Skip to content
Home » News » หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไทยมีนายกฯพลเรือนกี่คน

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไทยมีนายกฯพลเรือนกี่คน

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไทยมีนายกฯพลเรือนกี่คน 24 มิถุนายน เวียนมาอีกครั้งในปี 2564… แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนาน 89 ปี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันดังกล่าวยังคงเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย

เพราะเป็นวันที่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบ “สมบูรณาญาสิทธิราชย์” มาเป็น “ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ผ่านการขับเคลื่อนของ “คณะราษฎร” ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. รักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชทางการเมือง, ในทางศาล, ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
  2. รักษาความปลอดภัยในประเทศให้การประทุษร้ายต่อกันลดลงให้มาก
  3. บำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
  4. ให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน
  5. ให้ราษฎรมีเสรีภาพที่ไม่ขัดต่อหลัก 4 ประการดังกล่าวแล้ว
  6. ให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

มรดกทั้ง 6 ข้อของคณะราษฎร ได้รับการสานต่อมากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับปูมหลังของผู้นำประเทศแต่ละคน

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไทยมีนายกฯพลเรือนกี่คน
https://www.prachachat.net/politics/news-696778

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไทยมีนายกฯพลเรือนกี่คน

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไทยมีนายกฯพลเรือนกี่คน รายชื่อ “นายกรัฐมนตรี” ของประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 89 ปี หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จำแนกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ นายกรัฐมนตรีสายทหาร กับนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่สายทหาร ดังนี้

1. พระยามโนปกรณ์นิติธาดา หรือก้อน หุตะสิงห์ เป็นนักเรียนทุนอังกฤษ หลังเรียนจบด้านกฎหมาย ได้เข้ารับราชการเป็นตุลาการ ด้วยความมือสะอาด ไม่มีเรื่องด่างพร้อย ปจึงได้รับเลือกจากคณะราษฎรให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศ

2. พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา หรือพจน์ พหลโยธิน เป็นบุตรของพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา (ถิ่น พหลโยธิน) กับคุณหญิงจับ เมื่ออายุ 16 ปี ได้รับทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกในเยอรมนี กระทั่ง 24 มิถุนายน 2475 เป็นหัวหน้าคณะราษฎรยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครอง

พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายทหารคนแรกที่ได้เป็นนายกฯ ดำรงตำแหน่งสมัยแรกเมื่อ 21 มิถุนายน 2476 หลังรัฐประหารรัฐบาลของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา

3. จอมพลแปลก พิบูลสงคราม หรือแปลก ขีตตะสังคะ เป็นบุตรของนายขีด กับนางสำอาง ขีดตะสังคะ ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2490 และเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 8 สมัย

4. พันตรีควง อภัยวงศ์ พันตรีควง อภัยวงศ์ เป็นนักเรียนไทยในฝรั่งเศสรุ่นเดียวกับปรีดี พนมยงค์ และจอมพลแปลก พิบูลสงคราม และได้ร่วมเป็นสมาชิกคณะราษฎรสายพลเรือน ซึ่งร่วมการปฏิวัติสยาม 2475 นอกจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 4 สมัย ยังเคยมีบรรดาศักดิ์เป็นรองอำมาตย์เอก หลวงโกวิทอภัยวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, กระทรวงการคลัง, กระทรวงเกษตราธิการ และกระทรวงมหาดไทย ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนแรก

5. ทวี บุณยเกตุ (ดำรงตำแหน่ง 31 สิงหาคม 2488 ถึง 17 กันยายน 2488) เป็นบุตรของพระยารณชัยชาญยุทธ์ (ถนอม บุณยเกตุ) กับคุณหญิงรณชัยชาญยุทธ์ (ทับทิม) ปี 2475 วันที่ 31 สิงหาคม 2488 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อถึงวันที่ 17 กันยายน 2488 ได้ถวายบังคมลาออกจากตําแหน่ง โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลได้พิจารณาเห็นว่าภารกิจเร่งด่วนที่รัฐบาลคณะนี้พึงปฏิบัติได้สําเร็จลุล่วงไปแล้ว

6. ปรีดี พนมยงค์เกิดที่อำเภอกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรของนายเสียง กับนางลูกจันทร์ พนมยงค์ ปี 2460 ปรีดีเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรม และศึกษาภาษาฝรั่งเศสที่เนติบัณฑิตยสภา จนสอบไล่ได้วิชากฎหมายชั้นเนติบัณฑิตในปี 2462 แต่ต้องรอถึงปี 2463 ให้อายุครบ 20 ปี ตามเกณฑ์กำหนดจึงได้เป็นสมาชิกสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา และปีเดียวกันนี้ ปรีดีได้รับทุนจากกระทรวงยุติธรรมให้ไปศึกษาวิชากฎหมายที่ฝรั่งเศส

ปรีดีเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของไทย เมื่อ 24 มีนาคม 2489 เนื่องจากรัฐบาลของควง อภัยวงศ์ ลาออก

7. พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เกิดที่ตำบลหัวรอ อำเภอรอบกรุง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรของนายอู๋ กับนางเงิน ธารีสวัสดิ์ หลังรับราชการอยู่ในกองทัพเรือได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ และราชทินนามเป็นหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ปี 2475 ได้เข้าร่วมในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากปรีดี พนมยงค์ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2489

8. พจน์ สารสิน เกิดที่บ้านพักถนนสุรศักดิ์ ตำบลสีลม อำเภอบางรัก เมืองพระนคร เป็นบุตรของพระยาสารสินสวามิภักดิ์ (เทียนฮี้ สารสิน) กับคุณหญิงสุ่น สารสิน พจน์ สารสิน เริ่มบทบาททางการเมืองด้วยการสนับสนุนของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อ 21 กันยายน 2500 หลังจากการทำรัฐประหารของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

9. จอมพลถนอม กิตติขจร เกิด ณ บ้านหนองหลวงอำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก เป็นบุตรของขุนโสภิตบรรณลักษณ์ (อำพัน กิตติขจร) กับนางโสภิตบรรณลักษณ์ (ลิ้นจี่) รับราชการครั้งแรกในตำแหน่งผู้บังคับหมวดกรมทหารราบที่ 8 กองพันที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้ร่วมก่อรัฐประหารซึ่งผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ

สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้จอมพลถนอมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 10 เมื่อ 1 มกราคม 2501 แต่บริหารประเทศแค่ 9 เดือนเศษก็ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อสฤษดิ์ตาย จอมพลถนอมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง

10. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เกิดที่บ้านปากคลองตลาด ตำบลพาหุรัด จังหวัดพระนคร (กทม.)และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 11 ของประเทศไทย ระหว่าง 9 กุมภาพันธ์ 2502 – 8 ธันวาคม 2506 จนถึงแก่อสัญกรรม เมื่อ 8 ธันวาคม 2506 ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า รวมอายุได้ 55 ปี นับเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวที่เสียชีวิตขณะดำรงตำแหน่ง

11. สัญญา ธรรมศักดิ์ เกิดที่จังหวัดธนบุรี เป็นบุตรของมหาอำมาตย์ตรี พระยาธรรมสารเวทย์วิเศษภักดี (ทองดี ธรรมศักดิ์) 

12. หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เกิดที่ค่ายทหาร ในจังหวัดนครสวรรค์ เป็นโอรสในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ กับหม่อมแดง (บุนนาค)

13. หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นน้องชายแท้ ๆ ของหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นผู้ก่อตั้งพรรคก้าวหน้า เมื่อ 2488

14. ธานินทร์ กรัยวิเชียร เกิดที่จังหวัดพระนคร เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 14 ภายหลังจากที่คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน

15. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เกิดที่ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นบุตรนายแจ่มกับนางเจือ ชมะนันทน์ สำเร็จการศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า 

16. พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เกิดที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นบุตรชายของรองอำมาตย์โท หลวงวินิจทัณฑกรรม (บึ้ง ติณสูลานนท์) 

17. พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เกิดที่ตำบลพลับพลาไชย จังหวัดพระนคร เป็นบุตรของจอมพลผิน ชุณหะวัณ กับคุณหญิงวิบุลลักสม์ ชุณหะวัณ รับราชการครั้งแรกเมื่อ 2483

18. พลเอกสุจินดา คราประยูร เกิดที่ตำบลบ้านช่างหล่อ อำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี เป็นบุตรคนเล็กของจวง กับสมพงษ์ คราประยูร เริ่มเข้ารับราชการทหารตั้งแต่ปี 2496 จนเมื่อ 2534 ได้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด

19. อานันท์ ปันยารชุน เป็นบุตรของมหาอำมาตย์ตรี พระยาปรีชานุสาสน์ (เสริญ ปันยารชุน) ชาวไทยเชื้อสายมอญ กับคุณหญิงปฤกษ์ ปรีชานุสาสน์ (ปฤกษ์ โชติกเสถียร) ชาวไทยเชื้อสายจีน 

20. ชวน หลีกภัย เกิดที่ตำบลท้ายพรุ (ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลทับเที่ยง) อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เป็นบุตรของนิยม กับถ้วน หลีกภัย หลังเรียนจบนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มทำงานเป็นทนายความ ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์

21. บรรหาร ศิลปอาชา บรรหารเป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรี บิดาของบรรหาร คือ เซ่งกิม แซ่เบ๊ ส่วนมารดาของบรรหาร คือ สายเอ็ง แซ่เบ๊ เป็นเจ้าของร้านสิ่งทอชื่อ ย่งหยูฮง

บรรหารเข้าสู่วงการเมืองจากการชักชวนของบุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ ตั้งแต่มีการก่อตั้งพรรคชาติไทยเมื่อ  2517 ต่อมาในปี 2537 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาติไทย

22. พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เกิดที่จังหวัดนนทบุรี เป็นบุตรของร้อยเอก ชั้น ยงใจยุทธ และนางสุรีย์ศรี สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลังลาออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เข้าสู่แวดวงการเมือง โดยก่อตั้งพรรคความหวังใหม่ 

23. ทักษิณ ชินวัตร เกิดที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรของเลิศ และยินดี ชินวัตร จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ต่อมาศึกษาต่อในระดับปริญญาโท โดยได้รับทุนของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการ เข้าสู่ภาคการเมือง โดยพลตรีจำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรม เป็นผู้ชักชวน หลังการปลดรัฐมนตรีจากพรรคพลังธรรม ทักษิณได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลชวน หลีกภัย และในปีต่อมา เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังธรรมแทนพลตรีจำลอง

24. พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เกิดในค่ายจักรพงษ์ที่จังหวัดปราจีนบุรี เป็นบุตรของพันโทพโยม จุลานนท์ กับอัมโภช จุลานนท์ เข้าโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 1 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เริ่มรับราชการในยศร้อยตรี ในปี 2508 จากนั้นจึงไปศึกษาต่อหลักสูตรเสนาธิการทหารบกที่สหรัฐอเมริกา และทำงานในหน่วยรบต่อสู้กับคอมมิวนิสต์

25. สมัคร สุนทรเวช เป็นบุตรของเสวกเอก พระยาบำรุงราชบริพาร กับคุณหญิงบำรุงราชบริพาร หลังสำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มทำงานเป็นสื่อมวลชนสายการเมือง เริ่มต้นชีวิตการเมืองโดยเข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ปี  2511 ลงสมัครตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนขึ้นถึงระดับชาติ

26. สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เกิดที่ตำบลสวนขันอำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายเจิม-นางดับ วงศ์สวัสดิ์ หลังสำเร็จการศึกษาแล้วสอบบรรจุเข้าเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา กระทรวงยุติธรรม ต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงแรงงาน ปี 2551 ได้รับการเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของประเทศไทย

27. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิดที่เมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ บิดาชื่อ ศาสตราจารย์นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ มารดาชื่อ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสดใส เวชชาชีวะ หลังสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี อภิสิทธิ์เข้ารับราชการเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก ก่อนจะลาออกจากราชการกลับไปศึกษาต่อระดับปริญญาโททางด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด

อภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต่อจากบัญญัติ บรรทัดฐาน และได้ลาออกจากตำแหน่งภายหลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้งให้กับพรรคเพื่อไทยในปี 2554 แต่ก็ได้รับเลือกกลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกครั้ง ในปีเดียวกัน

28. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นน้องสาวของทักษิณ ชินวัตร ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2554 พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อยิ่งลักษณ์เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งทั่วไป ผลปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยได้ผู้แทนราษฎร 265 ที่นั่ง ยิ่งลักษณ์จึงได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 5 สิงหาคม 2554 ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

29. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรชายของพันเอก (พิเศษ) ประพัฒน์ จันทร์โอชา และเข็มเพชร จันทร์โอชา หลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมทหาร จนสำเร็จเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 (ตท.12) และเป็นนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 23 อีกทั้งยังเป็นศิษย์เก่าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

พลเอกประยุทธ์ รับราชการทหารอยู่ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ เริ่มจากตำแหน่งผู้บังคับการกองพัน จนถึงผู้บังคับการกรม จากนั้นจึงย้ายไปอยู่ที่กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และรับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1

ปี 2553 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารบกต่อจากพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่เกษียณอายุราชการ ต่อมาวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 พลเอกประยุทธ์ประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร และอีก 2 วันต่อมา ได้ก่อรัฐประหารในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้งตัวเองเป็นกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ และเป็นกรรมการโดยตำแหน่งในฐานะนายกรัฐมนตรี

https://www.prachachat.net/politics/news-696778