Skip to content
Home » News » สี จิ้นผิงประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน

สี จิ้นผิงประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน

สี จิ้นผิงประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน (เกิด 15 มิถุนายน 2496) เป็นนักการเมืองจีน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนและประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง บางทีเรียก “ผู้นำสูงสุด” ของจีน ในปี 2559 พรรคให้ตำแหน่งเขาเป็นผู้นำ “แกนกลาง” ในฐานะเลขาธิการสีเป็นคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาคณะกรรมการบริหารสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นองค์กรวินิจฉัยสั่งการสูงสุดของจีน

สี จิ้นผิงประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน

สี จิ้นผิงเป็นเลขาธิการคนแรกที่เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นบุตรของทหารผ่านศึกคอมมิวนิสต์จีน สี จงชุน สีขยับตำแหน่งทางการเมืองในมณฑลฝั่งทะเลของจีน สีเป็นผู้ว่าการมณฑลฝูเจี้ยนตั้งแต่ปี 2542 ถึง 2545 และผู้ว่าการ ซึ่งขณะนั้นเป็นตำแหน่งเลขาธิการพรรคของมณฑลเจ้อเจียงตั้งแต่ปี 2545 ถึง 2550 หลังการปลดเฉิน เหลียงยฺหวี่ สีถูกโอนไปเซี่ยงไฮ้เป็นเลขาธิการพรรคช่วงสั้น ๆ ในปี 2550 สีเข้าร่วมคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาคณะกรรมการบริหารสูงสุดและสำนักเลขาธิการกลางในเดือนตุลาคม 2550 ใช้เวลาอีกห้าปีเป็นผู้สืบทอดของหู จิ่นเทา สีเป็นรองประธานาธิบดีตั้งแต่ปี 2551 ถึง 2556 และรองประธานคณะกรรมการกลางทหารส่วนกลางตั้งแต่ปี 2553 ถึง 2555

สี จิ้นผิงประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน
https://www.kaohoon.com/news/general/438393

สี จิ้นผิง เป็นบุตรของ สี จงชุน อดีตรองนายกรัฐมนตรีจีน ผู้ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของประธาน เหมา เจ๋อตง แต่ก่อนการปฏิวัติวัฒนธรรมไม่นาน จงชุนก็ถูกปรับลดตำแหน่งลงเป็นเพียงกรรมกร เนื่องจากเป็นผู้อนุมัติให้มีการตีพิมพ์หนังสือที่วิจารณ์ประธานเหมา ครอบครัวสีก็เข้าสู่ความทุกข์ยาก และเนื่องจากประวัติที่ด่างพร้อยของบิดาทำให้เขาเป็นนักเรียนที่มักถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ พี่สาวของสีก็ถูกกลั่นแกล้งเช่นกัน ด้วยความทุกข์หลายประการสุดท้ายเธอก็ฆ่าตัวตาย และแล้ว สี จิ้นผิง ก็กลายเป็นหนึ่งใน 29,000 ปัญญาชนชุดแรกที่ถูกกวาดต้อนไปเข้ารับการศึกษา ใช้ชีวิตเรียนรู้การทำไร่ทำนาและปศุสัตว์ พำนักอยู่ในถ้ำที่เหลียงเจี่ยเหอ หมู่บ้านเล็ก ๆ ทางเหนือของมณฑลชานซีในปี พ.ศ. 2512 ถึงกระนั้น เขามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาก สี จิ้นผิง ซึ่งยังคงอาศัยอยู่ในถ้ำ ได้เขียนจดหมายสมัครเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะถูกปฏิเสธมาตลอด แต่ในที่สุด หลังจากความพยายามหลายครั้ง เขาก็ได้เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ 

ในปี พ.ศ. 2515 เขาได้พบกับบิดาอีกครั้งด้วยน้ำตา บิดาของเขาซึ่งผ่านการใช้แรงงานมาอย่างหนักกว่าสิบปีไม่สามารถจำใบหน้าของลูกชายตนเองได้ สิ่งเดียวที่ผูกพันสองพ่อลูกคือบุหรี่มวนที่เขายื่นให้แก่บิดา “ท่านถามผมว่า ‘ทำไมแกถึงสูบบุหรี่ด้วยล่ะ?’ ผมก็ตอบไปว่า ‘ผมเครียด ที่เราผ่านความลำบากหลายปีมานี้ได้ก็เพราะมันนี่แหละ’” เมื่อชื่อเสียงของบิดาได้รับการฟื้นฟูภายหลังการอสัญกรรมของเหมา เจ๋อตง เขากลับมาศึกษาต่อจนกระทั่งสำเร็จการศึกษาด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยชิงหวา และเริ่มมีสายสัมพันธ์กับบุคคลในกองทัพ หลังจากนั้น เขาทำงานรับใช้พรรคที่มณฑลเหอเป่ย์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการผสมพันธุ์สุกร

ที่ฝูเจี้ยน สี จิ้นผิง เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับไต้หวัน จนได้เป็นรักษาการเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ สาขาเซี่ยงไฮ้ ระหว่าง 7 เดือนที่รักษาการ เขาพัฒนาความสัมพันธ์ กับ เจียง เจ๋อหมิน อดีตเลขาธิการพรรคและแกนนำคนสำคัญของกลุ่มผู้นำรุ่นที่ 3 ของจีน

สี จิ้นผิง ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์ หลังจากการประชุมใหญ่ครั้งที่ 18 ในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 และขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางแห่งสาธารณรัฐในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2556

ชีวิตส่วนตัว

สีแต่งงานครั้งแรกกับ เค่อ หลิงหลิง บุตรีของเค่อ หัว อดีตเอกอัครราชทูตจีนประจำอังกฤษ ก่อนที่ทั้งคู่แยกทางกันหลังจากแต่งงานเพียงไม่กี่ปี

ต่อมา พ.ศ. 2530 สีแต่งงานกับ เผิง ลี่หยวน เธอเป็นนักร้องเพลงพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ ซึ่งเธอเป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกครั้งเมื่อนายสีได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ และภายหลังสามีได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ นางเผิง เริ่มที่จะเข้ามามีบทบาทในด้านการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ในฐานะที่เธอเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของจีน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ภริยาผู้นำสูงสุดออกมามีบทบาทต่อสาธารณชน ทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกันหนึ่งคน ชื่อว่า สี หมิงเจ๋อ ซึ่งเธอจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในฤดูใบไม้ผลิปี พ.ศ. 2558 ขณะที่เรียนเธอใช้นามแฝง โดยศึกษาทางด้านจิตวิทยาและภาษาอังกฤษ

นางเผิงเคยกล่าวถึงชีวิตในครอบครัวว่า “พอเขามาถึงบ้าน ดิฉันไม่เคยรู้สึกเลยว่ามีผู้นำกำลังอยู่ในบ้าน ในสายตาฉันเขายังคงเป็นแค่สามี

ประธานาธิบดี

หลังเถลิงอำนาจ สีริเริ่มมาตรการกว้างขวางเพื่อใช้บังคับวินัยของพรรคและรับประกันเอกภาพภายใน การรณรงค์ปราบการฉ้อราษฎร์บังหลวงอันเป็นสัญลักษณ์ของเขานำสู่การหมดอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งปัจจุบันและเกษียณแล้วคนสำคัญหลายคน สีเพิ่มการจำกัดสังคมพลเมืองและวจนิพนธ์อุดมการณ์ ส่งเสริมการตรวจพิจารณาอินเทอร์เน็ตในประเทศจีนตามมโนทัศน์ “เอกราชอินเทอร์เน็ต” สีเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเศรษฐกิจแบบตลาดเพิ่ม การปกครองตามกฎหมายและเสริมสร้างสถาบันกฎหมาย โดยเน้นความทะเยอทะยานปัจเจกบุคลและชาติภายใต้คำขวัญ “ฝันจีน” สียังเป็นผู้นำนโยบายต่างประเทศที่ในเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะกับความสัมพันธ์ระหว่าง จีน–ญี่ปุ่น ไปจนถึงการอ้างสิทธิ์ของจีนในทะเลจีนใต้ และบทบาทในการเป็นผู้นำการค้าเสรีและโลกาภิวัฒน์ เขายังมุ่งขยายอิทธิพลในยูเรเชียของจีนผ่านการริเริ่มหนึ่งเข็มขัดหนึ่งถนน

เขาถือเป็นบุคคลศูนย์กลางของผู้นำรุ่นที่ 5 ของสาธารณรัฐประชาชนจีน สีรวบอำนาจสถาบันมากขึ้นโดยดำรงตำแหน่งผู้นำหลายตำแหน่ง รวมทั้งประธานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติที่ตั้งใหม่ ตลอดจนคณะกรรมการขับเคลื่อนใหม่ว่าด้วยการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคม การจัดโครงสร้างกองทัพใหม่ และอินเทอร์เน็ต ความคิดทางการเมืองของสี ถูกเขียนอยู่ในธรรมนูญของพรรค และมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อเลิกข้อจำกัดวาระของประธานาธิบดี นั่นทำให้ผู้นำจีนต่อไปนี้ สามารถรับเลือกเป็นประธานาธิบดีได้โดยไม่จำกัดวาระ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกจำกัดมาตั้งแต่สมัยที่เติ้งเสี่ยวผิงปฏิรูปประเทศจีน สีมีการสร้างลัทธิบูชาบุคคลรอบตัวเขา”โดยมีหนังสือ การ์ตูน เพลงป๊อบ และกระทั่งท่าเต้น”

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B5_%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%87