Skip to content
Home » News » อองซานซูจี ไปศาลครั้งแรก

อองซานซูจี ไปศาลครั้งแรก

อองซานซูจี ไปศาลครั้งแรก ทนายความของนางออง ซาน ซู จี เผย เธอปรากฏตัวต่อศาลครั้งแรกเมื่อ 24 พ.ค. หลังการรัฐประหารเมื่อต้นเดือน ก.พ. และประกาศความมุ่งมั่นว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) จะอยู่ต่อไป หลังกองทัพขู่ว่าจะยุบพรรค

หลังการรัฐประหาร 1 ก.พ. ประชาชนก็ออกมาประท้วงไม่เว้นแต่ละวัน รัฐบาลส่งกองกำลังออกปราบปรามการประท้วงอย่างรุนแรง โดยสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอซีพี) ระบุว่า กองทัพเมียนมาสังหารประชาชนเสียชีวิตแล้วมากกว่า 800 คน

มิน มิน โซ ทนายความของนางซู จี ซึ่งยังไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนเลยนับตั้งแต่ถูกยึดอำนาจ บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า เธอดู “มีสุขภาพแข็งแรงดีและมีความมั่นใจอย่างเต็มที่” ระหว่างการหารือกันนาน 30 นาที

นางซู จี ยังได้อวยพรให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง ด้าน ขิ่น หม่อง ซอว์ หัวหน้าทีมกฎหมายของนางซู จี กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า อดีตผู้นำพลเรือนไม่มีหนังสือพิมพ์อ่านระหว่างการถูกควบคุมตัว และรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายนอกเพียงบางส่วนเท่านั้น

“พรรคของเราเติบโตขึ้นมาจากประชาชน ดังนั้นพรรคก็จะคงอยู่ตราบเท่าที่ประชาชนให้การสนับสนุน” สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานคำพูดของนางซู จี ตามคำบอกเล่าของ ขิ่น หม่อง ซอว์ ด้วย

อองซานซูจี ไปศาลครั้งแรก
https://www.bbc.com/thai/international-57229967

เมื่อ 21 พ.ค. ผู้นำทหารของเมียนมาหลายคนได้ขู่ว่าจะยุบพรรคเอ็นแอลดี หลังอ้างความชอบธรรมในการก่อรัฐประหารเมื่อเดือน ก.พ. ด้วยการกล่าวหาว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งขนานใหญ่ แต่ก็ไม่เคยเปิดเผยหลักฐาน

สิ่งที่เราควรทำกับพรรคที่ [กระทำการ] ผิดกฎหมายคืออะไร เราควรยุบพรรคหรือตั้งข้อหาผู้ที่กระทำการนี้ ในฐานะผู้ทรยศต่อประเทศชาติหรือไม่” เต็ง โซ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวและเสริมว่า การสอบสวนผลการเลือกตั้งใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทว่า ผู้สังเกตการณ์อิสระระบุว่า ไม่มีหลักฐานปรากฎว่ามีการทุจริตเลือกตั้งเกิดขึ้น

เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (Asian Network for Free Elections) ซึ่งมีผู้สังเกตการณ์ตามหน่วยเลือกตั้งมากกว่า 400 แห่ง ระบุว่า ผลการเลือกตั้ง “มีความปกติ สะท้อนเจตจำนงของประชาชนเมียนมา

เอเอฟพีรายงานว่า รัฐบาลทหารเคยขู่ว่าจะยุบพรรคเอ็นแอลดีซึ่งชนะการเลือกตั้งในปี 2020 จากการถูกกล่าวหาว่าทุจริตการเลือกตั้ง

ด้านรอยเตอร์รายงานว่า สื่อรายงานเมื่อวันศุกร์โดยอ้างคำพูดของคณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมาคนหนึ่ง ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งที่รัฐบาลทหารเมียนมาแต่งตั้งขึ้นมาจะยุบพรรคเอ็นแอลดีด้วยเหตุผลว่า ชัยชนะที่ได้มาจากการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย. เกิดจากการทุจริต ขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดเดิมเพิกเฉิยต่อข้อกล่าวหานี้

อองซานซูจี ไปศาลครั้งแรก

นางซู จี ถูกตั้งข้อหาอาญาหลายข้อหารวมถึง การละเมิดข้อจำกัดการควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว และการครอบครองวิทยุสื่อสารโดยไม่มีใบอนุญาต นอกจากนี้ยังถูกกล่าวหาว่าละเมิดรัฐบัญญัติความลับทางการของเมียนมา ซึ่งเป็นข้อหาที่รุนแรงที่สุด

ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาในกรุงเนปิดอว์ โดยมีการนำรถบรรทุกของตำรวจมาขวางถนนที่มุ่งไปสู่ศาล

เอเอฟพีรายงานว่า คดีของนางซู จี ล่าช้ามานานหลายสัปดาห์ และทีมทนายความของเธอก็เผชิญกับความยากลำบากในการติดต่อกับนางซู จี

มิน มิน โซ กล่าวตามรายงานของเอเอฟพีว่า การไต่สวนครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 7 มิ.ย. นี้ นอกจากนี้ยังระบุว่า เธอได้พบกับนายวิน มินต์ อดีตประธานาธิบดีเมียนมา ซึ่งถูกขับออกจากตำแหน่งและถูกควบคุมตัวพร้อมกับนางซู จี ด้วย

ริชาร์ด ฮอร์ซีย์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านเมียนมาของกลุ่มวิกฤตระหว่างประเทศ (International Crisis Group) กล่าวกับเอเอฟพีว่า “เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่า ทำไมจึงมีการอนุญาตให้มีการหารือนี้เกิดขึ้น”

“แต่บ่งบอกได้ว่า รัฐบาลทหารกำลังรู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้น ทั้งที่ยังมีการต่อต้านและวิกฤตขนาดใหญ่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟีนิกซ์ ของฮ่องกง เมื่อ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา ถือเป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกนับตั้งแต่เป็นผู้นำก่อรัฐประหารขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีการออกอากาศการสัมภาษณ์ฉบับเต็ม แต่มีการโพสต์คลิปสั้น ๆ การแสดงความเห็นของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย เป็นภาษาเมียนมาและมีการแปลเป็นภาษาจีนทางโซเชียลมีเดีย

“ออง ซาน ซู จี แข็งแรงดี เธอพักอยู่ที่บ้าน และจะปรากฏตัวต่อศาลในอีกไม่กี่วันนี้” เขากล่าวในคลิป

จากนั้นเขาได้กล่าวย้ำถึงข้อกล่าวหาของกองทัพที่อ้างว่า พรรคเอ็นแอลดีทุจริตการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว

เอเอฟพีรายงานว่า ในการให้สัมภาษณ์นาน 2 ชั่วโมงแก่สื่อฮ่องกง ผู้นำทหารเมียนมาตอบคำถามเรื่องความสำเร็จทางการเมืองของนางซู จี ว่า “พูดสั้น ๆ ว่า เธอได้ทำทุกอย่างที่เธอสามารถทำได้แล้ว”

กองทัพเมียนมาประกาศภาวะฉุกเฉินนาน 1 ปี หลังจากยึดอำนาจ และระบุว่า จะจัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่หลังจากนั้น

https://www.bbc.com/thai/international-57229967

นอกจากนี้ระหว่างการให้สัมภาษณ์สื่อฮ่องกง เอเอฟพีรายงานด้วยว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้โต้แย้งยอดรวมผู้เสียชีวิตจากการประท้วง และระบุว่า เขาไม่พร้อมที่จะยอมรับฉันทามติในที่ประชุมที่จัดขึ้นโดยสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน ในการยุติความรุนแรง

ด้านรอยเตอร์รายงานว่า ผู้นำทหารเมียนมาระบุในการให้สัมภาษณ์เมื่อ 20 พ.ค. ว่า ตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตที่แท้จริงอยู่ที่ราว 300 คน และมีตำรวจเสียชีวิตด้วย 47 คน