Skip to content
Home » News » สังคมและวัฒนธรรม ฟินแลนด์

สังคมและวัฒนธรรม ฟินแลนด์

สังคมและวัฒนธรรม ฟินแลนด์
https://www.carrushome.com/finland-ประเทศเทคโนโลยี่สูงแต/

สังคมและวัฒนธรรม

สังคมและวัฒนธรรม ฟินแลนด์เป็นประเทศนอร์ดิก แต่ไม่ใช่ประเทศสแกนดิเนเวีย คนฟินแลนด์ไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากพวกไวกิ้ง แต่เป็นชาวนาที่อยู่อาศัยกระจัดกระจายทั่วประเทศ คนฟินแลนด์พื้นเมืองจึงมีทัศนคติที่ค่อยข้างปิดตัวและไม่อยากติดต่อกับคนต่างชาติ พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ นอกจากคนฟินแลนด์ที่มีภูมิหลังติดต่อกับต่างประเทศหรือคนฟินน์รุ่นหนุ่มสาว จะมีทัศนคติเปิดกว้าง และพูดภาษาอังกฤษได้เป็นส่วนมาก

สังคมและวัฒนธรรม ฟินแลนด์ ในปี ๒๕๖๐ ฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีเสถียรภาพ และปลอดภัยที่สุดในโลก นับตั้งแต่คริสต์ทศวรรษที่ ๑๙๗๐ รัฐบาลฟินแลนด์ได้ปฏิรูประบบการศึกษา จวบจนปัจจุบันฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาระดับประถมดีที่สุดในโลก อัตราประชาชนรู้หนังสือเกือบร้อยละ ๑๐๐ และเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชั่นน้อยเป็นอันดับ ๓ ของโลก (ปี ๒๕๕๙)

นโยบายต่างประเทศ

ฟินแลนด์เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป แต่ไม่เป็นสมาชิกนาโต้ เนื่องจากมีพรมแดนติดต่อกับรัสเซียที่ไม่ต้องการให้ประเทศเพื่อนบ้านประชิดเป็นสมาชิกนาโต้ ฟินแลนด์พยายามวางตัวเป็นกลางระหว่างประเทศมหาอำนาจ หลักการสำคัญในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของฟินแลนด์ ได้แก่ การยึดมั่นในหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมโลก

บนพื้นฐานแห่งความเป็นประชาธิปไตย หลักนิติธรรม การเคารพในหลักสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมกัน (Equality) และความเท่าเทียมกันทางเพศ (Gender equality) รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ (Climate change)

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย ๑. ความสัมพันธ์ทั่วไป           

ฟินแลนด์ประกาศเอกราชเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๔๖๐ จากการปกครองของจักรวรรดิรัสเซีย โดยไทยได้รับรองเอกราชของฟินแลนด์เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๔๖๒ ซึ่งเป็นประเทศที่สามในเอเชีย รองจากญี่ปุ่นและจีน ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ทั้งสองอย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ๓๕ ปีหลังจากนั้นคือ ในวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๔๙๗ โดยการแลกเปลี่ยนหนังสือความตกลงสถาปนาความสัมพันธ์ฯ ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

ฟินแลนด์เปิดสถานเอกอัครราชทูตในไทยเมื่อปี ๒๕๒๓ โดยมีหัวหน้าสำนักงานเป็นระดับอุปทูต และได้ยกระดับเป็นเอกอัครราชทูตเมื่อปี ๒๕๒๙ ปัจจุบันนางซาตู ซุยก์การี-เคลฟเวน (Satu Suikkari-Kleven) ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศกัมพูชา และลาว อนึ่ง ฟินแลนด์มีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ในประเทศไทยจำนวน ๒ แห่ง ได้แก่ สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ฟินแลนด์ ณ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีเขตกงสุลครอบคลุมจังหวัดภูเก็ต ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ฟินแลนด์ ณ จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งมีเขตกงสุลครอบคลุมจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ และน่าน โดยฝ่ายฟินแลนด์ได้เสนอขอเปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์เพิ่มอีก ๒ แห่ง ได้แก่ สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ฟินแลนด์ ณ เมืองพัทยา (มีเขตกงสุลครอบคลุมจังหวัดชลบุรี จันทบุรี ระยอง และตราด) และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ฟินแลนด์ ณ อำเภอหัวหิน (มีเขตกงสุลครอบคลุมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี)

ไทยเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ เมื่อปี ๒๕๔๘ โดยมีหัวหน้าสำนักงานเป็นระดับอุปทูต และได้ยกระดับเป็นเอกอัครราชทูตเมื่อปี ๒๕๕๕ และเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งให้   นายนพพร อัจฉริยวนิช (เคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ) เป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ           

๑.๑ การเมือง                   

ปัจจุบัน ประเทศไทยและฟินแลนด์มีการประชุมหารือด้านการเมือง (Political Consultations) เป็นกลไกหลักในการดำเนินความสัมพันธ์ทวิภาคี เพื่อติดตามและพัฒนาความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยมีการจัดประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๖ ที่กรุงเทพฯ ในระดับปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

ซึ่งการหารือได้ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ อาทิ สถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ความร่วมมือด้านการศึกษา การยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการไทย-ฟินแลนด์ พัฒนาการในเมียนมา และความร่วมมือไตรภาคี ตลอดจนสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียและยุโรป

ฝ่ายฟินแลนด์แจ้งว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Political Consultations ครั้งที่ ๒ ในช่วงต้นปี ๒๕๕๘  อย่างไรก็ดี หลังจากการเข้ามาบริหารประเทศของ คสช. ฟินแลนด์ได้เปลี่ยนท่าทีโดยได้ชะลอการจัดการประชุมไว้ก่อนจนกว่าไทยจะมีการจัดการเลือกตั้งทั่วไป แต่หลังจากสหภาพยุโรปปรับมติเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๐ ฟินแลนด์มีท่าทีที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และทั้งสองฝ่ายได้ประชุม Political Consultations ครั้งที่ ๒ ในวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ที่กรุงเทพฯ ในระดับอธิบดี

๑.๒ การค้า

ไทยและฟินแลนด์มีปริมาณการค้ารวม ๕๑๖.๒๙ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคิดเป็นการส่งออก ๑๗๔.๒๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้า ๓๔๒.๐๙ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเสียดุลทางการค้า ๑๖๗.๘๙ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี ๒๕๕๙)

ฟินแลนด์เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญลำดับที่ ๖๓ ของไทย โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปฟินแลนด์ ได้แก่ เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องครัว เครื่องปรับอากาศ อาหารทะเล และยานยนต์ ส่วนฟินแลนด์เป็นแหล่งนำเข้าสินค้าสำคัญลำดับที่ ๔๔ ของไทย โดยสินค้านำเข้าที่สำคัญจากฟินแลนด์ ได้แก่ เรือและสิ่งก่อสร้างลอยน้ำ ปุ๋ย เครื่องจักร เครื่องจักรไฟฟ้า กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ

๑.๓ การลงทุน

จากสถิติสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปี ๒๕๕๘ ฟินแลนด์ลงทุนในไทย ๙ โครงการ มูลค่าประมาณ ๔๙๕ ล้านบาท ในกิจการผลิตชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูปสำหรับงานอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์ และสิ่งประดิษฐ์จากหินหรือไม้

สาขาที่ฟินแลนด์มีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพที่จะลงทุนในไทย อาทิ การออกแบบ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) พลังงาน โดยเฉพาะนิวเคลียร์และชีวภาพ การศึกษา ป่าไม้ การวิจัยและการพัฒนา ในขณะที่นวดแผนไทย สปา และร้านอาหารไทย เป็นสาขาการลงทุนที่ไทยมีโอกาสในตลาดฟินแลนด์ (ปัจจุบัน มีร้านอาหารไทยในฟินแลนด์จำนวน ๓๐ ร้าน)

๑.๔ การท่องเที่ยว

ในปี ๒๕๖๐ มีนักท่องเที่ยวฟินแลนด์เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ๑๓๗,๖๕๐ คน สร้างรายได้ให้แก่ไทยประมาณ ๑๑,๓๒๕ ล้านบาท โดยในปี ๒๕๕๙ นักท่องเที่ยวฟินแลนด์มีระยะเวลาการพำนักในประเทศไทยโดยเฉลี่ยคนละ ๑๖.๑ วัน ใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ ๕,๑๐๑ บาท ต่อคน     

ในปี ๒๕๔๗ ได้มีการจัดตั้งสมาคมชาวฟินแลนด์ในกรุงเทพฯ (Krungthepin Suomalaiset) ขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือชาวฟินแลนด์ในการดำเนินชีวิตในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีสมาคมฟินแลนด์ พัทยา (Pattaya Finland-Society) และโรงเรียนฟินแลนด์ในพัทยาอีกด้วย

อนึ่ง สายการบินฟินน์แอร์ (Finnair) มีเส้นทางบินจากกรุงเฮลซิงกิ-กรุงเทพฯ วันละ ๒ เที่ยวบิน แต่สายการบินไทยไม่ทำการบินมายังฟินแลนด์

๑.๕  ความร่วมมือทวิภาคี

๑.๕.๑ ความร่วมมือด้านการบริหารจัดการป่าไม้

การจัดทำบันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านการบริหารจัดการป่าไม้

– ระหว่างวันที่ ๔-๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ คณะผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้จากสถาบันทรัพยากรธรรมชาติฟินแลนด์ (National Resources Institute หรือ Luke) ได้เดินทางเยือนไทยตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ เพื่อจัดการสัมมนาเกี่ยวกับการบริหารจัดการป่าไม้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้

และเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๘ ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเกี่ยวกับการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจ ตามที่ฝ่ายฟินแลนด์เสนอ โดยมีกรอบความร่วมมือที่สำคัญ อาทิ การสำรวจทรัพยากรป่าไม้ ยุทธศาสตร์ป่าไม้ของชาติ แผนการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และการจัดการเขตพื้นที่คุ้มครอง

– สถานะล่าสุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจ เพื่อให้มีการลงนามระหว่างหน่วยงานไทยและฟินแลนด์

โครงการคืนสภาพชีวมวลเศษไม้ยางพาราที่เหลือทิ้งในประเทศไทยเพิ่มคุณค่าด้วยทางแก้แนวใหม่ (Residual biomass recovery from rubberwood plantation forestry in Thailand – value addition through novel logistical solutions)

– เป็นโครงการระหว่างคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับ Luke เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ และแนะนำเทคโนโลยีด้านพลังงานชีวมวลให้แก่ไทย โดยนำไม้ยางพาราที่เกษตรกรโค่นทิ้งเนื่องจากผลผลิตน้ำยางลดลง รวมทั้งเศษไม้ยางพาราที่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ของเล่น และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ มาวิจัย เพื่อสร้างระบบการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดหามวลชีวภาพจากสวนยางพาราในประเทศไทยเพื่อป้อนโรงไฟฟ้า รวมทั้งส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจพลังงานชีวมวลที่ยั่งยืน โดยพัฒนาตัวแบบต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมกับประเทศไทย

– โครงการดังกล่าวประกอบด้วย ๔ โครงการย่อย โดยโครงการย่อยที่ ๑ และ ๒ ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๕-๑๖ กันยายน ๒๕๕๙ ส่วนโครงการย่อยที่ ๓ และ ๔ จะดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ แต่ไม่มีการดำเนินการต่อเนื่องจากงบประมาณ

๑.๕.๒ ความร่วมมือด้านการศึกษา

–  กระทรวงศึกษาธิการเสนอให้มีการทำความตกลงความร่วมมือด้านการศึกษาไทย-ฟินแลนด์ ผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการฟินแลนด์และคณะกรรมการการศึกษาของฟินแลนด์รับจะพิจารณาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๖๐ แต่ยังไม่ให้คำตอบแก่ฝ่ายไทย อาจเป็นเพราะนโยบายของรัฐบาลฟินแลนด์ที่ต้องการส่งออก (ขาย) ระบบการศึกษาฟินแลนด์ มากกว่าการดำเนินความร่วมมือ ปัจจุบัน ฟินแลนด์ส่งออกระบบการศึกษาผ่านบริษัท EduCluster และบริษัท Finland University

– สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ ด้วยความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ร่วมมือกับเทศบาล Vihti (ห่างจากกรุงเฮลซิงกิประมาณ ๕๐ กิโลเมตร) เชิญครูฟินแลนด์ในระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา จากโรงเรียนในเขตเทศบาล Vihti มาจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการสาธิตวิธีการสอนหนังสือแบบฟินแลนด์ให้แก่ครูโรงเรียนในสังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (ครูประชาบาล) ในประเทศไทย

ตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๖๐ เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ได้จัดการสัมมนาฯ ไปแล้ว ๓ ครั้ง โดยมีครูประชาบาลไทยจากโรงเรียนในภาคตะวันออก ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วม  ครั้งละประมาณ ๒๐๐-๒๔๐ คน การสัมมนาฯ ครั้งที่ ๔ จะจัดขึ้นในวันที่ ๙-๑๓ กันยายน ๒๕๖๒ ที่จังหวัดภูเก็ต สำหรับครูประชาบาลในภาคใต้

ความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และเทศบาล Vihti นับว่าเป็น “ความร่วมมือด้านการศึกษาที่แท้จริง”

๑.๖ คนไทยเก็บผลไม้ป่าในฟินแลนด์

ในปี ค.ศ. ๒๐๐๕ บริษัทผลไม้ป่าฟินแลนด์ได้เริ่มนำคนไทยมาเก็บผลไม้ป่าในฟินแลนด์ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนจนถึงกลางเดือนกันยายนของทุกปี ปัจจุบันบริษัทผลไม้ป่าฟินแลนด์จะนำคนไทยไปเก็บผลไม้ป่าในฟินแลนด์ปีละประมาณ ๒,๕๐๐ – ๓,๐๐๐ คน สร้างรายได้ให้กับคนไทยรวมกันปีละประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท

ทั้งนี้ ทางการฟินแลนด์และทางการไทยได้ร่วมมือกันในการจัดทำแนวปฏิบัติ (Letter of Intent) ในการนำคนต่างชาติรวมทั้งคนไทยไปเก็บผลไม้ป่าในฟินแลนด์ ให้บริษัทผลไม้ป่าฟินแลนด์ปฏิบัติตามรวมทั้งการพบหารือกันเป็นระยะ ๆ เพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น

 ๒. ความตกลงที่สำคัญ

ความตกลงที่ได้ลงนามแล้ว ๗ ฉบับ    

๒.๑ อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๒๘)

๒.๒ ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๒๘)                 

๒.๓ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๓๑)

๒.๔ ความตกลงว่าด้วยการติดตั้งและใช้เครื่องวิทยุรับ-ส่ง ในสถานเอกอัครราชทูตของทั้งสองประเทศ (ลงนามเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๓๑)

๒.๕ สนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๓๑)

๒.๖ ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๗)

๒.๗ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเพื่อการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๗)

วันที่ในข่าวนี้ 1 มกราคม 2017 วันที่ประมาณการ