Skip to content
Home » News » อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรพัง น้ำท่วมเป็นวงกว้าง

อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรพัง น้ำท่วมเป็นวงกว้าง

อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรพัง
https://www.posttoday.com/social/local/664181

อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรพัง น้ำท่วมเป็นวงกว้าง นครราชสีมา-อัพเดท! อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่างระดับน้ำเริ่มลดแล้ว แต่คันดินระบายน้ำออกถูกน้ำกัดเซาะเป็นช่องกว้างกว่า 30 เมตร พื้นที่ท้ายอ่างยังน่าเป็นห่วง

เมื่อวันที่ 27 ก.ย.เวลา 15.30 น.สถานการณ์อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา หลังจากคันดินกั้นถูกมวลน้ำซัดพังทลายกว้างประมาณ 10 เมตร เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างปัจจุบันอยู่ที่ 41 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 151% ซึ่งเกินความจุกักเก็บที่ 27.7 ล้านลูกบาศก์เมตร  

อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรพัง น้ำท่วมเป็นวงกว้าง ส่งผลให้คันดินพังทลาย โดยน้ำส่วนใหญ่ที่ไหลเข้าอ่างนอกจากน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังรับน้ำมาจากพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และพื้นที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำมากเกินกว่าที่อ่างจะรับไหว จึงกัดเซาะคันดินพนังกั้นน้ำจนพังทลายลง ทำให้ไม่ต้องเปิดช่องทางระบายน้ำออกในจุดอื่นอีก

ทั้งนี้ ปริมาณน้ำภายในอ่างลำเชียงไกรตอนล่าง ล่าสุด มีแนวโน้มลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงประมาณ 30 เซนติเมตร มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างน้อยกว่าปริมาณน้ำที่ไหลออก จึงไม่มีความจำเป็นต้องตัดคันดินเพิ่มในจุดอื่นเพื่อเพิ่มช่องทางการระบายน้ำ แต่ยังต้องต้องระมัดระวังติดตามสถานการณ์มวลน้ำจากห้วยสามบาท อ.ด่านขุนทด ที่จะไหลมาสมทบเพิ่มด้วย

ขณะที่ส่วนราชการต่างๆ ทั้งฝ่ายปกครองอำเภอโนนไทย ตำรวจ ทหาร ชลประทานนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่สำรวจจุดที่มีการก่อสร้างประตูระบายน้ำที่ได้มีการเปิดคันดินระบายน้ำออกจากตัวอ่างเอาไว้ พบว่า ช่องระบายน้ำถูกน้ำกัดเซาะเพิ่มมากขึ้น จนช่องกว้างประมาณ 30 เมตรแล้ว

ร.ต.ฐนนท์ธรณ์ กวีกิจรัตนา นายกเทศมนตรีตำบลบัลลังก์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร ช.พัน.3 พล.ร.3 ได้ประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามลำห้วยท้ายอ่างลำเชียงไกรให้รีบขนของขึ้นที่สูง พร้อมเข้าดำเนินการเข้าอพยพย้ายชาวบ้านไปยังที่ปลอดภัย ซึ่งสถานการณ์น้ำที่อ่างเก็บน้ำเชียงไกรตอนล่าง ยังค่อนข้างน่าเป็นห่วง

เพราะหลังจากมวลน้ำจำนวนมหาศาลได้ไหลระบายออกจากอ่างเข้าท่วมพื้นที่ชุนชน ต้องรอระบายออกไปจนเกือบหมด เพื่อดำเนินการซ่อมแซมคันดินให้สามารถกักเก็บน้ำได้อีกครั้ง แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลานานในการปรับปรุงซ่อมแซม ชาวบ้านในพื้นที่จึงแทบจะไม่เหลือน้ำให้ได้ใช้อุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้งเลย

28 กันยายน) THE STANDARD ลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ที่ตำบลบัลลังก์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่ง ชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงกรณีอ่างเก็บน้ำแตก และมีภาพส่งต่อในโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นภาพของอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ที่ตำบลบัลลังก์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ว่าขณะนี้ระดับน้ำลดลงจากเมื่อวานนี้ (27 กันยายน) 2.5 เมตรแล้ว แต่ทางน้ำที่เห็นเป็นทางน้ำที่ตั้งใจจะเป็นช่องระบายน้ำอยู่แล้ว แต่เนื่องจากมีสิ่งก่อสร้างขวางทางระบายน้ำ ทำให้การผันนำ้ทำได้ต่ำกว่าระดับที่เราวางแผนไว้นิดหนึ่ง สิ่งที่ทำวันนี้คือการเร่งรื้อสิ่งกีดขวางทางน้ำออก และคุมน้ำให้ออกในประตูนี้ทางเดียว

ชูชาติยืนยันว่าจุดนี้เป็นจุดที่กำหนดไว้แต่แรกให้น้ำระบายออก แต่เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้จุดที่เรากำหนดไว้มีขนาดไม่เพียงพอ ทำให้จุดระบายน้ำมีการขยายตัวนิดหนึ่ง แต่ยืนยันว่ายังอยู่ในทิศทางที่ตั้งใจให้น้ำผ่าน 

“ก่อนพายุจะเข้า ความจุของอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรอยู่ที่ประมาณ 60% แต่จากฝนที่ตกหนักในช่วง 2-3 วัน ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเต็มความจุ แม้ว่าเราจะระบายน้ำออกแต่ก็ไม่ทันกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้า” ชูชาติกล่าว

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา ยังคงหนักสำหรับจุดแอ่งกระทะ และพื้นที่ รับน้ำจากลำเชียงไกร ผลกระทบจากการขนายตัวของทางระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ที่ผ่านมา 3 วัน

แม้ว่าระดับน้ำในอ่างลดลง แต่ยังไม่สามารถ ปิดรอยทางระบายน้ำได้ ทำให้น้ำจากอ่างเก็บน้ำนี้ ไหลทะลัก เข้าท่วมพื้นที่ทางน้ำ อย่างต่อเนื่อง วานนี้ (29 ก.ย.64) จุดที่ถือว่าสาหัสคือ บ้านหนองอ้อ อำเภอโนนสูง น้ำจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร หลากท่วมหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกชาวบ้านหลายร้อยคนต้องอยู่อย่างยากลำบาก

ทีมข่าวเดินทางไปสำรวจมวลน้ำที่ไหลมาจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร อ.โนนสูง ซึ่งก่อนหน้านี้ ไหลไปท่วมที่บ้านลำเชิงไกร อ.เมืองนครราชสีมา ล่าสุดมวลน้ำไหลเข้าสู่พื้นที่อำเภอโนนสูงแล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยเฉพาะบ้านหนองอ้อ ตำบลเมืองปราสาท ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักที่สุด เพราะคนในหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

รถทุกคันไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ ตลอดทั้งวันจะมีเพียรถทหารที่สามารถวิ่งรับ-ส่งประชาชนที่อพยพออกไปอาศัยนอกหมู่บ้าน เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 50 ซม. , 1 เมตร บางจุด 2 เมตร ระดับน้ำที่ไหลท่วมบ้านเรือนประชาขนไหลเชี่ยว จะเห็นจากภาพ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ของชาวบ้านบางคัน

ย้ายหนีไม่ทันก็ต้องปล่อยน้ำท่วม สภาพรั้วโรงเรียนบ้านหนองอ้อ ถูกท่วมเกือบมิด ถนนในหมู่บ้านกลายเป็นทะเลสาบ หมู่บ้านหนองอ้อ มีประชาชนกว่า 200 ครัวเรือน ถูกน้ำท่วมทั้งหมดทำให้ชาวบ้านที่อยู่ที่นี่ต้องพากันอพยพหนีตายออกไปยังศูนย์พักพิงที่องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองปราสาทเตรียมไว้

แต่สถานการณ์น้ำที่มาเร็วและไหลเชี่ยวทำให้ชาวบ้านหลาย 100 คนที่ไม่สามารถที่จะอพยพออกไปได้ทัน เพราะถนนทางออกของหมู่บ้านถูกน้ำท่วมตัดขาดแล้วไม่สามารถเดินทางออกไปได้ต้องอยู่กันเองอย่างยากลำบากภายในหมู่บ้าน ซึ่งจนถึงตอนนี้ความช่วยเหลือจากภายนอกยังคงส่งมาไม่ถึงคนในหมู่บ้านหนองอ้อ เพราะขนาดเรือก็ยังขับผ่านเส้นทางน้ำไม่ได้ เจ้าหน้าที่ฮุก 31 นำเรือท้องแบน

เข้าไปทยอยนำประชาชน ทั้งเด็ก คนชรา และสัตว์เลี้ยง อพยพออกจากบ้าน การช่วยเหลือก็เป็นไปอย่างอยากลำบาก เพราะน้ำเชี่ยวไหลแรง ต้องนำเรือท้องแบนไปรับจากบ้าน และมายังจุดอพยพ รอรถยกสูงของทหารและของปภ.ทยอยขับรับ-ส่ง จึงจะออกพื้นที่ได้ -นอกจากนี้ ยังมีกำลังทหารจากค่ายสุรนารี นำเรือท้องแบน เข้าสำรวจตามบ้านเรือนประชาชน

เพื่ออพยพออกไปอยู่ที่ปลอดภัย รวมไปถึงวัดหนองอ้อ ก็ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร และในพื้นที่วัดยังเป็นทางน้ำไหลผ่าน อาสาสมัครกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา บอกกับทีมข่าวว่า ตั้งแต่ที่อ่างเก็บน้ำแตกนั้นบ้านหนองอ้อถือว่าหนักที่สุดเพราะเป็นพื้นที่รับน้ำไปเต็มๆ อาสาสมัครกู้ภัยพยายามเข้าไปช่วยชาวบ้าน ออกมาได้บางส่วน

บางคนที่ไม่ยอมอออกมาก็ต้องใช้วิธีในการเกลี่ยกล่อม โดยตลอดทั้งวันทีมงานก็พยายามที่จะนำเรือท้องแบนเข้าไปช่วยเหลืออีกซึ่งอุปสรรคคือระดับน้ำที่ท่วมสูงและความเร็วของน้ำที่เป็นอันตรายทำให้ต้องทำงานอย่างระมัดระวัง นอกเหนือจากในพื้นที่อำเภอโนนสูงแล้ว อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าน้ำทั้งหมดจะไหลเข้าสู่อำเภอพิมายเพื่อไหลลงสู่แม่น้ำมูล จากการสำรวจภายในตัวอำเภอพิมาย

โดยเฉพาะปราสาทหินพิมายที่เป็นสถานที่สำคัญ ตอนนี้น้ำเริ่มเอ่อเข้าท่วมแล้วเล็กน้อยโดยเจ้าหน้าที่ของอุทยานปราสาทหินพิมายระดมกำลังเร่งกรอกกระสอบทรายฝั่งประตูเมืองด้านทิศเหนือหรือที่เรียกกันว่าประตูผีเพื่อทำกำแพงดินกั้นน้ำที่อยู่ริมแม่น้ำมูลแล้ว

โดยตอนนี้ ป้องกันไว้ถึงสองจุด ห่างกันประมาณ 30 เมตร ความสูงประมาณเมตรกว่า เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้ามาท่วมบ้านเรือนชาวบ้านและตัวปราสาทหินพิมาย

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นั้นได้เร่งก่อกระสอบทรายมาแล้วถึงห้าวัน และต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อรับมวลน้ำที่กำลังจะมาถึง ส่วนที่สะพานข้ามแม่น้ำมูลด้านหน้าพิพิธภัณฑ์สถานพี่มายนั้น มวลน้ำที่ไหลมาจาก อ.โนนสูง มีจำนวนมาก เกือบถึงคอสะพานแม่น้ำมูลแล้ว เจ้าหน้าที่เทศบาลพิมาย

ต้องเร่งใช้รถแบคโฮขุดผักตบชวาออกเพื่อให้น้ำไหลได้คล่องตัวมากขึ้น โดยตอนนี้ระดับน้ำในแม่น้ำมูลไหลท่วมเต็มถึงระดับสันคอนกรีตที่ท่านไว้ริมตลิ่งแล้ว บางจุดไหลเอ่อเริ่มเข้ามาท่วมถนนของหมู่บ้าน

โดยทางเจ้าหน้าที่ต้องนำกระสอบทรายมาปิดไว้ที่บริเวณปล่องรูระบายน้ำในทุกจุดเพื่อป้องกันไว้เบื้องต้นแล้ว ซึ่งเทศบาลตำบลพิมายเตรียมพร้อมรับมือ มวลลน้ำ อ.โนนสูง ไหลผ่านอ.พิมาย ก่อนลงแม่น้ำมูล โดยพบว่า ระดับน้ำในแม่น้ำมูล เริ่มสูงขึ้น ทางเทศบาลขึ้นธงเหลือง แจ้งเตือนประชาชนริมตลิ่ง ให้ระมัดระวังและขนของขึ้นที่สูง