Skip to content
Home » News » สอบปากคำผู้ต้องสงสัยระเบิดบอสตัน

สอบปากคำผู้ต้องสงสัยระเบิดบอสตัน

สอบปากคำผู้ต้องสงสัยระเบิดบอสตัน เอเจนซีส์ – เจ้าหน้าที่สอบสวนสหรัฐฯ รอสอบปากคำผู้ต้องสงสัยระเบิดบอสตันที่ถูกยิงที่คอและยังพูดไม่ได้ เพื่อรวบรวมข้อมูลหาแรงจูงใจในการก่อเหตุ รวมถึงความเป็นไปได้ว่า มีผู้สมรู้ร่วมคิดอื่นๆ อีกหรือไม่

เดวัล แพทริก ผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ แถลงเมื่อวันเสาร์ (20) ว่า โซการ์ ซาร์เนฟ วัย 19 ปี ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดในบอสตัน มาราธอน เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว มีอาการสาหัสแต่สภาพทรงตัวและยังพูดไม่ได้

สอบปากคำผู้ต้องสงสัยระเบิดบอสตัน ซีเอ็นเอ็นและสื่ออื่นๆ รายงานว่า โซการ์ได้รับบาดเจ็บที่ลำคอระหว่างยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ที่จบลงคืนวันศุกร์ (19) หลังจากการตามล่าครั้งใหญ่ที่ทาเมอร์ลัน พี่ชายวัย 26 ปีของโซการ์ ถูกยิงเสียชีวิต

พี่น้องซาร์เนฟเป็นผู้ต้องสงสัยสำคัญในเหตุระเบิดบอสตัน มาราธอน ที่มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 180 คน นอกจากนี้ ตำรวจนายหนึ่งยังถูกยิงเสียชีวิตและอีกรายได้รับบาดเจ็บขณะตามล่าบุคคลทั้งสอง

สอบปากคำผู้ต้องสงสัยระเบิดบอสตัน
https://tnews.teenee.com/etc/94401.html

แพทริกเสริมว่า เขาหวังว่า โซการ์จะรอดเนื่องจากมีคำถามมากมายที่เจ้าหน้าที่ต้องการซักถาม

โซการ์อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังของหน่วยรักษาความปลอดภัยติดอาวุธที่โรงพยาบาลเบธ อิสราเอล ดีโคเนสในเคมบริดจ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเดียวกับที่เหยื่อระเบิดจำนวนหนึ่งยังคงรับการรักษาตัวอยู่

สื่อรายงานว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้อ่านสิทธิในการแต่งตั้งทนายให้โซการ์รับฟัง บ่งชี้ว่าอาจมีการใช้ข้อยกเว้นพิเศษเพื่อความปลอดภัย กรณีนี้ยังเป็นการกดดันทางการสหรัฐฯ ในการพิจารณาว่า จะดำเนินการสอบสวนและไต่สวนอย่างไร

วุฒิสมาชิกรีพับลิกัน จอห์น แมกเคน และลินซีย์ เกรแฮม เรียกร้องให้ประกาศว่า โซการ์เป็น “นักรบของชนชาติศัตรู” ซึ่งเป็นสถานะเดียวกับนักโทษจากสงครามต่อต้านการก่อการร้ายในกวนตานาโม

ด้านกลุ่มสิทธิทางกฎหมายยืนกรานให้ดำเนินคดีอาญากับโซการ์ แม้มีความเป็นไปได้ว่า เขาอาจถูกตัดสินประหารชีวิตก็ตาม

ทั้งนี้ ครอบครัวซาร์เนฟเป็นชนกลุ่มน้อยเชชเนียที่อพยพจากคาซัคสถานไปอยู่สหรัฐฯ ราวปี 2002 โดยสื่อรายงานว่า ทาเมอร์ลันกลายเป็นมุสลิมหัวรุนแรงเมื่อไม่กี่ปีมานี้ หน้าเว็บในสื่อสังคมยังแสดงออกอย่างชัดเจนว่า เขาเห็นอกเห็นใจการต่อสู้ในเชชเนียที่เผชิญสงคราม 2 ครั้ง 2 ครานับจากปี 1994 ระหว่างรัสเซียกับกบฏแบ่งแยกดินแดนที่โน้มเอียงนับถือศาสนาอิสลาม

ประเด็นที่เจ้าหน้าที่สอบสวนสนใจมากที่สุดในตอนนี้คือ การเดินทางไปยังแคว้นดาเกสถานในรัสเซีย นาน 6 เดือนของทาเมอร์ลันเมื่อปีที่แล้ว

เหตุระเบิดครั้งนี้ทำให้ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐฯ และวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ยอมตกลงกันระหว่างหารือทางโทรศัพท์ ว่าจะเพิ่มความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกับ บทบาทของสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) กลายเป็นที่ครหา หลังจากวันศุกร์ที่ผ่านมา (19) หน่วยงานแห่งนี้ยอมรับว่า เคยได้รับการร้องขอข้อมูลเกี่ยวกับทาเมอร์ลันจากทางการรัสเซีย ในปี 2011 และเคยสอบปากคำชายหนุ่มผู้นี้ ทว่า ไม่พบข้อมูลใดๆ ที่บ่งชี้พฤติกรรมต้องสงสัย ขณะที่แม่ของทาเมอร์ลันที่ยังคงอยู่ในรัสเซียกลับบอกว่า ลูกชายอยู่ภายใต้การสอดส่องของเอฟบีไอมานานหลายปีแล้ว

ส่วนโซการ์นั้นได้สัญชาติอเมริกันปีที่แล้ว ปัจจุบันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ เขาถูกจับกุมหลังจากชายคนหนึ่งเห็นรอยเลือดบนเรือที่จอดในสนามหลังบ้านในย่านวอเตอร์ทาวน์ของบอสตัน และแจ้งตำรวจ และมีการยิงต่อสู้กันครั้งสุดท้ายก่อนที่โซการ์จะยอมมอบตัว

เอ็ดเวิร์ด เดโว ผู้บัญชาการตำรวจวอเตอร์ทาวน์เผยว่า สองพี่น้องมีระเบิดอย่างน้อย 6 ลูกระหว่างที่ถูกตามล่า

เอฟบีไอเชื่อว่า ทาเมอร์ลันเป็นหัวโจกก่อการครั้งนี้ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่สอบสวนยังคงตรวจสอบว่า มีผู้อื่นเกี่ยวข้องในเหตุระเบิดบอสตันด้วยหรือไม่

คณะลูกขุนในรัฐแมสซาชูเซทของสหรัฐฯ ตัดสินว่านายโชการ์ ซานาเยฟ มีความผิดในคดีวางระเบิดในการแข่งขันบอสตันมาราธอนเมื่อปี 2556 โดยมีความผิดทุกข้อหารวม 30 กระทง ซึ่งเขาอาจจะถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิต

คณะลูกขุนใช้เวลาพิจารณาคดีนี้นานกว่า 12 ชั่วโมง ในที่สุดก็มีคำตัดสินว่านายโชการ์ ซานาเยฟ วัย 21 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกับนายทาเมอร์ลันพี่ชาย ที่ร่วมกันก่อเหตุระเบิด ณ จุดเส้นชัยในการแข่งขันบอสตันมาราธอนเมื่อเดือนเมษายนปี 2555 และทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บมากกว่า 260 คน มีความผิดจริงในทุกข้อหารวม 30 กระทง ซึ่งหลังจากนี้จะมีการพิจารณาบทลงโทษนายซานาเยฟ โดยจะเริ่มพิจารณาในวันจันทร์นี้ มีความเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิต

ด้านทนายความของนายซานาเยฟพยายามแก้ต่างว่าลูกความของเขา เพียงแค่ปฏิบัติตามคำชี้นำของนายทาเมอร์ลัน ผู้เป็นพี่ชาย ซึ่งเป็นผู้วางแผนทั้งหมดและชักชวนให้น้องชายเข้าร่วม นายทาเมอร์ลันถูกตำรวจยิงเสียชีวิตระหว่างการหลบหนี

แต่อัยการระบุว่าทั้งคู่มีส่วนรับผิดชอบต่อเรื่องนี้เท่าๆกัน เนื่องจากแรงจูงใจที่ผู้ก่อเหตุอ้างคือต้องการลงโทษสหรัฐฯ ที่ทำสงครามกับประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ทั้งนี้ ครอบครัวของผู้ก่อเหตุเป็นชาวเชเชนที่อพยพมาอยู่ในสหรัฐฯ นานกว่า 10 ปี  

https://mgronline.com/around/detail/9560000047894