Skip to content
Home » News » เณรคำ หนีหาย วอนอนุมัติจัดตั้ง วัดป่าขันติธรรม

เณรคำ หนีหาย วอนอนุมัติจัดตั้ง วัดป่าขันติธรรม

เณรคำ หนีหาย
https://www.thairath.co.th/content/448978

ศรีสะเกษ – ผู้รวบรวม และบริจาคที่ดินตั้งสำนักสงฆ์อดีตหลวงปู่ เณรคำ หนีหาย วอนอนุมัติจัดตั้ง วัดป่าขันติธรรม ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เหตุเสนอเรื่องไปนานแล้วแต่เงียบหาย เผยวัดป่าขันติธรรม ล่าสุดรกร้าง เงียบเหงา และมีพระที่ยังศรัทธาในตัว “ไอ้คำ” จำวัดอยู่ 4 รูป

วันที่ 9 ก.ย. 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กลางทุ่งนาบ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ คุณยายลอน มนัส อายุ 69 ปี ผู้รวบรวมและบริจาคที่ดินให้ นายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ได้จัดตั้งวัดป่าขันติธรรม ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุ และก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกมานานร่วม 10 ปีแล้ว

และขณะนี้นายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่ เณรคำ หนีหาย ยังคงหลบหนีคดี ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่แห่งใด อีกทั้งคณะสงฆ์ศรีสะเกษฝ่ายธรรมยุติ และคณะสงฆ์ จ.อุบลราชธานี ฝ่ายธรรมยุติ ได้มีมติให้หลวงปู่เณรคำ พ้นจากความเป็นพระสงฆ์แล้ว

โดยขณะนี้สำนักสงฆ์ขันติธรรมอยู่ในสภาพที่เงียบเหงา รกร้างว่างเปล่า มีชาวบ้านผ่านเข้ามากราบไหว้พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกจำนวนน้อย และมีพระจำวัดอยู่ประมาณ 4 รูป ซึ่งเป็นพระที่ยังศรัทธาในตัวของ นายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ

คุณยายลอน กล่าวว่า หลังจากที่ปัญหาวุ่นวายในเรื่องของอดีตหลวงปู่เณรคำ และสำนักสงฆ์ขันติธรรม สิ้นสุดลงแล้ว ตนได้ยื่นเรื่องขออนุญาตจัดตั้งวัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากที่ผ่านมา วัดป่าขันติธรรม ไม่ได้เป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ เนื่องจากอดีตหลวงปู่เณรคำ ไม่ยอมตั้งวัดให้ถูกต้อง ทั้งที่ตนได้บริจาคที่ดินในการตั้งวัดไปเรียบร้อยแล้ว  

อีกทั้งได้ร่วมกับญาติพี่น้อง และพุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งศาลาการเปรียญ และกุฏิพระต่างๆ ครบถ้วนหมดแล้ว พร้อมที่จะตั้งวัดได้ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ตนได้เสนอเรื่องขออนุญาตตั้งวัดต่อสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ ไปนานร่วม 1 ปีเศษแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการจัดตั้งวัดป่าขันติธรรมให้ถูกต้องตามกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งไม่ทราบว่าติดขัดอยู่ขั้นตอนใดอีกทั้งเรื่องการขอตั้งวัดป่าขันติธรรมได้เงียบหายไป

“จึงขอวอนไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้เร่งอนุญาตให้มีการจัดตั้งวัดป่าขันติธรรมให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยด่วนด้วย ทั้งนี้ เพื่อจะได้ใช้เป็นสถานที่ในการประกอบกิจของสงฆ์ และเป็นที่ทำบุญตามประเพณีทางพระพุทธศาสนาสืบต่อไป” คุณยายลอน กล่าว

พระวัดป่าขันติธรรมจ.ศรีสะเกษ ดีใจที่เณรคำกลับมาสู้คดีแก้ข้อกล่าวหา เผยญาติโยมและลูกศิษย์จะได้หายข้องใจว่าเณรคำไม่มีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ขณะที่ภายในบริเวณวัดเงียบเหงาไม่มีญาติโยมมาทำบุญ

เสื่อมศรัทธา!!วัดป่าขันติธรรมแทบร้าง หลังชาวบ้านเสื่อมศรัทธา”เณรคำ” สิ่งปลูกสร้างชำรุดทรุดโทรมลง ด้านพระลูกวัด เผยมีภิกษุจำพรรษาแค่ 4 รูป ยันยังไม่ปลดรูปออก เพราะความเชื่อศรัทธาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านใน ต.ยาง อ.กันทรารมย์ และพื้นที่ใกล้เคียง ที่แต่เดิมได้มีความเลื่อมใสศรัทธา”พระเณรคำ” หรือ นายวิระพล สุขผล อดีตประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม แต่ภายหลังจากมีข่าวอื้อฉาว ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้หมดศรัทธาลง แต่ก็ยังเดินทางไปทำบุญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม

ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดสามัคคียาราม” เนื่องจากยังคงศรัทธาในตัววัดและพระพุทธศาสนา ประกอบกับตัวที่พักสงฆ์เดิมก็เปลี่ยนสถานะเป็นวัด มาแล้วเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา รวมทั้งมีเจ้าอาวาสคนใหม่ มาเป็นผู้ปกครองคณะสงฆ์ภายในวัด ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับตัวบุคคลของอดีตประธานสงฆ์คนเดิมแล้ว

ขณะที่บรรยากาศภายในวัดเป็นไปอย่างเงียบเหงา สิ่งปลูกสร้างหลายอย่างเริ่มชำรุด ไม่มีการบูรณะหรือปรับปรุงซ่อมแซมแต่อย่างใด รวมถึงพระแก้วใหญ่ ก็เริ่มมีรอยคราบตามกาลเวลา

ด้าน พระประยูร ตะปะคุโน พระลูกวัด เล่าว่า ที่วัดสามัคคียาราม ขณะนี้มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่เพียง 4 รูปเท่านั้น ซึ่งต่างจากเมื่อ 4 ปีก่อนมาก รวมทั้งเจ้าอาวาสก็เป็นคนต่างถิ่น ซึ่งเดินทางมาจากจ.ราชบุรี แต่ตอนนี้เจ้าอาวาสก็ไม่อยู่จำพรรษาเพราะติดรับกิจนิมนต์ในต่างจังหวัด เหลือเพียงตนและพระสงฆ์อีก 1 รูป รวม 2 รูปเท่านั้น

ขณะที่ญาติโยมก็ลดลงตามความศรัทธา อย่างไรก็ตามในส่วนของพระสงฆ์ที่นี่รวมทั้งตนเอง ยังให้ความเคารพนับถือปู่เณรคำอยู่เสมอ และไม่ปลดป้ายรูปถ่ายออก เพราะเชื่อว่าความศรัทธาของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน

พระกชพงค์ สุจิณโณ เจ้าอาวาสวัดพระแก้วใหญ่ หรือ วัดป่าขันติธรรมเดิม เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เดิมที่นี่เป็นที่พักสงฆ์ มีเนื้อที่ 20 กว่าไร่ แต่ตัวเลขยังไม่ชัดเจน ปัจจุบันนี้ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดแล้ว ได้ชื่อวัดว่า วัดสามัคคิยาราม แต่ยังไม่ได้จัดทำป้าย เนื่องจากยังขาดงบประมาณ พรรษานี้มีพระจำพรรษาอยู่ 5 รูป ทุกเช้าพระก็จะออกไปบิณฑบาตตามหมู่บ้านที่อยู่รอบวัด ได้แก่ บ้านยาง ต.ยาง บ้านดู่ ต.ดู่ และบ้านสวนฝ้าย ตำบลผักแพว เพื่อเป็นการโปรดญาติโยม