Skip to content
Home » News » สีจิ้นผิง กับการเข้าร่วมสมาชิก พรรคคอมมิวนิสต์จีน

สีจิ้นผิง กับการเข้าร่วมสมาชิก พรรคคอมมิวนิสต์จีน

สีจิ้นผิง กับการเข้าร่วมสมาชิก พรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อวันที่ 5 ก.ค. สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อครั้งก่อตั้งขึ้นในปี 1921 พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีสมาชิกราว 50 คนเท่านั้น แต่ในศตวรรษที่ผ่านมา พรรคฯ มีผู้เข้าร่วมอุดมการณ์เพิ่มขึ้นจนมีสมาชิกมากกว่า 95 ล้านคน

สี จิ้นผิง เป็นบุตรของ สี จงชุน อดีตรองนายกรัฐมนตรีจีน ผู้ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของประธาน เหมา เจ๋อตง แต่ก่อนการปฏิวัติวัฒนธรรมไม่นาน จงชุนก็ถูกปรับลดตำแหน่งลงเป็นเพียงกรรมกร เนื่องจากเป็นผู้อนุมัติให้มีการตีพิมพ์หนังสือที่วิจารณ์ประธานเหมา ครอบครัวสีก็เข้าสู่ความทุกข์ยาก และเนื่องจากประวัติที่ด่างพร้อยของบิดาทำให้เขาเป็นนักเรียนที่มักถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ พี่สาวของสีก็ถูกกลั่นแกล้งเช่นกัน ด้วยความทุกข์หลายประการสุดท้ายเธอก็ฆ่าตัวตาย และแล้ว สี จิ้นผิง ก็กลายเป็นหนึ่งใน 29,000 ปัญญาชนชุดแรกที่ถูกกวาดต้อนไปเข้ารับการศึกษา ใช้ชีวิตเรียนรู้การทำไร่ทำนาและปศุสัตว์ พำนักอยู่ในถ้ำที่เหลียงเจี่ยเหอ หมู่บ้านเล็ก ๆ ทางเหนือของมณฑลชานซีในปี พ.ศ. 2512 ถึงกระนั้น เขามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาก สี จิ้นผิง ซึ่งยังคงอาศัยอยู่ในถ้ำ ได้เขียนจดหมายสมัครเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะถูกปฏิเสธมาตลอด แต่ในที่สุด หลังจากความพยายามหลายครั้ง เขาก็ได้เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ 

ในปี พ.ศ. 2515 เขาได้พบกับบิดาอีกครั้งด้วยน้ำตา บิดาของเขาซึ่งผ่านการใช้แรงงานมาอย่างหนักกว่าสิบปีไม่สามารถจำใบหน้าของลูกชายตนเองได้สิ่งเดียวที่ผูกพันสองพ่อลูกคือบุหรี่มวนที่เขายื่นให้แก่บิดา “ท่านถามผมว่า ‘ทำไมแกถึงสูบบุหรี่ด้วยล่ะ?’ ผมก็ตอบไปว่า ‘ผมเครียด ที่เราผ่านความลำบากหลายปีมานี้ได้ก็เพราะมันนี่แหละ’” เมื่อชื่อเสียงของบิดาได้รับการฟื้นฟูภายหลังการอสัญกรรมของเหมา เจ๋อตง เขากลับมาศึกษาต่อจนกระทั่งสำเร็จการศึกษาด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยชิงหวา และเริ่มมีสายสัมพันธ์กับบุคคลในกองทัพ หลังจากนั้น เขาทำงานรับใช้พรรคที่มณฑลเหอเป่ย์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการผสมพันธุ์สุกร

ที่ฝูเจี้ยน สี จิ้นผิง เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับไต้หวัน จนได้เป็นรักษาการเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ สาขาเซี่ยงไฮ้ ระหว่าง 7 เดือนที่รักษาการ เขาพัฒนาความสัมพันธ์ กับ เจียง เจ๋อหมิน อดีตเลขาธิการพรรคและแกนนำคนสำคัญของกลุ่มผู้นำรุ่นที่ 3 ของจีน

สี จิ้นผิง ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์ หลังจากการประชุมใหญ่ครั้งที่ 18 ในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 และขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางแห่งสาธารณรัฐในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2556

หมู่บ้านเหลียงเจียเหอ มณฑลส่านซี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน : 47 ปีก่อน ที่หมู่บ้านเหลียงเจียเหอชายหนุ่มวัย 20 ปีคนหนึ่งได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนและนั่นคือก้าวแรกของสีจิ้นผิงบนเส้นทางสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของพรรคการเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

สีจิ้นผิง กับการเข้าร่วมสมาชิก พรรคคอมมิวนิสต์จีน
https://www.dailynews.co.th/news/25516/

สีจิ้นผิง กับการเข้าร่วมสมาชิก พรรคคอมมิวนิสต์จีน เรื่องราวการเข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนของสีจิ้นผิง : เมื่อปี 1969 สีจิ้นผิงในวัย 15 ปีเดินทางมายังหมู่บ้านเหลียงเจียเหอ ภายใต้โครงการนำเยาวชนผู้มีการศึกษาจากตัวเมืองหลาย 10 ล้านคนมาใช้ชีวิตและทำงานในชนบท โดยหนุ่มเมืองผู้รักการอ่านอย่างสีจิ้นผิงสามารถปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้อย่างรวดเร็ว

สือชุนหยาง ชาวบ้านในหมู่บ้านเหลียงเจียเหอ : สีจิ้นผิงใฝ่หาความก้าวหน้า เขารักการอ่านและชอบอ่านหนังสือด้านการเมือง วัฒนธรรมและเศรษฐกิจอยู่เสมอ ยามค่ำคืนเขามักอ่านหนังสือใต้แสงตะเกียงถึงดึกดื่น

ชาวบ้านชอบเขา มักเข้าไปพูดคุยด้วย และขอให้สีถ่ายทอดความรู้ที่มีให้ฟัง ไม่เพียงแต่ผู้ถ่ายทอดความรู้เท่านั้น สียังเป็นทั้งผู้ฟังและนักกิจกรรมด้วย

สือชุนหยาง ชาวบ้านในหมู่บ้านเหลียงเจียเหอ : ช่วงแรกที่เยาวชนผู้มีการศึกษาเช่นสีมาถึงเหลียงเจียเหอ เขาไม่รู้วิธีการทำงานในไร่เลย แต่มักจะถามเอาจากเหล่าชาวนาสูงวัยเช่น วิธีการพรวนดิน ต้อนสัตว์ และถางดิน สีและเยาวชนคนอื่นๆ มุ่งมั่นตั้งใจทำงาน บางทีสีทำงานหนักโดยไม่ใส่ถุงมือ มือของเขาจึงเป็นแผลพุพองและมีเลือดออก แต่เขาก็ยังทำงานต่อไป ในเวลาไม่ถึง 2 ปี สีสามารถถางดิน แบกหาม และเก็บเกี่ยวร่วมกับชาวนาในท้องถิ่นได้

สือชุนหยาง ชาวบ้านในหมู่บ้านเหลียงเจียเหอ : สีมักอ่านบทความ “รับใช้ประชาชน” และสิ่งนี้คือหลักปรัชญาของเขา สีจิ้นผิงมาจากครอบครัวนักปฏิวัติ และการใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเหลียงเจียเหอนานหลายปีเป็นช่วงเวลาที่สอนปรัชญาเรื่องการยึดประชาชนเป็นหลักให้กับเขา ทั้งยังเสริมสร้างศรัทธาที่เขามีต่อพรรคฯ

เหลียงอวี้หมิง เลขาธิการพรรคฯ ประจำหมู่บ้านในขณะนั้น ประจักษ์ถึงความมุ่งมั่นของสีในการเข้าเป็นสมาชิกพรรคฯ

เหลียงอวี้หมิง อดีตเลขาธิการพรรคฯ ประจำหมู่บ้านเหลียงเจียเหอ : สีจิ้นผิงสมัครเป็นสมาชิกสันนิบาตเยาวชนพรรคคอมมิวนิสต์จีนตั้งแต่ปี 1972 เขาเขียนใบสมัครถึง 8 ฉบับ กว่าจะได้รับอนุมัติ ต่อมา เมื่อสียื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคฯ ครั้งแรก เหลียงได้จัดการประชุมสมาชิกพรรคฯ ประจำหมู่บ้านโดยได้รับความเห็นพ้องจากทุกคน ใบสมัครของเขาถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการพรรคฯ ประจำประชาคม ซึ่งในขณะนั้นมีหยางซื่อจงเป็นสมาชิก

หยางซื่อจง อดีตสมาชิกคณะกรรมการพรรคฯ ประจำประชาคมเหวินอันอี้ : หลายปีที่อยู่ที่นี่ สีจิ้นผิงมุ่งมั่นสร้างความก้าวหน้าทางการเมือง เขาทำงานหนัก รับผิดชอบ และยุติธรรม เขามีคุณสมบัติพร้อมจะเป็นสมาชิกพรรคฯ ด้วยสถานการณ์ของบิดาของสีจิ้นผิงภายใต้สภาพแวดล้อมทางการเมืองในขณะนั้น สีจึงไม่ได้รับอนุมัติเข้าเป็นสมาชิกพรรคฯ ในทันที แต่เขาก็ไม่ย่อท้อและส่งใบสมัครเพิ่มอีก 9 ฉบับ ก่อนจะได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคฯ ในปี 1974

สือชุนหยาง ชาวบ้านในหมู่บ้านเหลียงเจียเหอ : สีจิ้นผิงอยากเป็นสมาชิกพรรคฯ เพราะเขาศรัทธาต่อพรรคฯ อย่างแรงกล้า เขาเขียนใบสมัครถึง 10 ฉบับและตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเข้าเป็นสมาชิกให้ได้ เพราะเหตุใดกัน? เพราะเขาห่วงใยประชาชนและต้องการสร้างสิ่งที่ดีและจับต้องได้ให้ชาวบ้าน

หยางซื่อจง อดีตสมาชิกคณะกรรมการพรรคฯ ประจำประชาคมเหวินอันอี้ : ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างสนับสนุน เชื่อมั่น และยอมรับในตัวเขา ทุกคนอยากให้เขาขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคฯ ประจำหมู่บ้าน คณะกรรมการพรรคฯ ประจำประชาคมรับฟังคำแนะนำของพวกเขาและอนุมัติให้สีเข้าเป็นสมาชิกพรรคฯ และรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯ ประจำหมู่บ้านเหลียงเจียเหอ

ในฐานะเลขาธิการพรรคฯ ประจำหมู่บ้าน สีเป็นหัวหอกริเริ่มสารพัดโครงการด้านสังคม เช่น สร้างเขื่อนปกป้องพื้นที่เกษตรจากน้ำท่วม สร้างถังมีเทนเพื่อจ่ายก๊าซให้ชาวบ้านใช้ทำอาหารและสร้างแสงสว่าง รวมถึงเปิดโรงสี

สือชุนหยาง ชาวบ้านในหมู่บ้านเหลียงเจียเหอ : สีให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นอันดับแรกเสมอ และเข้มงวดกับตนเองมาก ทั้งยังทำงานที่เป็นรูปธรรมมากมายให้กับหมู่บ้าน ถือเป็นหัวหอกในหมู่สมาชิกพรรคฯ

18 มิ.ย. 2021 พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พรรคคอมมิวนิสต์จีน กรุงปักกิ่ง

ก่อนถึงวาระครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคฯ สีจิ้นผิงเยี่ยมชมนิทรรศการประวัติศาสตร์พรรคฯ ที่กรุงปักกิ่ง เขาทบทวนคำปฏิญาณตนเข้าเป็นสมาชิกพรรคฯ พร้อมกล่าวย้ำให้ผู้คนพึงระลึกถึงการต่อสู้ของพรรคฯ ในอดีต การแบกรับภารกิจครั้งประวัติศาสตร์ และสร้างพลังใจให้ตนในการก้าวไปข้างหน้าจากการซึมซับประวัติศาสตร์การต่อสู้ของพรรคฯ

สีจิ้นผิง : ข้าพเจ้าอาสาเป็นสมาชิกพรรคฯ สนับสนุนแผนงานของพรรคฯ ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพรรคฯ ทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรคฯ ปฏิบัติตามการตัดสินใจของพรรคฯ รักษาวินัยของพรรคฯ อย่างเคร่งครัด ปกป้องความลับของพรรคฯ จงรักภักดีต่อพรรคฯ มุ่งทำงานหนัก ต่อสู้เพื่อระบบคอมมิวนิสต์ไปชั่วชีวิต พร้อมสละทุกสิ่งเพื่อพรรคฯ และประชาชนได้ทุกเมื่อ และจะไม่มีวันทรยศต่อพรรคฯ

https://www.dailynews.co.th/news/25516/

1ม.ค.1969(วันที่ประมาณการ)