Skip to content
Home » News » เขตสงครามตะวันออกของสงครามกลางเมืองอเมริกา

เขตสงครามตะวันออกของสงครามกลางเมืองอเมริกา

เขตสงครามตะวันออกของสงครามกลางเมืองอเมริกา แนวรบด้านตะวันออกของสงครามกลางเมืองอเมริกา หรือ เขตสงครามตะวันออกของสงครามกลางเมืองอเมริกา ( Eastern Theater of the American Civil War) ประกอบด้วยปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ทั้งทางกองทัพบกและกองทัพเรือ ในมลรัฐเวอร์จิเนีย, เวสต์เวอร์จิเนีย, แมรีแลนด์, และเพนซิลวาเนีย, เขตปกครองพิเศษโคลัมเบีย, และป้อมปราการชายฝั่ง กับท่าเรือของมลรัฐนอร์ทแคโรไลนา ในระหว่างความขัดแย้งของสงครามแบ่งแยกดินแดน ระหว่างกำลังรบฝ่ายสหภาพ (เหนือ) และกำลังรบฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกา (ใต้) แต่ไม่รวมถึงการปฏิบัติการทางทหารภายในสองรัฐแคโรไลนาใน ปี 1865 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ เขตสงครามตะวันตกของสงครามกลางเมืองอเมริกา

เขตสงครามตะวันออก เป็นเวทีรบของการทัพสำคัญๆ (major campaigns) ของกองทัพโพโทแม็คฝ่ายสหภาพ ที่มีเป้าหมายในการยึดให้ได้เมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย อันเป็นเมืองหลวงฝ่ายสมาพันธรัฐ การทัพเหล่านี้ประสบความยากลำบากจากการต่อต้านของ กองทัพเวอร์จิเนีย์เหนือของฝ่ายสมาพันธรัฐ มีนายพลโรเบิร์ต อี. ลี เป็นผู้บัญชาการ, ประธานาธิบดีลินคอล์นเสาะหานายพลที่กล้าและสามารถเทียบเคียงกับลีได้ โดยลินคอล์นแต่งตั้งและสับเปลี่ยนเอา นายพล เออร์วิน แม็คโดเวล, จอร์จ บี. แม็คเคลแลน, จอห์น โป๊ป, แอมโบรส เบิร์นไซด์, โจเซฟ ฮุกเกอร์ และจอร์จ จี. มี้ด มาเป็นเป็นผู้บัญชาการกองกำลังหลักๆภาคตะวันออก ; นายพลจอร์จ มี้ด ได้ชัยชนะเหนือกองทัพของลี ในยุทธการที่เกตตีสเบิร์ก เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1863 แต่ยังต้องรอจนกระทั่งจอมพล ยูลิซีส เอส. แกรนต์ ได้รับการแต่งตั้งและโยกย้ายมาจากเขตสงครามภาคตะวันตก ในปี 1864 เพื่อควบคุมปฏิบัติการในเวอร์จิเนียด้วยตนเอง ฝ่ายสหภาพจึงสามารถเข้ายึดเมืองริชมอนด์ได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องผ่านสมรภูมิที่เสียเลือดเนื้อมาก ในการทัพโอเวอร์แลนด์ (Overland Campaign) และการตั้งทัพปิดล้อมเมืองปีเตอร์สเบิร์ก และริชมอนด์ การยอมจำนนของกองทัพของลี ที่แอพโพแมตท็อกซ์ คอร์ทเฮ้าส์ ในเดือนเมษายน ปี 1865 นำความสิ้นสุดมาสู่ปฏิบัติการทหารในพื้นที่

เขตสงครามตะวันออกของสงครามกลางเมืองอเมริกา
https://www.sarakadee.com/blog/oneton/?p=129

การทัพและสมรภูมิส่วนใหญ่ของเขตสงครามตะวันออก เป็นการปะทะกันในพื้นที่รัฐเวอร์จิเนีย ระหว่างวอชิงตัน ดี.ซี. กับริชมอนด์ เมืองหลวงของสมาพันธรัฐ แต่ก็มีการทัพใหญ่ๆสู้กันในพื้นที่ข้างเคียงด้วย การทัพเวอร์จิเนียตะวันตก (Western Virginia Campaign) ในปี 1861 ทำให้ฝ่ายสหภาพสามารถควบคุมมณฑลทางตะวันตกของเวอร์จิเนีย (ซึ่งจะกลายเป็นรัฐเวสต์เวอร์จิเนียในเวลาต่อมา) ฝ่ายสหภาพยังสามารเข้ายึด พื้นที่ฝ่ายสมาพันธรัฐที่เป็นชายฝั่งทะเล และท่าเรือในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของมลรัฐเวอร์จิเนีย และมลรัฐนอร์ทแคโรไลนา; หุบเขาเชนันโดอาห์ (Shenandoah Valley) กลายเป็นพื้นที่ที่มีการปะทะกันบ่อยครั้ง ในระหว่างปี ค.ศ. 1862 ถึง 1864;

ฝ่ายนายพลลีก็เปิดศึกรุกรานดินแดนสหภาพถึงสองครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยหวังว่าจะสามารถโน้มน้าวความคิดเห็นในทางเหนือให้ยอมยุติสงคราม โดยในฤดูใบไม้ร่วงปี 1862 ลีติดตามความสำเร็จของการทัพในเวอร์จิเนียเหนือ ด้วยการยกทัพเข้ารุกรานฝ่ายเหนือครั้งที่ 1 ในการทัพแมรีแลนด์ ซึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้ทางยุทธวิธี ในยุทธการที่แอนตีแทม; ลีรุกขี้นเหนือครั้งที่สอง ในการทัพเกตตีสเบิร์กช่วงฤดูร้อนของปี 1863 และสามารถเดินทัพไปถึงเพนซิลเวเนีย อันเป็นการขึ้นเหนือที่ไกลกว่ากองทัพใดๆของสมาพันธรัฐ หลังจากการโจมตีกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยฝ่ายสมาพันธรัฐในปี ค.ศ. 1864 กองกำลังสหภาพ ภายใต้การบัญชาของฟิลิป เชอริแดน ก็เริ่มการทัพที่หุบเขาเชนันโดอาห์ (Valley Campaigns of 1864) ซึ่งทำให้ฝ่ายสมาพันธรัฐเสียการควบคุมในการส่งเสบียงหลักให้แก่กองทัพของลี

เขตสงครามตะวันออกของสงครามกลางเมืองอเมริกา

เขตสงครามตะวันออกของสงครามกลางเมืองอเมริกา สงครามเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังในปี 1862 ปธน.ลินคอล์นต้องการให้เริ่มปฏิบัติการเชิงรุกโดยเร็วที่สุด แม็คเคลแลนตอบสนองโดยการนำกองทัพแห่งโพโทแม็คเข้าโจมตีเวอร์จิเนีย ในการทัพคาบสมุทร (Peninsula Campaign) ในฤดูใบไม้ผลิ ปี 1862 โดยทางคาบสมุทรเวอร์จิเนีย ระหว่างแม่น้ำยอร์ก กับแม่น้ำเจมส์ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของริชมอนด์ กองทัพของแม็คเคลแลนไล่ตามกองทัพของโจเซฟ อี. จอห์นสโตน มาจนถึงปากทางเข้าเวอร์จิเนีย แต่ถูกทัพของจอห์นสโตนตรึงสกัดไว้ได้ ในยุทธการเซเว่นไพน์ (Battle of Seven Pines) จากนั้นนายพล โรเบิร์ต อี. ลี และนายทหารคนสำคัญ – เจมส์ ลองสตรีท กับ สโตนวอลล์ แจ็คสัน – เอาชนะกองทัพของแม็คเคลแลนได้ใน ยุทธการเจ็ดวัน บังคับให้ฝ่ายสหภาพถอยทัพไปได้

การทัพเวอร์จิเนียเหนือ จบลงในปลายฤดูร้อนด้วยชัยชนะของฝ่ายสมาพันธรัฐในยุทธการบูลรันครั้งที่สองแม็คเคลแลนแข็งขืนคำสั่งของผู้บัญชาการทัพใหญ่ เฮนรี ฮัลเล็ค ไม่ยอมส่งกองหนุนไปช่วยกองทัพเวอร์จิเนียของจอห์น โป๊ป ทำให้ฝ่ายสหภาพแพ้กองทัพของลี แม้ว่าจะมีกำลังรบรวมกันมากกว่าฝ่ายสมาพันธรัฐถึงสองเท่า ผลของความพ่ายแพ้ทำให้ นายพลจอห์น โป๊ป ถูกถอดจากการบังคับบัญชา และกองทัพเวอร์จิเนียถูกยุบไปรวมกับทัพใหญ่ ชัยชนะในศึกบูลรันครั้งที่สอง ทำให้ฝ่ายสมาพันธรัฐฮึกเหิมมาก และเตรียมทัพเพื่อขึ้นโจมตีทางเหนือครั้งแรกทันที

โดยในวันที่ 5 กันยายน นายพลลีนำกองทัพเวอร์จิเนียเหนือ มีกำลังพล 45,000 นาย ข้ามแม่น้ำโพโทแม็คเข้าสู่แมรีแลนด์ ทางฝ่ายแม็คเคลแลนเมื่อได้คืนกำลังพลมาจากกองทัพของโป๊ปแล้ว ก็ยกทัพใหญ่ของสหภาพ – กองทัพโพโทแม็ค – เข้าสู้รบกับนายพลลี ในศึกแอนตีแทม ใกล้กับเมืองชาร์ปสเบิร์ก รัฐแมรีแลนด์ โดยเป็นการรบกันวันเดียวที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกามาตราบจนทุกวันนี้ แม้แม็คเคลแลนจะพลาดโอกาสที่จะรุกไล่ติดตามเพื่อทำลายกองทัพของลี ศึกแอนตีแทม ก็ถือเป็นชัยชนะของฝ่ายสหภาพ เพราะเป็นยุทธการที่สามารถยับยั้งแผนการบุกขึ้นเหนือของลีเอาไว้ได้ การถอยทัพของลีเปิดโอกาสให้ ปธน. ลินคอล์นประกาศเลิกทาสและถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของสงคราม

แม้จะทำให้ลีถอยทัพไปได้ แม็คเคลแลนก็ถูกปลดจากตำแหน่งบัญชาการ เพราะลินคอล์นมองว่าเขาสุขุมเกินไป ทำให้พลาดโอกาสทำลายข้าศึก พลตรี แอมโบรส เบิร์นไซด์ เข้ารับตำแหน่งบัญชาการกองทัพโพโทแม็คแทนที่ แต่เบิร์นไซด์ก็เพลี่ยงพล้ำในฤดูหนาวปีนั้นเอง เมื่อทหารของกองทัพสหภาพกว่า 12,000 คน ถูกฆ่า หรือได้รับบาดเจ็บ ในยุทธการที่เฟรดริกสเบิร์กเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม จากความพยายามโจมตีโดยเปล่าประโยชน์จากทางด้านหน้าซ้ำๆ ต่อฐานที่มั่นบนเนิน Marye’s Heights ของกองทัพฝ่ายใต้ เบิร์นไซด์ถูกปลดและ พลตรี โจเซฟ ฮุกเกอร์ ถูกแต่งตั้งเข้าแทนที่

นายพลฮุกเกอร์บัญชาการกองทัพโพโทแม็คที่มีกำลังรบมากกว่า กองทัพเวอร์จิเนียเหนือถึงกว่าสองเท่า แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะกองทัพของลีได้ ฮุกเกอร์พ่ายแพ้อย่างยับเยินในยุทธการที่แชนเซเลอร์สวิลล์ เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1863แต่นายพลลีก็ต้องเสียนายพล สโตนวอลล์ แจ็กสัน ทหารคู่ใจ ซึ่งถูกยิงที่แขน และเสียชีวิตเพราะอาการแทรกซ้อนในเวลาต่อมา ลินคอล์นรับจดหมายขอถอนตัวจากหน้าที่ของฮุกเกอร์ และแทนที่เขาด้วย นายพลจอร์จ มี้ด ในเดือนมิถุนายน; ฝ่ายสมาพันธรัฐตัดสินใจยกทัพบุกขึ้นเหนืออีกครั้ง แต่คราวนี้กองทัพโพโทแม็คของมี้ด สามารถเอาชนะลีได้ในยุทธการเกตตีสเบิร์กการรบที่เกตตีสเบิร์กเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 มิถุนายน 1863 โดยกินเวลา 3 วันเต็มๆ และเป็นศึกที่เสียเลือดเนื้อกันมากที่สุดในสงคราม โดยกองทัพของลีมีทหารบาดเจ็บล้มตาย 28,000 นาย (ในขณะที่กองทัพแห่งโพโทแม็คมีจำนวนความสูญเสียอยู่ที่ 23,000)

เกตตีสเบิร์กถือเป็นจุดเปลี่ยนของสงครามกลางเมืองอเมริกา การเข้าชาร์จของพิกเก็ตต์ในวันที่ 3 กรกฎาคม แสดงถึงจุดพีคของศักยภาพของกำลังการรบฝ่ายใต้ ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่อาจกลับมามีแนวโน้มที่จะชนะสงครามได้อีก อย่างไรก็ดี นายพลจอร์จ มี้ด ล้มเหลวในการสกัดกั้นการถอยทัพของลี ปล่อยให้ลีหนีไปได้อีกครั้ง ซึ่งทำให้การทัพในฤดูใบไม่ร่วงยังไม่อาจหาข้อสรุปได้ และทำให้ลินคอล์นไม่พอใจ ลินคอล์นเสาะหาผู้นำทัพคนใหม่ ในแนวรบด้านตะวนตกขณะนั้น กองกำลังป้องกันที่มั่นของฝ่ายใต้ที่ วิคสเบิร์ก ยอมจำนนต่อกองทัพปิดล้อมฝ่ายสหภาพ ทำให้ฝ่ายสหภาพสามารถเข้าควบคุมแม่น้ำมิสซิสซิปปีได้ในที่สุด ส่งผลให้ฝ่ายสมาพันธรัฐฝั่งตะวันตกถูกโดดเดี่ยว และให้กำเนิดผู้นำทัพคนใหม่ที่ลินคอล์นต้องการ: นายพลยูลิสซิส เอส. แกรนต์

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2

1.ม.ค.1862(วันที่ประมาณการ)