Skip to content
Home » News » อายัดทรัพย์สินแม่มณี เครือข่ายแม่มณี

อายัดทรัพย์สินแม่มณี เครือข่ายแม่มณี

อายัดทรัพย์สินแม่มณี
https://news.mthai.com/general-news/773120.html

วันที่ 6 พ.ย. 2562 ตำรวจภูธรอุดรธานี เข้า อายัดทรัพย์สินแม่มณี นางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ เดียร์ หรือ แม่มณี ผู้ต้องหาคดี “แชร์ออมเงิน-ออมทองแม่มณีลวงโลก” อีก 5 จุด เพื่อติดตามทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหาย จุดแรกเข้าค้นบ้านเอื้ออาทร ของ นางสาวธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช มารดาของแม่มณี ภายในมีอุปกรณ์เสริมสวย และเครื่องใช้ในบ้าน

แต่ได้หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีบางส่วน ที่ส่วนใหญ่เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมได้ติดป้ายอายัดบ้านพร้อมทรัพย์สินทั้งหมด จุดที่ 2 เป็นบ้านพักของแอดมินเพจ “ฝากยอดต่ออนาคต” ของแม่มณี จุดที่ 3 และ 4 เป็นบ้านพักของหุ้นส่วนกิจการขายน้ำปลาร้า และจุดที่ 5 บ้านพักของหุ้นส่วนเครื่องสำอางค์ manila พร้อมอายัดทรัพย์สินมีค่าทั้งหมด

ตำรวจยังเข้าเปิดตู้เซฟขนาดใหญ่ในสำนักงานเครื่องสำอาง MANILA ของแม่มณี โดยไม่สามารถเปิดตู้เซฟได้ แม้ตัดบานพับประตูตู้เซฟขาดและใช้ชะแลงงัด ทำได้เพียงแง้มแต่ไม่มีพบทรัพย์สินมีค่า

เช่นเดียวกับตู้เซฟอีกตู้ ภายในไม่มีอะไรนอกจากถุงกันความชื้น 2 ถุง เหมือนกับเซฟไม่เคยใช้งานมาก่อน ซึ่งตำรวจบอกว่า ความจริงก็ไม่ได้อยากงัดตู้เซฟ แต่แม่มณีบอกว่าไม่รู้กุญแจตู้เซฟอยู่ไหน ส่วนรหัสเปิดก็จำไม่ได้ จึงสงสัยว่าเป็นการสร้างภาพเหมือนกับฉากร้านทองปลอมสร้างความน่าเชื่อถือหลอกลูกแชร์ หรือนำทรัพย์สินออกไปก่อนหน้า

พลตำรวจโท เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ระบุว่า ได้จับกุมนายปิยะ คีรีสุวรรณกุล และ นางสาวพรสวรรค์ ภูอิงอ้อย ในข้อหาเดียวกันกับแม่มณี หลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการเงินให้แม่มณี ส่วนการตรวจค้น 5 จุด

อายัดทรัพย์สินแม่มณี สามารถอายัดรถยนต์โตโยต้ายาริส 1 คัน มูลค่า 700,000 บาท , รถกระบะ โตโยต้ารีโว่ 1 คัน มูลค่า 1,000,000 บาท , รถยนต์ฮอนด้าชีวิค 1 คัน มูลค่า 1,000,000 บาท , รถจักรยานยนต์ PCX 1 คัน มูลค่า 100,000 บาท เงินสด 11,065, 000 บาท เงินฝากธนาคาร 2 บัญชี 8,500,000 บาท และ 600,000,แหวนทองคำแท้ 68 วง หนัก 40.6 กรัม มูลค่า 50,000 บาท บ้านเดี่ยว 2 หลัง มูลค่า 2,600,000 บาท และ1,700,000 บาท 

อายัดทรัพย์สินแม่มณี รวมมูลค่า 27,315,000 บาท

อายัดทรัพย์สินแม่มณี รวมมูลค่า 27,315,000 บาท หากนับรวมกับทรัพย์ของเครือข่ายแม่มณีทั้งหมดที่ถูกอายัด มีมูลค่า 127 ล้านบาท ซึ่งมีการนำไปฝากกับเครือญาติ แต่บางรายติดต่อนำทรัพย์สินมาคืนให้ตำรวจด้วยตัวเอง

พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรอุดรธานี ระบุ เรื่องกระข่าวแม่มณีตั้งครรภ์ เรื่องนี่คงจะไปตอบไม่ได้ เพราะผู้ต้องหาเข้าเรือนจำไปแล้ว ตำรวจเองก็ไม่มีอำนาจไปตรวจปัสสาวะเขา

สำหรับผู้เสียหายคดีแชร์แม่มณีใน 12 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมี 290 ราย ความเสียหาย 160 ล้านบาท ส่วนผู้เสียหายที่ไปร้องต่อดีเอสไอ มี 4,252 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 1,299 ล้านบาท

ปปง. ยึดอายัดทรัพย์สิน 4 คดีแชร์ลูกโซ่ “แม่มณี” “FOREX 3D”, “NICE REVIEW” และ “แชร์ น้าหลุยส์ร่างทรง” ฐานฟอกเงินและฉ้อโกง

วันนี้ (18 พ.ย.2562) พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ปปง.) กล่าวว่า คณะกรรมการธุรกรรม

ในการประชุมครั้งที่ 11/2562 วันที่ 18 พ.ย. 62 ได้มีมติมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดคดีแชร์ลูกโซ่ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จำนวน 4 ราย ซึ่งพฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา

หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3(3) แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ดังนี้ 1. รายคดี น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช กับพวก หรือ “คดีแชร์แม่มณี” มีพฤติการณ์หลอกลวงชักชวนประชาชนผ่านทางเฟซบุ๊กให้ร่วมออมเงิน โดยอ้างผลประโยชน์ตอบแทน ร้อยละ 1,116-3,040.45 ต่อปี จนมีผู้หลงเชื่อและเข้าร่วมลงทุนจำนวนมาก

ซึ่งในช่วงแรกได้จ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ร่วมลงทุนเพื่อจูงใจให้มีการลงทุนใหม่ในครั้งต่อไป แต่ต่อมาไม่สามารถคืนทั้งเงินลงทุนและผลตอบแทนได้ตามกำหนด เมื่อผู้ลงทุนทวงถามก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงและไม่สามารถติดต่อ น.ส.วันทนีย์ ได้ เป็นเหตุให้ผู้ลงทุนได้รับความเสียหายมากกว่า 4,200 ราย มูลค่าความเสียหายมากกว่า 1,200 ล้านบาท

พล.ต.ต.ปรีชา กล่าวอีกว่า 2. รายคดี นายอภิรักษ์ โกฏธิ กับพวก หรือ “คดีแชร์ FOREX 3D” ใช้เว็บไซต์ www.Forex-3D.com เป็นช่องทางการหลอกลวงโฆษณาชักชวนประชาชนทั่วไปให้นำเงินไปลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ โดยเสนอผลตอบแทนในอัตราร้อยละ 60-80 ของเงินผลกำไรที่ได้จากการเทรดฟอเร็กซ์

และประกันเงินต้นที่ร่วมลงทุนร้อยละ 100 อีกทั้งยังมีการชักชวนผ่านระบบแนะนำสมาชิก หากสมาชิกรายใดสามารถชักชวนบุคคลอื่นมาร่วมลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในอัตราร้อยละ 1-5 ของผลตอบแทนของสมาชิกรายใหม่ที่ชักชวนมาร่วมลงทุน ทำให้มีผู้หลงเชื่อและร่วมลงทุน

ต่อมาไม่จ่ายผลตอบแทนและไม่คืนเงินทุนตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้มีผู้เสียหายจากการร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก โดยในเบื้องต้นมีผู้เสียหายกว่า 7,000 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,400 ล้านบาท

พล.ต.ต.กล่าวต่อว่า 3. รายคดี บริษัท เอนเนอร์จี ดีดักชั่น จำกัด กับพวก หรือ “คดีแชร์ NICE REVIEW” เปิดรับสมัครคนกดไลก์กดแชร์โดยเรียกเก็บเงินค่าประกันการทำงานก่อนการทำสัญญาจ้างงาน โดยมีการโฆษณาเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทว่าจะให้ค่าจ้างในอัตราที่เพิ่มขึ้น หากผู้สมัครจ่ายค่าประกันการทำงานในอัตราที่สูงขึ้น

เพื่อเป็นการจูงใจให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อเข้ามาสมัครและยอมจ่ายเงินค่าประกันการทำงานในอัตราที่สูง เป็นเหตุให้ประชาชนหลงเชื่อเข้ามาสมัครและยอมจ่ายเงินค่าประกันการทำงานในอัตราที่สูงให้แก่ผู้ต้องหา ต่อมาผู้ต้องหาได้มีการจ่ายเงินค่าทำงานให้แก่ผู้สมัครล่าช้าจนมีการขอยกเลิกสัญญาจ้างงาน

และขอคืนเงินประกันการทำงาน แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมคืนเงินประกันการทำงานให้แก่ผู้สมัครและได้ปิดบริษัทหลบหนีไป โดยมีผู้เสียหายจำนวนหลายหมื่นคน และมีมูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท

“และ 4. คดี นางพันธุ์ทิพา นัยยทิพย์ กับพวก หรือ “คดีแชร์ น้าหลุยส์ร่างทรง” ได้ชักชวนผู้เสียหายเข้าร่วมลงทุนเป็นสมาชิกของสมาคมพัฒนาผู้มีรายได้น้อย กองทุนเกตุกัญญาฟาร์ม และกองทุนน้าหลุยส์ โดยมีการประชุมและพูดชักจูงใจผู้เข้าร่วมประชุมให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก

โดยบอกว่าจะนำเงินไปลงทุนสร้างสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ซื้อเครื่องจักรเพื่อการเกษตร และช่วยเหลือผู้ที่ไร้โอกาสทางสังคม โดยอ้างว่าสมาชิกฯ จะได้รับผลตอบแทนในอัตราสูง รวมทั้งมีการนำภาพหญิงชราแต่งกายคล้ายนักบวชมากล่าวอ้างว่าเป็น น้าหลุยส์ หรือ หม่อมหลุยส์ หรือ พันโท พันธุ์ทิพา นัยยทิพย์ ซึ่งทำงานในวัง และจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนจน

และยังกล่าวอ้างว่า เงินที่นำไปลงทุน จะเอาไปเสียภาษีเพื่อนำเงินในวังออกมาแจกจ่ายให้กับสมาชิกกองทุนน้าหลุยส์ นอกจากนี้ เงินที่ได้รับจากสมาชิกทางสมาคมจะนำไปช่วยในงานพระราชพิธีของในหลวง ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อเข้าร่วมรับฟังและร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก”

ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ทราบว่า ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ (1) โอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลังการกระทำความผิด มิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงในความผิดมูลฐาน

หรือ (2) กระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริง การได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

หรือ (3) ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะที่ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 -10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และผู้ใดยักย้าย ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทำให้สูญหายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารหรือบันทึก ข้อมูล หรือทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานยึดหรืออายัดไว้ หรือที่ตนรู้หรือควรรู้ว่าจะตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ คณะกรรมการธุรกรรมยังได้มีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมในรายคดีบริษัท เดอะซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด และบริษัท อินโนวิชั่นโฮลดิ้ง จำกัด กับพวก จำนวน 2 รายการ มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 44,000,000 บาท

และมีมติให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในรายคดีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ และ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร กับพวก กรณีบริษัท ทีซี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จำนวน 331 รายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 2,365,715 บาท

และกรณีบริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด และผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ จำนวน 58 รายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 570,000 บาท