Skip to content
Home » News » อนุสรณ์ 6 ตุลา และมรดก

อนุสรณ์ 6 ตุลา และมรดก

อนุสรณ์ 6 ตุลา
https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_2953364

อนุสรณ์ 6 ตุลา และมรดก การรำลึก

อนุสรณ์ 6 ตุลา และมรดก การจัดงานรำลึกประจำปีปกติเน้นเพื่อกระตุ้นเตือนสังคมถึงการไม่ต้องรับผิด จิตวิญญาณประชาธิปไตยและการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ไม่ค่อยเกิดผลเท่าใดนัก วิภา ดาวมณี อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า หลังวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2548–2553 ทำให้ญาติผู้เสียชีวิตแตกออกเป็นเสื้อเหลืองและเสื้อแดง ทำให้ขาดความร่วมมือในการจัดงานรำลึก

ในปี 2539 มีการจัดงานรำลึกครบรอบ 20 ปี เป็นครั้งแรกที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์รวมกันบอกเล่าเรื่องในแบบผู้ถูกกระทำ มีการตีพิมพ์หนังสือหลายเรื่องซึ่งเป็นการเปิดมุมมองใหม่ ๆ ตัวอย่างหนังสือสำคัญ เช่น เราไม่ลืม 6 ตุลา, มหาวิทยาลัยของฉัน, ตุลากาล, 6 ตุลาจารึก ความทรงจำ ความหวัง บทเรียน ฯลฯ

อนุสรณ์ 6 ตุลา งานรำลึกครบรอบ 40 ปีของเหตุการณ์จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างวันที่ 6–8 ตุลาคม 2559 แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติอนุญาตให้จัดงานเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เตือนว่าได้วางกำลังนอกเครื่องแบบ และอาจสั่งปิดกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม นับเป็นงานที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดนับแต่งานครบรอบ 20 ปีของเหตุการณ์ในปี 2539

“สวนประติมากรรมกำแพงประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ประติมานุสรณ์ 6 ตุลาคม 2519” ตั้งอยู่บริเวณประตูทางเข้า (ฝั่งสนามหลวง) ด้านหน้าหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

โดยสภามหาวิทยาลัยอนุมัติจัดสร้างชิ้นงานประติมานุสรณ์ 6 ตุลา เมื่อปี 2541 สร้างเสร็จปี 2543 เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถานของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่สะท้อนความทรงจำ 6 ตุลา ซึ่งแทรกอยู่ในพื้นที่ทุกตารางนิ้วของธรรมศาสตร์

มีรายละเอียดอยู่ในเว็บไซต์ themomentum.co เรื่อง ประติมานุสรณ์ พื้นที่ทางความทรงจำของ 6 ตุลา โดย สุธีร์ นครากรกุล ว่า ประติมานุสรณ์ 6 ตุลา เป็นความพยายามหนึ่งในการสร้างพื้นที่ทางความทรงจำเชิงกายภาพให้กับเหตุการณ์ที่ยังไม่มีที่ทางชัดในประวัติศาสตร์

ประติมานุสรณ์ 6 ตุลาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสวนประติมากรรม กำแพงประวัติศาสตร์: ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย อนุสรณ์สถานบอกเล่าและรำลึกถึงเหตุการณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในอดีตของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แผนจัดสร้างตั้งแต่การรื้อฟื้นเหตุการณ์ขึ้นครั้งแรกในวาระครบรอบ 20 ปี เมื่อพ.ศ. 2539 ล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า เพราะ ไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ

กระทั่งการเสียชีวิตของ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในปี 2542 จึงมีการรวบรวมเงินอุปถัมภ์บริจาค จนสามารถสร้างแล้วเสร็จในปีถัดมา นับแต่นั้นในงานรำลึกครบรอบเหตุการณ์ ประติมานุสรณ์ก็เป็นพื้นที่หลักสำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาให้ผู้เสียชีวิต

ประติมากรรมหินแกรนิตสีแดง ขนาดยาว 6 เมตร สลักตัวหนังสือและตัวเลข “๖ ตุลา ๒๕๑๙” เต็มพื้นที่ ด้วยความสูง 95 เซนติเมตร ทำให้เป็นอนุสรณ์สถานขนาดเล็กเมื่อเทียบกับอนุสรณ์สถานอื่นๆ

เมื่อเข้ามาดูใกล้ๆ จะมองเห็นประติมากรรมนูนสูงหล่อด้วยทองเหลืองรมดำ แสดงภาพนักศึกษาและประชาชนถูกยิง ตอกอก นั่งยาง และแขวนคอจากการสังหารหมู่ อยู่ตรงที่ว่างระหว่างตัวอักษรบนแผ่นหิน

อนุสรณ์ 6 ตุลา
https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_2953364

ชิ้นส่วนประติมากรรมเหล่านี้สร้างขึ้นด้วยรูปแบบเหมือนจริง (realism) การทำภาพเหมือนเป็นความพยายามบ่งบอกถึงตัวตนของต้นแบบ เป็นวิธีกลายสถานะจากการเป็นบุคคลบนภาพถ่ายมาสู่การมีตัวตนสัมผัสจับต้องได้ในรูปลักษณ์ของประติมากรรม พร้อมยังสามารถเทียบเคียงได้กับภาพถ่ายเหตุการณ์ต้นฉบับ ระบุได้ว่าใครเป็นใคร หรือนำมาจากภาพใด

ความจงใจการใช้ภาพอันรุนแรงจากเหตุการณ์ นอกจากต้องการสื่อสารแบบตรงไปตรงมาแล้ว ยังเป็นไปเพื่อเร่งเร้าความรู้สึกและอารมณ์ร่วมของคนดูอีกด้วย การจำต้องเข้ามาก้มมองดูในระยะใกล้ แล้วจึงเห็นภาพของประติมากรรมที่ชัดเจน ก็เน้นย้ำอย่างชัดแจ้งว่าเรื่องราวของ 6 ตุลานั้นเรียกร้องให้เข้าไปมองเห็นเป็นสำคัญ

ประติมานุสรณ์ตั้งอยู่บริเวณประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยฝั่งท้องสนามหลวง จุดเดียวกับที่กองกำลังของรัฐเข้าล้อมปราบนักศึกษาและประชาชน บริบทของพื้นที่ช่วยส่งผลให้การเล่าเรื่องของประติมานุสรณ์มีพลังยิ่งขึ้น จากสถานที่ซึ่งเกิดขึ้นจริงในเหตุการณ์

ด้านหลังและด้านข้างของประติมานุสรณ์ สลักรายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ สิ่งที่น่าสนใจคือ รายนามผู้เสียชีวิตที่จารึกนั้น ปรากฏชื่อของประชาชนฝ่ายขวาผู้ชนะจากเช้าวันพุธที่ 6 ตุลาคม 2519 รวมอยู่ด้วย

การจัดงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชน วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ นักแสดง กล่าวถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและมาตรฐานเดียว ส่วนเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าอาจต้องรออีก 40 ปีเหตุการณ์นี้จึงจะเป็นประวัติศาสตร์ของสังคม เช่นเดียวกับการสังหารหมู่นานกิงที่เป็นบทเรียนแก่ชาวญี่ปุ่น

เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรม มองว่ากลยุทธ์อันจืดชืดของนักกิจกรรมในอดีตอาจเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้มีการจัดรำลึกของนักศึกษาน้อย ส่วนเขาจัดกิจกรรมโดยมีเกม และระดมทุนจากการขายเสื้อยืด นอกจากนี้ ยังมีการจัดงานที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ในปี 2562 มีการจัด “นิทรรษการ | พยาน” และโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ 6 ตุลา ซึ่งรวบรวมพยานหลักฐานในเหตุการณ์

อนุสรณ์ 6 ตุลา และมรดกวัฒนธรรมสมัยนิยม

ในปี 2520 มีภาพยนตร์ที่สะท้อนทัศนะฝายขวา เก้ายอด โดยสุพรรณ พราหมณ์พันธุ์ ที่นำภาพข่าวชุมนุมมาสื่อว่าต้องการล้มล้างประชาธิปไตย แต่ในปีเดียวกัน ก็มีชาวญี่ปุ่น โอโอกะ เรียวโออิจิ เรียบเรียงฟุตเทจภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาถึง 6 ตุลา เป็นภาพยนตร์ชื่อ จักจำไว้จนวันตาย (They Will Never Forget)

ในปี 2552 มีภาพยนตร์ที่เนื้อหาว่าด้วยเหตุการณ์ 6 ตุลา หลายเรื่อง เช่น ฟ้าใส ใจชื่นบาน เล่าเรื่องของนักศึกษาที่หนีเข้าป่าในเชิงขบขัน, มหาลัยสยองขวัญ ตอนลิฟท์แดง และ October Sonata: รักที่รอคอย ที่นำเสนอผ่านความรัก การรอคอย และนวนิยายเรื่อง สงครามชีวิต ของศรีบูรพา

ภาพยนตร์เรื่อง ดาวคะนอง (2559) เล่าถึงผู้สร้างภาพยนตร์ที่ต้องการสร้างเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลา เป็นภาพยนตร์ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ และชมรมวิจารณ์บันเทิง และเป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์

แต่ตำรวจสั่งงดฉายในประเทศไทย ภาพยนตร์สั้น พิราบ (2560) กำกับโดยบัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ว่าด้วยเรื่องราวของนักศึกษาที่ถูกปราบปรามในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ได้รับรางวัลพิราบขาว จากมูลนิธิ 14 ตุลา และรางวัลชมเชย สาขาช้างเผือก

ภัทรภร ภู่ทองเป็นผู้กำกับสารคดีบทสัมภาษณ์ญาติและเพื่อนของผู้เสียชีวิต ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ด้วยความนับถือ (Respectfully Yours, 2559) ฉายครั้งแรกในวันครบรอบ 40 ปีของเหตุการณ์ นำเสนอบทสัมภาษณ์ของญาติผู้เสียชีวิต

พวงทอง ภวัครพันธุ์ ผู้ผลิต กล่าวว่า เป็นความพยายามขับเน้นใบหน้าของผู้เสียหาย ไม่ใช่ถูกทำให้เป็นตัวเลข เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการหอจดหมายเหตุดิจิทัล สองพี่น้อง เป็นภาพยนตร์สั้นที่นำเสนอนิยายของนักกิจกรรมสองพี่น้องช่างไฟฟ้านักกิจกรรมที่ถูกลงประชาทัณฑ์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2519

ภาพยนตร์แสดงบทสัมภาษณ์ชีวประวัติของญาติผู้เสียชีวิต ชุมพรและวิชัย ภาพยนตร์ยังแสดงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นประตูทางเข้าที่ดินว่างเปล่าแปลงหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ที่เรียก “ประตูแดง” อีกเรื่องหนึ่งคือ ความทรงจำ-ไร้เสียง (2557)

ในปี 2561 มิวสิกวิดีโอเพลงแร็ปใต้ดิน “ประเทศกูมี” ของกลุ่มแร็ป Rap Against Dictatorship ใช้ฉากหลังเป็นการลงประชาทัณฑ์ในเหตุการณ์ 6 ตุลา