Skip to content
Home » News » อาณาจักรมอสโก

อาณาจักรมอสโก

อาณาจักรมอสโก
https://th.wikipedia.org/wiki/ประวัติศาสตร์รัสเซีย

อาณาจักรมอสโก กำเนิดมอสโก ระหว่างสมัยของเจ้าชาย ยูริ ดาลการูกี้ย มอสโกยังเป็นเมืองเล็ก ๆ ไม่เจริญมาก เจ้าชาย ยูริ ดาลการูกี้ยได้สร้างมอสโกขึ้นที่กลางแม่น้ำ มีป่าไม้และบึงเป็นปราการธรรมชาติ ต่อมามอสโกได้กลายเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายรัสเซียนออร์ทอดอกซ์

ต่อมาในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13 กองทัพมองโกลนำโดยบาตูข่าน เข้ารุกรานรัสเซีย และยึดเมืองเคียฟได้สำเร็จ หลังจากนั้นรัสเซียก็ถูกตัดจากโลกภายนอก ถูกควบคุมทางการเมือง การปกครอง และต้องจ่ายภาษีให้กับมองโกล กษัตริย์และพระราชาคณะจึงย้ายศูนย์กลางอำนาจมาทางตอนเหนือ

ในปี พ.ศ. 1871 พระเจ้าอีวานที่ 1 แห่งรัสเซีย ได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์ พระองค์ทรงมีฉายาว่า lvan kalita หรืออีวานถุงเงิน เนื่องจากทรงเก็บส่วยและเครื่องบรรณาการให้มองโกล และในยุคนี้เองที่กษัตริย์ได้ย้ายที่ประทับมาที่มอสโก ต่อมาในยุคของพระเจ้าอีวานที่ 2 แห่งรัสเซีย มองโกลเริ่มเสื่อมอำนาจเจ้าชายดมิตรี

ดอนสกอย โอรสแห่งพระเจ้าอีวานที่ 2 ทรงขับไล่มองโกลได้สำเร็จในสงครามกูลิโกโว บนฝั่งแม่น้าดอนในปี 1380 พระองค์ทรงได้รับการสถาปนาเป็น ดมีตรี ดอนสกอย (ดมีตรีแห่งแม่น้ำดอน) และได้รวมเมืองวลาดีมีร์และซุลดัช เป็นเมืองสำคัญของอาณาจักรมอสโกและยังได้บูรณะเครมลินเป็นกำแพงหินขาวแทนไม้โอ๊ก มอสโกจึงมีอีกชื่อเรียกว่า “เมืองกำแพงหินขาว” ในยุคนั้น แต่ไม่นานพวกตาตาร์ก็กลับมาทำลายเครมลินจนพินาศ รัสเซียต้องเป็นเมืองขึ้นของตาตาร์อีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 1925

อาณาจักรมอสโก
https://th.wikipedia.org/wiki/ประวัติศาสตร์รัสเซีย

ซาร์อีวานที่ 3

อาณาจักรมอสโก ในสมัยของพระเจ้าอีวานที่ 3 แห่งรัสเซีย หรือ พระเจ้าอีวานมหาราช (พ.ศ. 2005-พ.ศ. 2048) ในยุคของพระองค์ได้ทรงรวบรวมดินแดนให้กลับเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2023 ทรงขับไล่กองทัพตาตาร์ของพระเจ้าบาตูข่านออกจากรัสเซียจนหมดสิ้นและทรงทำลายโกลเดนฮอร์ด (Golden Horde)

ซึ่งประกอบด้วย 3 อาณาจักรใหญ่ของชาวมองโกลได้แก่ อาณาจักรไวท์ฮอร์ด (White Horde) ที่ก่อตั้งขึ้นโดยพระเจ้าโอดาข่าน, อาณาจักรกลุ่มบลูฮอร์ด (Blue Horde) ที่ก่อตั้งโดยพระเจ้าบาตูข่านและอาณาจักรเกรทฮอร์ด (Great Horde) ที่ก่อตั้งโดยพระเจ้าเคอชุก มุฮัมหมัด ปิดฉากสองศตวรรษภายใต้การปกครองของมองโกล

ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 อาณาจักรรัสเซียได้ฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ หลังจากที่จักรวรรดิของพวกมองโกลระส่ำระสายลง ผู้ แห่งอาณาจักรมอสโก พระองค์ได้ตั้งองค์เป็นกษัตริย์แห่งชาวรัสเซียทั้งปวง ในปี พ.ศ. 2036 พระเจ้าอีวานที่ 3 ได้ทรงสถาปนากรุงมอสโกเป็นราชธานี ชาวรัสเซียในสมัยนี้ถือว่าพวกตนเป็นทายาทอันชอบธรรมของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิไบแซนไทน์

เนื่องจากการที่พระเจ้าอีวานที่ 3 อภิเษกสมรสครั้งที่ 2 (พระมเหสีองค์แรกสิ้นพระชนม์เมื่อพระองค์ครองราชย์ได้ 5 ปี) กับเจ้าหญิงโซเฟียแห่งไบแซนไทน์ หรือ โซอี พาลีโอ โลกัส พระเจ้าหลานเธอของจักรพรรดิแห่งอาณาจักรไบแซนไทน์องค์สุดท้ายพระนามจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 11 พาลาโอโลกอส

ซึ่งสวรรคตบนกำแพงเมืองกรุงคอนสแตนติโนเปิลในการโจมตีครั้งสุดท้ายของจักรวรรดิออตโตมันทำให้เกิดการเสียกรุงคอนสแตนติโนเปิล ในแต่ละส่วนแยกออกจากกันโดยมีป้อมปราการล้อมรอบ มีแม่น้ำมอสควาไหลผ่าน พวกช่างฝีมือและกรรมกร อาศัยอยู่ในบริเวณเมืองที่สร้างด้วยไม้ พวกพ่อค้าและพวกขุนนางอาศัยอยู่ในบริเวณที่เรียกว่าเมืองสีขาว (คือสิ่งก่อสร้างด้วยหินสีขาว ส่วนนี้จะเรียกว่า White City ถัดจาก White City จะเป็นส่วนที่เรียกว่า Kitatgrod) และพระองค์ทรงรับอินทรีสองเศียรเป็นสัญลักษณ์ของรัสเซีย

ซาร์อีวานมหาราชได้ทรงนำช่างชาวอิตาลีมาออกแบบสร้างพระราชวังป้อมปราการต่าง ๆ และพระวิหารในพระราชวังเครมลิน และที่อื่น ๆ ด้วยเช่น โปรดให้โรดอลโฟฟี โอราแวงเต สร้างมหาวิหารอัสสัมชัญ เป็นที่สำหรับซาร์ ทำพิธีบรมราชาภิเษกในพระราชวังเครมลินในกรุงมอสโก

ในปี พ.ศ. 2042 ซาร์อีวานมหาราชโปรดให้สร้างพระราชวังที่ประทับชื่อว่า Kremlin’s Terem Palace และสถาปัตยกรรมชิ้นสุดท้ายที่สุดที่พระองค์โปรดให้สร้างสถาปนิกชาวมิลาน ชื่อ อาเลสซีโอนอฟ สร้างมหาวิหารอาร์คันเกล มิคาอิล ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นที่ฝังพระศพซาร์กษัตริย์แห่งรัสเซียในเวลาต่อมา

ใน ค.ศ. 1237 เมืองมอสโกก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดยเป็นเมืองของรัฐอิสระโดยเจ้าชาย ยูรี ดาลการุสกี การอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลกาช่วยให้มอสโกขยายตัวอย่างรวดเร็ว ต่อมาใน ค.ศ. 1380 ชาวมอสโกได้เป็นแกนนำในการปลดปล่อยรัสเซียจากมองโกล ต่อมาใน ค.ศ. 1480 พระเจ้าซาร์อีวานที่ 3 ได้ปลดปล่อยรัสเซียจากการปกครองของเผ่า ตาตาร์ และย้ายเมืองหลวงของประเทศมายังมอสโก

ใน ค.ศ. 1712 พระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชได้ย้ายเมืองหลวงไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มอสโกได้เผชิญกับการปิดล้อมโดยกองทัพของนโปเลียน โบนาปาร์ต ใน ค.ศ. 1812 แต่นโปเลียนต้องถอยทัพกลับไปเนื่องจากทนความหนาวเย็นไม่ได้

หลังจากการปฏิวัติรัสเซีย ใน ค.ศ. 1917 เลนินได้ย้ายเมืองหลวงกลับมายังมอสโกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1918 ซึ่งยังคงเป็นเมืองหลวงมาจนถึงปัจจุบัน

มอสโกเผชิญการปิดล้อมอีกครั้งจากนาซีเยอรมันระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองใน ค.ศ. 1941 และยังเป็นสถานที่จัดกีฬาโอลิมปิก ใน ค.ศ. 1980

วันที่ในข่าวนี้ 1 มกราคม 1328 วันที่ประมาณการ