที่สถาบันเอ็มไอที ในปี พ.ศ. 2464 สมเด็จพระบรมราชชนกทรงสำเร็จการศึกษาได้รับประกาศนียบัตรการสาธารณสุข (Certificate of Public Health C.P.H.) จากนั้นได้เสด็จพร้อมด้วยหม่อมสังวาล ไปยุโรปเพื่อท่องเที่ยว ดูงาน และทรงเจรจากับผู้แทนมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์เรื่องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิเพื่อพัฒนาปรับปรุงการศึกษาด้านการแพทย์ของ ไทยเข้าสู่มาตรฐานระดับอุดมศึกษา

     ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๖๕ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงตามเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนกกลับกรุงเทพฯ เนื่องจากขณะนั้นสมเด็จพระราชปิตุจฉาฯ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร พระเชษฐภคินีของสมเด็จพระบรมราชชนกประชวรพระวักกะ (ไต) และเสด็จออกไปรักษาพระองค์ยังประเทศอังกฤษ และทรงพักฟื้นที่ประเทศฝรั่งเศส สมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนีได้ตามเสด็จ ฯ ด้วย

     ขณะประทับอยู่ที่กรุงปารีส สมเด็จพระบรมราชชนกทรงพระประชวร สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจึงทรงเฝ้าดูแลพระอาการ เมื่อหายจากพระอาการประชวรแล้ว ก็ได้ตามเสด็จไปยังสก็อตแลนด์ เพื่อสมเด็จพระบรมราชชนกได้ทรงศึกษาวิชาแพทย์ที่เมืองเอดินเบอระ แต่เนื่องจากอากาศหนาวจัด ทำให้ทรงพระประชวรจึงต้องทรงเลิกเรียน ระหว่างนั้นสมเด็จพระบรมราชชนนี ได้ประสูติพระราชธิดาพระองค์แรก คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระราชธิดาได้รับพระราชทานพระนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา มหิดล”

     ต่อมาทั้งสามพระองค์เสด็จกลับประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๖ โดยสมเด็จพระบรมราชชนกทรงรับราชการในกระทรวงธรรมการ ตำแหน่งอธิบดีกรมมหาวิทยาลัย พระองค์ตรากตรำทรงงานหนักเกินพระกำลังทำให้ทรงมีพระพลานามัยทรุดโทรม แพทย์ถวายความเห็นให้เสด็จไปรักษาพระองค์ในต่างประเทศ จึงได้เสด็จไปทวีปยุโรปอีกครั้งหนึ่ง ในการเสด็จยุโรปครั้งนี้ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและพระราชธิดาได้ตามเสด็จไปประทับที่เมืองไฮเดลเบอร์ก ประเทศเยอรมัน ที่ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนนีได้ประสูติพระราชโอรสพระองค์แรกเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๘ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระนามว่า  “หม่อมเจ้าอานันนทมหิดล”

     ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๖๙ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพร้อมด้วยพระราชโอรสพระราชธิดาได้ตามเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนก ไปสหรัฐอเมริกา เพื่อทรงศึกษาวิชาการแพทย์ต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และที่ประเทศสหรัฐอเมริกานี้ พระโอรสพระองค์ที่สอง คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพ ณ โรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ เมื่อวันจันทร์ที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระนามว่า “พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช”