Skip to content
Home » News » อียิปต์จ่อเพิ่มค่าผ่านทางคลองสุเอซ

อียิปต์จ่อเพิ่มค่าผ่านทางคลองสุเอซ

อียิปต์จ่อเพิ่มค่าผ่านทางคลองสุเอซ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า องค์การคลองสุเอซ (เอสซีเอ) ของอียิปต์ ประกาศเพิ่มค่าผ่านทางขึ้น 6% สำหรับเรือเดินทะเลที่สัญจรผ่านคลองในปี 2565

นายโอซามา เรบี ประธานองค์การเอสซีเอ กล่าวว่า การปรับเพิ่มค่าผ่านทางนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า แต่จะไม่ครอบคลุมกลุ่มเรือสำราญและเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี)

นายเรบี กล่าวย้ำถึงความตั้งใจขององค์การเอสซีเอ ในการใช้กลยุทธ์ด้านการกำหนดราคาและการตลาดที่สมดุลและยืดหยุ่น เพื่อให้ผลประโยชน์แก่ทั้งตัวองค์การเอง และกลุ่มลูกค้า

พร้อมเสริมว่าการดำเนินการดังกล่าวผ่านการศึกษาและประมาณการอย่างครอบคลุมแล้ว โดยอ้างถึงการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งระบุว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโต 5.9% ในปี 2564 และ 4.9% ในปี 2565

อียิปต์จ่อเพิ่มค่าผ่านทางคลองสุเอซ นายเรบีเสริมว่า ไอเอ็มเอฟ และองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ยังคาดการณ์ว่าปริมาณการค้าโลกจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และความต้องการการขนส่งทางทะเลจะเพิ่มขึ้นที่ 6.7% ในปี 2564 และ 4.7% ในปี 2565 จึงคาดว่าบริษัทเดินเรือมีแนวโน้มทำผลกำไรในระดับสูงต่อเนื่อง

อียิปต์จ่อเพิ่มค่าผ่านทางคลองสุเอซ
https://www.bangkokbiznews.com/news/970135

สำหรับการตัดสินใจตรึงราคาค่าผ่านทางของเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว นายเรบีอธิบายว่ามีขึ้นหลังจากได้ติดตามตัวแปรล่าสุดของการค้าทางทะเลของก๊าซธรรมชาติเหลว ส่วนเหตุผลหลักของการตรึงราคาค่าผ่านทางสำหรับเรือสำราญมาจากการที่เรือประเภทนี้ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อเทียบกับเรือประเภทอื่น

ทั้งนี้ คลองสุเอซ ซึ่งเชื่อมระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลแดง เปิดให้บริการเดินเรือระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการในปลายปี 2412 และกลายเป็นเส้นทางเดินเรือสินค้าทางทะเลสายสำคัญของโลก เนื่องจากเอื้อให้เรือเดินทางระหว่างยุโรปกับเอเชียใต้ โดยไม่จำเป็นต้องอ้อมไปทวีปแอฟริกา

เรบี ย้ำถึงความตั้งใจขององค์การ “คลองสุเอซ” ในการใช้กลยุทธ์ด้านการกำหนดราคาและการตลาดที่สมดุลและยืดหยุ่น เพื่อให้ผลประโยชน์แก่ทั้งตัวองค์การคลองสุเอซ และกลุ่มลูกค้า พร้อมเสริมว่า การดำเนินการดังกล่าวผ่านการศึกษาและประมาณการอย่างครอบคลุมแล้ว โดยอ้างถึงการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งระบุว่า เศรษฐกิจโลกจะเติบโตร้อยละ 5.9 ในปี 2021 และร้อยละ 4.9 ในปี 2022

เรบี เสริมว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และองค์การการค้าโลก (WTO) ยังคาดการณ์ว่า ปริมาณการค้าโลกจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และความต้องการการขนส่งทางทะเลจะเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 6.7 ในปี 2021 และร้อยละ 4.7 ในปี 2022 จึงคาดว่าบริษัทเดินเรือมีแนวโน้มทำผลกำไรในระดับสูงต่อเนื่อง

‘คลองสุเอซ’ ถูกกล่าวขานอย่างอื้ออึงอีกครั้ง หลังเกิดเหตุการณ์ที่กำลังสั่นสะเทือนการค้าโลก เรือคอนเทนเนอร์ขนาดยักษ์ ‘Ever Given’ (เอเวอร์ กิฟเวน) ประสบเหตุติดตื้นขวางคลองสุเอซจนมิดมาตั้งแต่ 23 มีนาคม 2564 จนทำให้ขณะนี้มีเรือสินค้ามากกว่า 200 ลำ ที่ติดขัด ‘ไปต่อไม่ได้’ เฝ้ารอด้วยความลุ้นระทึกว่าปฏิบัติการกู้เรือยักษ์ เอเวอร์ กิฟเวน จะสำเร็จเมื่อใด?ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์!!

คลองสุเอซ เป็นคลองขนส่งที่มนุษย์ขุดขึ้นในประเทศอียิปต์ และแล้วเสร็จตั้งแต่เมื่อ 152 ปีก่อน เพื่อหวังใช้เป็นเส้นทางลัด ย่นระยะทางในการเดินเรือระหว่างยุโรปและเอเชีย โดยไม่ต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ในทวีปแอฟริกา ที่ต้องเสียทั้งเวลา และค่าใช้จ่ายต่างๆมากกว่าหลายเท่า เนื่องจากต้องเพิ่มระยะทางในการเดินเรืออีกถึง 6,000 กิโลเมตร

นายเฟอร์ดินานด์ เดอ เลสเซป อดีตราชทูตฝรั่งเศสประจำอียิปต์ เป็นผู้ต้นคิดโครงการขุดคลองสุเอซตามแนวคิดของอดีตฟาโรห์ที่ต้องการสร้างคลองเชื่อมระหว่างทะเลแดง และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งแต่เมื่อ 4,000 ปีก่อน โดยนายเดอ เลสเซป ได้ก่อตั้งบริษัทคลองสุเอซ (The Suez Canal Company) หลังจากได้รับสัมปทานจากทางการอียิปต์ โดยใช้ระยะเวลาในการดำเนินการขุดคลอง 10 ปี ระหว่างปี ค.ศ. 1859-1869

ปัจจุบัน คลองสุเอซ มีความยาว 193.3 กิโลเมตร กว้าง 300-350 เมตร เป็นคลองที่ไม่มีประตูกั้นน้ำเนื่องจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลแดง มีระดับน้ำเท่ากัน สามารถรองรับเรือสินค้าที่มีความยาว 500 เมตร กว้าง 70 เมตร ลึก 70 เมตร

นับตั้งแต่คลองสุเอซก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดคลองในปี 1869 นั้น เคยเผชิญกับเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องมีการปิดคลองสุเอซมาแล้วระหว่างปี 1956-1957 จนก่อให้เกิดวิกฤติการณ์คลองสุเอซ ซึ่งรู้จักในชื่อ สงครามอิสราเอลกับอาหรับ ครั้งที่ 2 และต่อมา ในปี 1967 คลองสุเอซต้องถูกปิดอีกครั้ง เมื่ออิสราเอลยึดครองคาบสมุทรไซนาย (แผ่นดินรูปสามเหลี่ยมที่มียอดแหลมอยู่ทางทิศใต้ และด้านทิศเหนือติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน)  จากนั้น คลองสุเอซก็ได้ถูกปิดมาตลอดจนถึงปี 1975

ปัจจุบัน คลองสุเอซ ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือทางการค้าที่คับคั่งที่สุดในโลก เพราะเป็นเส้นทางลัดในการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป โดยมีการประมาณการณ์กันว่าสินค้าทั้งหมดของโลกถึง 12% ถูกขนส่งผ่านคลองสุเอซ!!

ที่สำคัญ คลองสุเอซ ถือเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติเหลว น้ำมันดิบ ถึงประมาณ 5-10% นอกจากนั้นสินค้าที่เหลือ เป็นสินค้าอุปโภค อาทิ เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า ชิ้นส่วนรถยนต์ อุตสาหกรรมการผลิต และอุปกรณ์ออกกำลังกาย

คลองสุเอซ เป็นคลองที่มีการเดินเรือเพียงทางเดียว  โดยมี‘Suez Canal Authority’ หรือ SCA เป็นหน่วยงานบริหารจัดการคลองสุเอซ ซึ่งได้รายงานข้อมูลปี 2019-2020 :

-ปี 2019 มีเรือสินค้าที่เดินทางผ่านคลองสุเอซ ถึง 18,880 ลำ ระวางน้ำหนัก รวม 1.21 พันล้านตัน หรือเฉลี่ยแล้วมีเรือผ่านคลองสุเอซ 51.5 ลำต่อวัน

โดยในปี 2019 มีรายได้จากคลองสุเอซ 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.74 แสนล้านบาท คิดในอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 30 บาท)

-ปี 2020 มีเรือสินค้าผ่านคลองสุเอซ 18,829 ลำ ระวางน้ำหนัก 1.17 พัน ล้านตัน มีรายได้ 5.61 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 1.68 แสนล้านบาท)

ด้วยเหตุนี้ การปิดคลองสุเอซ 2 ครั้งก่อนที่ผ่านมา อาจไม่ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงเท่ากับครั้งนี้ เพราะการติดตื้น ขวางคลองสุเอซ ของเรือยักษ์เอเวอร์ กิฟเว่น ซึ่งมีความยาวนับ 400 เมตร กว้าง 200 เมตร ขนาดระวาง 2 แสนตัน กำลังสั่นสะเทือนการค้า ระหว่างเอเชียกับยุโรปที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 1975 หรือครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาเลยทีเดียว

https://www.bangkokbiznews.com/news/970135