Skip to content
Home » News » อาถรรพ์เพชรซาอุฯ

อาถรรพ์เพชรซาอุฯ

อาถรรพ์เพชรซาอุฯ เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 59 นายเกรียงไกร เตชะโม่ง ผู้โจรกรรมเครื่องเพชรของกษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุดีอาระเบีย กระทั่งกลายเป็นตำนานในคดีเพชรซาอุฯ คดีดังเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา สร้างความสนใจไปทั่วประเทศ เพราะเป็นคดีที่ทำให้ไทยและซาอุดิอาระเบียต้องเกิดการขัดแย้งช่วงระยะหนึ่ง แม้นายเกรียงไกรจะหลุดพ้นจากคดีมาแล้ว แต่ชีวิตของเขาก็ต้องประสบกับความทุกข์ยากต่างๆนานา ว่า

“หลังเกิดเรื่อง ครอบครัวมีแต่เรื่องเดือดร้อน ส่วนคนที่ยุ่งเกี่ยวมีอันเป็นไปทุกคน ส่วนของตนเองชีวิตตกระกำลำบาก ยากจน ต้องทำไร่ ทำนา ทำงานรับจ้างหาเลี้ยงครอบครัว เรื่องราวเพชรซาอุฯยังวนเวียนในความรู้สึกตลอด ยิ่งตอนติดคุกอยู่ในเรือนจำมีอาการเครียดคล้ายคนบ้า

หากย้อนเวลาได้จะไม่ไปก่อเหตุเด็ดขาด กราบขอโทษคนไทยทุกคนที่ทำให้ชื่อเสียงประเทศชาติเสียหาย ส่วนคดีความทั้งหมดตอนนี้จบสิ้นแล้ว แต่ยังติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่ ทราบว่าแต่ละรายมีปัญหาทั้งนั้น ทำให้คิดว่าไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ เพราะเพชรซาอุฯที่ขโมยมาเป็นของกษัตริย์และเป็นของคู่บ้านคู่เมือง เรื่องนี้ผิดที่ตนที่เป็นคนเริ่มขโมยมา นำพาความวุ่นวายมาสู่ประเทศไทย”

“เมื่อปีใหม่ผมประสบอุบัติเหตุขับรถลูกชายไปชนกับรถบรรทุก 18 ล้อในเขต อ.เถิน บาดเจ็บเกือบตายต้องเสียเงินรักษาตัว ซ่อมรถเป็นแสน ดีที่มีประกันรถยนต์ ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วมั่นใจว่าเรื่องร้ายทั้งหมดเกิดจากอาถรรพณ์เพชรซาอุฯที่ขโมยมา จึงตัดสินใจบวชตลอดชีวิตเพื่อขออโหสิกรรมในเรื่องที่ก่อไว้”

อาถรรพ์เพชรซาอุฯ
https://board.postjung.com/954018


อาถรรพ์เพชรซาอุฯ จากเพชรเม็ดหนึ่งสู่เพชรเม็ดใหญ่ เมื่อเพชรกองมากมาย ใครต่อใครก็ไม่เริ่มเชื่อขี้หน้าว่า เพชรโจรเหล่านี้คือ เพชรจริง จนเกรียงไกรผู้เบาปัญญาทดสอบเพชรแท้ต่อหน้าพ่อค้าโจรซึ่งท้าทายด้วยการใช้ ค้านพิสูจน์เพชร โป้งเดียวนิ่งสนิท เพชรจริงในมือเกรียงไกรก็เลื่องลืออื้ออึงจนแสบหู “สันติ ศรีธนะขันธ์” พ่อค้าใหญ่จากเมืองกรุงและนี่เองคือจุดเริ่มต้น ปฐมบทแห่งอาถรรพ์ บลูไดมอนด์ ล้ำลึก น่าขนลุก และกลืนกินเกียรติยศ ชื่อเสียง รวมถึงชีวิตผู้คนไปมากมายเหลือคณานับ…ตลอด 19 ปีที่หายไปไร้ร่องรอย

ขณะที่ด้านหนึ่งของเมืองไทยการซื้อ-ขายเพชรของโจรกำลังฟู่ฟ่า แต่อีกด้านหนึ่งของขอบฟ้า เจ้าชายไฟซัลกำลังงุ่นง่านกับการตามหานาฬิกาเรือนทองฝังเพชรที่บอกเวลาละหมาดได้ตรงเผง ทั้งยังเป็นของขวัญล้ำค่าจากราชวงศ์ทะเลทรายด้วยกัน

เมื่อสอบทานไปมาพบว่า ข้าวของมากมายหลายร้อนชิ้นที่ล้วนแล้วแต่สูงค่าหายไปจากพระราชวังอันกว้างใหญ่ เจ้าชายถึงกับเดือดดาลและบัญชาการตามล่าหาเพชรมาคืนวัง

กระบวนการของตำรวจสากล และ เจ้าหน้าที่ทูตจากซาอุดิอาระเบีย พุ่งเป้ามาที่ คนงานไทยนามเกรียงไกร เตชะโม่ง ทีมชุดใหญ่มาเมืองไทย และ พล.ต.ต.ชลอ เกิดเทศ พล.ต.ต.โสภณ สะวิคามิน และตำรวจน้อยใหญ่อีกมากมายในขณะนั้น เข้าร่วมทำคดีนี้ที่ครึกโครมด้วยความคึกคัก ตอนนั้น พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ เป็นอธิบดีกรมตำรวจ มือปราบชุดใหญ่ใช้เวลาไม่นานนักกับวิธีการป่าเถื่อนสองสามอย่างก็ได้ตัว เกรียงไกร เตชะโม่ง ขณะหลบหนีอยู่แถวชายแดนไทย-พม่า ด้านแม่สอด ในช่วงเวลากำลังกกผู้หญิงหากินในโรมแรมรูหนู เขาถูกนำตัวคืนภูมิลำเนา เพื่อรื้อค้นที่พัก และขุดต้นไม้รอบบ้านจนพรุนเพื่อหาเพชรซาอุฯ

เมื่อได้ครบแต่ยังไม่จบเรื่อง เกรียงไกรถูกพามากรุงเทพ แถลงข่าว โชว์เพชร-ทองของล้ำค่า จนผู้คนตาลุกวาวไปทั่วบ้านทั่วเมือง เมื่อเกรียงไกรติดคุก ขบวนการขนของมีค่าคืนเจ้าของก็เริ่มขึ้น ครั้นเจ้าชายนับกลับไปกลับมาปรากฏว่า ได้ของกลางคืนไม่ครบ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับ “บลูไดมอนด์”หายไป และความสัมพันธ์ทางการทูตสิ้นสุดลง คนงานถูกส่งกลับ และตำรวจสากลเข้ามาร่วมสืบค้น “ของกลาง”ที่ถูกอม

ปฏิบัติการณ์ตามล่าเพชรของกลางและ บลูไดมอนด์เกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้โหดเหี้ยมสามานย์กว่าตามล่าตัวเกรียงไกรยิ่งนัก ผลคือ เจ้าหน้าที่ทูตซาอุฯ และนักธุรกิจถูกอุ้มฆ่า เผานั่งยาง รวมถึงสองแม่ลูกตระกูล ศรีธนะขันธ์ต้องจบชีวิตสังเวยความไร้มนุษยธรรมของตำรวจใจทราม ส่วนสันติผู้เป็นบิดาหนีตายระหกระเหิน แม้จะขอร้องให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รัฐมนตรีมหาดไทยในเวลานั้นช่วยแก้ไขแต่ก็ไม่ทันท่วงที ชีวิตของเขาอยู่บนเส้นด้าย เมียถูกข่มขืนก่อนตายและลูกชายคนเดียวตกเป็นเหยื่อกรรมที่ผู้ใหญ่กระทำอย่างไม่น่าให้อภัย

ผ่านไป 19 ปีแล้ว ชีวิตของสันติวันนี้ยังล่มจม ล้มละลาย ขาดวิ่นไม่ฟื้นคืนกลับไปเหมือนเก่า

เรื่องราวของเพชรซาอุฯ ได้เริ่มขึ้นและ ไม่มีวันจะจบลงได้ แม้ว่า ชะลอ เกิดเทศจะติดคุกร่วมกับตำรวจอีกหลายนาย แม้เกรียงไกรจะติดคุกในไทยไม่ถูกส่งไปให้ทางการซาอุฯ ตัดมือในฐานะทำผิดกฎหมายขโมย แต่เมื่อบลูไดมอนด์ยังหาไม่เจอ และจับมือใครดมไม่ได้ว่า มือใครฆ่าคนซาอุฯ ตายในระหว่างมาควานหาบลูไดมอนด์… ความสัมพันธ์สองประเทศก็ไม่มีวันหวนกลับคืน

เวลานี้ทางซาอุดิอาระเบียปรับลดระดับความสัมพันธ์กับไทย เหลือไว้แต่เพียงสำนักงานสถานทูตที่มีเพียงอุปทูต และคณะเจ้าหน้าที่ทำงานประสานการติดต่อเท่านั้น โดยอุปทูตคนสุดท้ายที่ลือเลื่องจนบิ๊กจิ๋วขยาดคือ ท่านทูตโคจา ส่วนคนถัดๆ มาสงวนท่าทียิ่งยวด

วันนี้ได้ยินข่าวออกหมายจับข้าราชการตำรวจและอดีตข้าราชการตำรวจ ที่มีส่วนต่อการตายของเจ้าหน้าที่ทูตและนักธุรกิจซาอุดิอาระเบีย ซึ่งหนึ่งในนั้นผูกพันทางสายเลือดกับอดีตบิ๊ก คมช. ก็ให้หวนนึกถึงท่านทูตโคจา และคำกล่าวของเขาที่ว่า

“บลูไดมอนด์ของเราอยู่ไหนเอาคืนกลับมา ชีวิตคนของเราอยู่ที่ไหนเอาคืนกลับมา ต้องแลกกัน หนึ่งต่อหนึ่ง ไม่งั้นเราจบกัน

https://mgronline.com/daily/detail/9520000123557
https://mgronline.com/daily/detail/9520000123557