Skip to content
Home » News » สาเหตุการเกิดคณะราษฎร

สาเหตุการเกิดคณะราษฎร

สาเหตุการเกิดคณะราษฎร
https://www.bbc.com/thai/thailand-54655786

สาเหตุการเกิดคณะราษฎร ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา สถาปนาอำนาจและได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 คสช. ครองอำนาจบริหารประเทศเป็นเวลา 5 ปี 1 เดือน โดยไม่มีการตรวจสอบ

เป็นช่วงที่สิทธิพลเมืองและสิทธิการเมืองของประชาชนถูกจำกัด และความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจกว้างขึ้น หลังการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญไทย พ.ศ. 2559 ที่ผลเป็นข้อพิพาท ตลอดจนไม่เสรีและเป็นธรรม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ฉบับปัจจุบัน

มีผลใช้บังคับ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีส่วนที่ไม่เป็นประชาธิปไตยหลายอย่าง เช่น วุฒิสภา​ที่สมาชิกมาจากการแต่งตั้งทั้งหมดและมีอำนาจร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นเวลาห้าปี (สองคน) และผูกมัดให้รัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสช. นักวิชาการเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยที่มีการชี้นำ (guided democracy) โดยกองทัพ

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ถูกมองว่า “เสรีบางส่วนและไม่เป็นธรรม” และเป็นอำนาจนิยมแบบมีการเลือกตั้ง (electoral authoritarianism) ทำให้ คสช. สิ้นสุดลงแต่ในนาม อย่างไรก็ดี ระบบการเมืองเดิมยังดำเนินต่อในรูปพรรคทหารแบบประเทศเมียนมาร์

กองทัพยังคงดำเนินนโยบายและปฏิบัติตามคำสั่งของ คสช. พรรคร่วมรัฐบาลประกอบด้วยพรรคที่สนับสนุนประยุทธ์และพรรคเล็กที่ได้รับผลประโยชน์จากการตีความกฎหมายเลือกตั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. อีกทั้งยังมีพรรคพวกในวุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ และเจ้าหน้าที่ในราชการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ถูกแต่งตั้งตามกลไกของ คสช. ผู้มีอำนาจจำนวนมาก รวมทั้งผู้มีส่วนในอาชญากรรมที่มีการจัดตั้ง (organized crime) ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญ

ระหว่างการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 สาเหตุการเกิดคณะราษฎร พรรคอนาคตใหม่ได้รับเสียงตอบรับดีจากผู้มีความคิดก้าวหน้าและเยาวชน ซึ่งมองว่าเป็นทางเลือกสำหรับพรรคการเมืองแบบเก่าและต่อต้าน คสช. เผยให้เน้นการแบ่งแยกทางเศรษฐกิจและสังคมตามรุ่นวัย หลังรัฐบาลผสมอายุได้ 11 เดือน พรรคอนาคตใหม่ซึ่งเป็นฝ่ายค้านถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคในห้วงที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังมีญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล อดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่เปิดโปงการมีส่วนร่วมของรัฐบาลใน 1MDB

แม้มีคนจำนวนมากสนับสนุนการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ขับไล่รัฐบาลประยุทธ์และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ของกลุ่มเยาวชนนิสิตนักศึกษาที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี 2563 แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ “ไม่เอาด้วย” กับเยาวชน ด้วยเหตุผลที่หลากหลายต่างกันไป

กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่เรียกตัวเองว่า “ราษฎร” แถลงจุดยืนไม่ร่วมสังฆกรรมใด ๆ กับคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ที่รัฐบาลจัดตั้ง ระบุเงื่อนไขอย่างแรกที่จะเกิดการพูดคุยได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

“พวกเราขอแสดงจุดยืนจะไม่ยอมรับ และจะไม่สังฆกรรมกับคณะกรรมการที่ฝ่ายรัฐบาลจัดตั้งขึ้น และขอยืนยันว่าปัญหาทั้งปวงจะแก้ไม่ได้เลย หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ลาออกจากการเป็นนายกฯ” กลุ่ม “ราษฎร” อ่านแถลงการณ์จุดยืนดังกล่าวร่วมกันที่บริเวณสนามหลวง เมื่อเวลา 16.00 น. (4 พ.ย.) 

“(การตั้งคณะกรรมการปรองดอง) เป็นการแสดงละครทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาลเพื่อซื้อเวลาให้ประยุทธ์เท่านั้น” แถลงการณ์ระบุ 

ในการแถลงที่สนามหลวง ซึ่งแกนนำระบุว่าเป็นการรวมกลุ่มของแนวร่วมที่มาจากทุกภูมิภาคที่เป็น “องคาพยพประชาธิปไตย” ในวันนี้ ยังไม่มีการนัดหมายการชุมนุมใหญ่ครั้งใหม่ 

“ที่ถามมาว่าเรามีหมัดน็อก หมัดเด็ดอย่างไร ที่จะเอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออก เรามีอย่างแน่นอน เร็ว ๆ นี้ขอให้ติดตาม” นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำกลุ่ม “นนทบุรีปลดแอก” แนวร่วมของกลุ่ม “ราษฎร” ระบุ

นายณัฐชนน ไพโรจน์ ประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ในฐานะแกนนำได้ย้ำจุดยืน 3 ข้อ ของกลุ่ม “ราษฎร” ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และต้องมีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เขากล่าวอีกว่า หากรัฐบาลต้องการปรองดองจริง รัฐมีวิธีแสดงออกที่จริงใจกว่านี้ได้ เนื่องจากในปัจจุบันรัฐยังไม่ยุติการดำเนินคดีต่อประชาชนหลายคน

“หากรัฐต้องการปรองดองและอยากพูดคุยกับเราจริง การดำเนินคดีทางการเมืองเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น” นายณัฐชนน ประธาน สนท. กล่าว

ในส่วนของข้อเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ซึ่งอยู่ในข้อเรียกร้องสามข้อ นายอรรถพล บัวใหญ่ หนึ่งในแกนนำกลุ่ม “ราษฎร” กล่าวว่า การปฏิรูปสถาบันฯ จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่สถาบันกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย แต่เงื่อนไขก่อนจะมีรัฐธรรมนูญได้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก

นายอรรถพล อธิบายความเกี่ยวโยงของข้อเรียกร้องทั้งหมดว่า “ถ้ามีสลักสามตัวมันต้องถอดทีละตัว ตัวแรกที่เป็นปัญหา คือ ประยุทธ์” เขาเห็นว่า การเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญต้องไม่เกิดขึ้นในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ในอำนาจ รวมทั้งการปฏิรูปสถาบันฯ 

“ประยุทธ์เข้ามาทำให้สถาบันกษัตริย์ออกห่างจากการเป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการห้อยโหนเพื่อเป็นเกราะกำบังของตัวเอง หรือการทำตามพระราชประสงค์” นายอรรถพลกล่าว

“โดยหลักการแล้ว หากการกระทำใดของรัฐบาล ศาล รัฐสภา ขัดกับความเป็นประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์ก็อาจจะยับยั้งได้ หรือไม่พระราชประสงค์ใดของพระมหากษัตริย์ที่ขัดกับความเป็นประชาธิปไตย หน้าที่ของรัฐบาล ศาล และรัฐสภา มีหน้าที่ในการยับยั้งพระราชประสงค์นั้น ในทางตรงกันข้ามพระราชประสงค์ใดที่เป็นประชาธิปไตย หน้าที่ของรับบาล รัฐสภา และศาล ก็มีหน้าที่ในการสนองพระราชประสงค์นั้น

“เราคงไม่สามารถปล่อยให้ประยุทธ์สามารถตีเนียน (เป็นนายกฯ) จนหมดวาระอย่างสะดวกใจแน่นอน” นายอรรถพลทิ้งท้าย

การแถลงจุดยืนในวันนี้ นับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุด หลังจากทางกลุ่ม “ยกระดับการเคลื่อนไหว” ด้วยการเรียกร้องรัฐบาลเยอรมนีให้ความกระจ่างเกี่ยวกับการประทับ การทรงงานและการเสียภาษีของในหลวง รัชกาลที่ 10 ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 

หลังจากการชุมนุมที่สถานทูตเยอมนี เครือข่ายของกลุ่ม “ราษฎร” ได้จัดการชุมนุมที่บริเวณถนนสีลมในชื่อกิจกรรม “ศิลปะราษฎร” ทางด้านแกนนำหลายคนของกลุ่ม “คณะราษฎร 2563” ได้แก่ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นายภาณุพงศ์ จาดนอก นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และนายอานนท์ นำภา เป็นต้น ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงแล้ว