Skip to content
Home » News » อันเดอร์ส เบห์ริง เบรวิก มือสังหารในนอร์เวย์

อันเดอร์ส เบห์ริง เบรวิก มือสังหารในนอร์เวย์

อันเดอร์ส เบห์ริง เบรวิก มือสังหารในนอร์เวย์ ปูมหลังในวัยเด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ ของ อันเดอร์ส เบห์ริง เบรวิก ชาวนอร์เวย์ผู้ก่อเหตุสังหารหมู่อย่างหฤโหดที่สุดครั้งหนึ่งในยุโรปยุคหลังสงคราม มีความน่าสนใจว่า คนผู้นี้ไม่เคยส่อแววให้คนใกล้ตัว เพื่อนร่วมชั้นในวัยเด็ก หรือคนรู้จัก จับเค้าลางได้เลยว่าวันหนึ่ง จะวางแผนร้ายเปลี่ยนนอร์เวย์จากแดนสวรรค์เป็นนรกในชั่วข้ามคืน และยังหาคำตอบชัดเจนไม่ได้ว่า

อะไรทำให้คนผู้นี้หมกมุ่นอยู่กับความเกลียดชังผู้อพยพและมุสลิมที่หลั่งไหลเข้าไปตั้งถิ่นฐานในนอร์เวย์และชาติอื่นๆ ในยุโรป อีกทั้งมองผู้อำนวยความสะดวกช่วยเหลือคนเหล่านั้นว่า เป็นผู้ทรยศ สมควรตายสถานเดียว

 อันเดอร์ส เบห์ริง เบรวิก มือสังหารในนอร์เวย์ เบรวิกเกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2522 ในกรุงลอนดอน ขณะที่นายเจนส์ เบรวิก บิดา เป็นนักการทูตประจำอยู่ที่นั่น ส่วนมารดานางเวนเช เบห์ริง เป็นพยาบาล แต่ทั้งสองหย่าร้างเมื่อเด็กชายเบรวิกอายุได้ขวบเดียว กระนั้น วัยเด็กของเบรวิกดำเนินไปตามครรลองในย่านสโกเยน ย่านผู้มีอันจะกินของกรุงออสโล ไม่มีอะไรโลดโผน และยังได้เขียนไว้บันทึกของตนเองว่า มีความสุขดี

          มารดาและอดีตเพื่อนวัยเรียนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เบรวิกเป็นเด็กชายธรรมดาคนหนึ่ง ไม่สนใจการเมือง พฤติกรรมเกเรอย่างเดียวที่มีคือตอนอายุ 13 ชอบแอบไปพ่นสีตามกำแพงตึกในออสโล

อันเดอร์ส เบห์ริง เบรวิก มือสังหารในนอร์เวย์
https://mgronline.com/around/detail/9560000104932

         เพื่อนสมัยมัธยมต้น บอกว่าเบรวิกคอยช่วยเหลือเพื่อนที่ถูกรังแกและอ่อนแอในโรงเรียน  และแม้ในคำแถลงการณ์ของเบรวิกแสดงอาการรังเกียจเดียดฉันท์ผู้อพยพและมุสลิมอย่างมาก แต่เพื่อนๆ ที่เบรวิกชอบเข้ากลุ่มทำงานคือ เพื่อนมุสลิมจากตะวันออกกลาง       

         ต่อมา เบรวิกเข้าโรงเรียนมัธยมปลายชั้นนำของประเทศ สถาบันเดียวกับกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 ประมุของค์ปัจจุบันของนอร์เวย์ และพระราชโอรสของพระองค์ก็เคยศึกษาที่นั่นเช่นกัน  อดีตเพื่อนร่วมชั้นจำได้ว่า เบรวิกเป็นคนเงียบๆ แต่หัวดี

          ในวัย 16 ปี น่าจะเป็นจุดหักเหของเบรวิก เป็นช่วงที่เริ่มห่างเหินกับบิดาที่ย้ายไปฝรั่งเศส และจริงๆ บิดาก็พยายามพาลูกชายไปอยู่ด้วยแต่แพ้ความในคดีแย่งสิทธิเป็นผู้ปกครองลูกให้แก่ผู้เป็นแม่

ขณะที่เอลิซาเบธ พี่สาว ที่ดูเหมือนเบรวิกต้องการยึดเป็นที่พึ่งเมื่อพ่อไม่อยู่ ก็ย้ายไปสหรัฐและสมรสกับชาวอเมริกัน จากนั้นเริ่มขาดการติดต่อกับบิดา ซึ่งในแถลงการณ์ของเขา พูดถึงพ่อว่า พยายามติดต่อกับพ่อเมื่อ 5 ปีที่แล้วแต่ได้รับคำตอบจากพ่อว่ายังไม่พร้อมจะเจอ 

  ในแถลงการณ์ของเขาที่เผยแพร่ราว 6 ชั่วโมงก่อนลงมือสังหารหมู่ เบรวิกได้พูดถึงความคับข้องฝังลึกในใจถึงวิธีการเลี้ยงของแม่ ซึ่งเป็นนักสิทธิสตรีสายกลาง เบรวิกไม่ชอบวิธีคิดเสรีนิยมสุดโต่งของผู้เป็นแม่ ไม่ชอบที่แม่ไม่ค่อยเข้มงวดเรื่องวินัย นอกจากนี้ ยังวิจารณ์ที่แม่เลือกแต่งงานใหม่กับนายทหารนอร์เวย์ยศพลตรีที่เบรวิกระบุว่าเป็นจอมหื่น และประณามพี่สาวตัวเองว่า เปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า  

         ขณะที่ตัวของเขาเองถูกเพื่อนๆ และเพื่อนบ้านมองว่า เป็นลูกแหง่ เพราะอาศัยอยู่กับแม่ในสโกเยนจนโต เพิ่งย้ายไปราว 2 ปีเพื่อไปเตรียมแผนโจมตี   

        ในวัย 16 ปีเช่นกัน เบรวิกได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกปีกยุวชนของพรรคก้าวหน้า ที่มีฐานนโยบายต่อต้านผู้อพยพ และสนับสนุนตลาดเสรี แต่คนในพรรคที่รู้จักเบรวิกในช่วงนั้น บอกว่า เบรวิกก็เป็นสมาชิกแบบเงียบๆ ไม่ได้แสดงความคิดความเห็นโดดเด่นจนเป็นที่จดจำ

       ทัศนะทางการเมืองของเขาเริ่มเปลี่ยนในช่วงนี้เอง เริ่มคิดเป็นศัตรูกับมุสลิม ฝังใจกับข่าวแก๊งอพยพทำร้ายชายนอร์เวย์ กับข่มขืนสตรีนอร์เวย์ หนังสือพิมพ์ดักบลาเด็ต อ้างเพื่อนนักเรียนสมัยมัธยมปลายว่า เบรวิกเริ่มแสดงความสนใจขบวนการนาซีใหม่และแนวคิดขวาสุดโต่ง เมื่ออายุ 18 ปี และช่วงปลายทศวรรษหลังปี 2533  มีข่าวลือตอนนั้น ว่าเบรวิกทำงานเป็นคนเปิดประตู หรือคนเฝ้าหน้างานตามกิจกรรมต่างๆ ของพวกนาซีใหม่

        ไม่แน่ชัดว่า ณ จุดใดที่ทำให้เบรวิกตัดสินใจใช้ความรุนแรงแบบบ้าระห่ำ เป็นคำตอบสุดท้ายในการเยียวยาอาการป่วยไข้ที่เชื่อว่ากำลังกัดกินอารยธรรมยุโรป แต่เบรวิกบันทึกในคำแถลงว่า การโจมตีเซอร์เบียของนาโตเมื่อปี 2542 จุดประกายความคิดในเรื่องนี้ 

ปฏิบัติการนาโตครั้งนั้นเพื่อหยุดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในเซอร์เบีย แต่เบรวิกกลับมองว่า ยุโรปเห็นชาวมุสลิมดีกว่า และเป็นการทรยศต่อพี่น้องคริสเตียน จากนั้นได้ใช้เวลานับสิบปีวางแผน

       เบรวิกย้ายออกจากบ้านแม่ ไปเช่าฟาร์มเกษตรในเมืองเรนา ทางตะวันออกของนอร์เวย์ ห่างจากกรุงออสโลประมาณ 128 กิโลเมตร และจดทะเบียนธุรกิจชื่อ เบรวิก จีโอฟาร์ม ทั้งนี้ เพื่อใช้สถานะเกษตรกร กักตุนปุ๋ยแอมโมเนียไนเตรท 6 ตัน นำมาผสมกับผงแอสไพรินทำให้เป็นกรดอะเซททิลซาลิไซลิกบริสุทธิ์สำหรับทำระเบิด

        หากไม่ได้อยู่ในโลกออนไลน์ เขียนต่อต้านมุสลิมและพวกมาร์กซิสต์ตามเว็บบอร์ดแลกเปลี่ยนทัศนะ เบรวิกก็จะฟังเพลงป๊อปยุโรป ดูซีรีส์เรื่อง “ทรู บลัด” และวุ่นอยู่กับการต่อสู้เหล่าร้ายสัตว์ประหลาดต่างๆ ในเกมออนไลน์ เบรวิกเป็นขาประจำของเว็บบอร์ดสนทนาสำหรับผู้เล่นเกม เวิลด์ ออฟ วอร์คราฟต์ และโมเดิร์น วอร์แฟร์ 2 โดยใช้รูปสาวอกโตเป็นรูปภาพประจำตัว                   

        ขณะเดียวกัน เบรวิกทุ่มเทเวลาให้การเขียนคำประกาศเจตนารมณ์ “2083-คำประกาศเอกราชยุโรป” ที่แสดงความเดือดดาลพวกทรยศเป็นต้นเหตุให้ชาวมุสลิมแห่แหนเข้าไปในยุโรป รวมทั้งบันทึกส่วนตัวประหลาดๆ ว่า ตนเองไม่มีแฟน แต่เชื่อว่า ผู้หญิงมักแสดงความสนใจเขาก่อนเสมอ มีบันทึกหนึ่งที่เบรวิกอ้างว่า ได้กันเงินไว้ก้อนหนึ่งจำนวน  2,000 ยูโร (8.4 หมื่นบาท) สำหรับบริการนางโทรศัพท์คุณภาพชั้นเลิศเพื่อคลายเครียดและลดความตื่นเต้นหนึ่งสัปดาห์ก่อนลงมือทำงานใหญ่ ความเครียดส่วนหนึ่งเกิดจากการแสดงละครเป็นเกษตรกร เพื่อซื้อปุ๋ยสำหรับทำระเบิด

         ในคำประกาศเจตนารมณ์ 1,500 หน้าที่เจ้าตัวเผยว่าใช้เวลา 3 ปีจึงเขียนเสร็จ เบรวิกเขียนว่า ช่วงปี 2543

ผมตระหนักว่า การต่อสู้ทางประชาธิปไตยต่อกระบวนการอิสลามนิยมและความหลากหลายทางวัฒนธรรมยุโรป กำลังหลงทาง จึงตัดสินใจสำรวจหาหนทางต่อต้านรูปแบบใหม่ การประท้วงเท่ากับบอกว่า คุณไม่เห็นด้วย การขัดขืนต่อต้านเท่ากับว่าคุณจะหยุดสิ่งนี้ ผมตัดสินใจสนับสนุนอย่างหลัง 

https://www.posttoday.com/world/101528

        เบรวิคเพียรแสวงหาแนวร่วมจากกลุ่มขวาจัดทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา และนำงานเขียนต่อต้านอิสลามของเหล่าบล็อกเกอร์อเมริกันหลายรายมาอ้างอิง เบรวิกคิดว่าจะต้องใช้เวลาราว 70-80 ปีในการพลิกฟื้นยุโรปที่ถูกกระแสอาหรับครอบงำ และมองตัวเองว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่เริ่มจากการสังหารคนหมู่มาก เพื่อส่งสัญญาณเฉียบคมไปยังคนที่ยังหลงผิด