Skip to content
Home » News » เร่งหาผู้สูญหาย

เร่งหาผู้สูญหาย

เร่งหาผู้สูญหาย จากเหตุการณ์เรือโดยสารของบริษัทมงคลชัย (ทับทิม) จำกัด เกิดอุบัติเหตุชนเสาเข็มพนังกั้นน้ำ หน้าวัดสนามไชย หมู่ 10 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

จนเรือแตกล่มลงในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้โดยสารเป็นชาวไทยมุสลิมกว่า 150 ชีวิต ที่โดยสารกลับจากร่วมพิธีรำลึกถึงครูผู้ล่วงลับของศาสนาอิสลาม หรือ “งานโฮ้ล” ต.คลองตะเคียน อ.พระนครศรีอยุธยา

เร่งหาผู้สูญหาย ล่าสุด เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 20 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยกู้ภัยกำลังช่วยกันนำผักตบชวาออกจากบริเวณที่เกิดเหตุ และกรมเจ้าท่าได้นำเรือและอุปกรณ์กู้เรือ เพื่อรอดำเนินการ ที่บริเวณท่าน้ำวัดสนามไชย ต.บ้านป้อมอ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

ขณะที่การค้นหาร่างผู้สูญหายอีก 3 รายนั้นได้พบอีก 1 ร่างแล้ว โดยพบศพเด็กชายรายที่ 27 คงเหลือสูญหาย 2 คน

ทั้งนี้รวมยอดผู้เสียชีวิต 27 ราย (ชาย 7 หญิง 20) ยังมีผู้สูญหาย 2 ราย (ชาย 1 หญิง 1) ส่วนที่นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยุธยามีอีก 9 ราย (ชาย 4 หญิง 5)

พบรอยแตกขนาดใหญ่ใต้ท้องเรือ เมื่อเวลา 11.00 น. นายณัฐ จับใจ อธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเรือ กล่าวว่า วันนี้ได้สั่งการให้นักประดาน้ำ ดำลงไปดูความเสียหายด้านล่าง เพื่อประเมินสถานการณ์ในการกู้เรือ พบว่ามีความเสียหายที่ใต้ท้องเรือ มีรอยแตก ขนาดความกว้าง 1 เมตร ยาว 7 เมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่ จึงไม่สามารถซ่อมแซมได้

จึงต้องวางแผนในการดำเนินการกู้เรือใหม่ โดยต้องใช้เรือเครนขนาดใหญ่

เร่งหาผู้สูญหาย
https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/35015

ล่าสุดพบศพแล้ว 26 ราย ทั้งนี้ จะมีการระดมกำลังค้นหาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้พบคนหายทั้งหมดโดยเร็วที่สุด ซึ่งกำลังใจของเจ้าหน้าที่ทุกคนยังดีอยู่และพร้อมปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ส่วนมาตรการด้านการกู้ซากเรือนั้น ในวันนี้ กรมเจ้าท่าฯ ได้ทยอยนำเครื่องมือ รวมถึงอุปกรณ์เข้ามาแล้ว คาดว่าในเวลา 12.00 น. จะสามารถกู้ซากเรือได้

และจะต้องทำให้สำเร็จในวันนี้ สำหรับนำมาตรวจสอบหาสาเหตุของการจมดังกล่าว แต่เบื้องต้นยังพบอุปสรรคด้านกระแสน้ำที่ไหลแรงเชี่ยวกราก

นายประยูร รัตนเสนีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงระดมค้นหาผู้สูญหายที่ญาติมาแจ้งไว้ จำนวน 10 คนอย่างต่อเนื่อง และได้มีการตั้งศูนย์วอร์รูมอำนวยการร่วมบริเวณหน้าวัดสนามไชย แต่หากพบอุปสรรคในการค้นหาด้านกระแสน้ำ หรือฝนก็จะให้เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำที่กำลังทำงานอยู่กว่า 30 คน ยุติชั่วคราว

ก่อนจะระดมค้นหาต่อ สำหรับยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดยังอยู่ที่ 13 คน อย่างไรก็ตาม คาดว่าหากไม่สามารถค้นหาบุคคลทั้งหมดได้คงจะต้องรอให้ศพลอยน้ำขึ้นมา ซึ่งเบื้องต้น ได้จัดเรือออกลาดตระเวนสำรวจตั้งแต่ท้ายน้ำ มาจนถึงบริเวณเกิดเหตุ พร้อมกับนำเครนมากู้เรือลำดังกล่าวแล้ว

ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาได้ลงไปค้นหาภายในเรือพบมีรอยแตก และมีโต๊ะเก้าอี้กีดขวางซึ่งเป็นอุปสรรคในการค้นหา จึงได้นำขึ้นมาก่อน และส่งเจ้าหน้าหลายชุดค้นหานานหลายชั่วโมง โดยแน่ใจว่าไม่มีผู้ที่ติดอยู่ภายใต้ซากเรือแล้วก่อนจะนำเรือของกรมเจ้าท่า ค้นหาตามกระแสน้ำระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร และคาดว่าการค้นหาจะสิ้นสุดประมาณเที่ยงคืนนี้ และจะเริ่มค้นหาอีกครั้งในช่วงเช้า

“ส่วนยอดที่โดยสารมากับเรือดังกล่าวได้รับรายงานว่ามีกว่า 100 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวพระนครศรีอยุธยา แต่ทั้งนี้ยังไม่มีตัวเลขที่แน่นอนต้องรอสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อน สำหรับการเยียวยาผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตตามระเบียบของทางราชการแล้วกรณีนี้ไม่เข้าข่ายเพราะเป็นอุบัติเหตุ

แต่จะมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือ แต่ทั้งนี้ ในภาพรวมได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือที่ศาลากลางจังหวัดแล้ว อย่างไรก็ตาม จะยังไม่เคลื่อนย้ายเรือ เนื่องจากต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจะเข้าไปตรวจสอบในช่วงเช้าก่อน”

https://mgronline.com/local/detail/9590000094102

ปฏิบัติการค้นหาและกู้ซากเรือ “สมบัติชัยมงคล” ที่หน้าวัดสนามไชย ดำเนินการมาถึง 50 ชั่วโมงแล้ว วันนี้นำเรือเครนมาดึงซากเรือขึ้นตั้งแต่ 11.00 น. และสามารถนำซากเรือขึ้นมาได้เมื่อประมาณ 16.30 นาที โดยยอดผู้เสียชีวิตที่พบล่าสุด 27 คนแล้ว 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่าเร่งกำหนดมาตรการความปลอดภัยสำหรับเรือโดยสารในระยะยาว โดยเฉพาะการแก้ไขกฏหมายการเดินเรือในน้ำไทย พุทธศักราช 2456 ให้มีความรุนแรงมากขึ้น หลังโทษสูงสุดของการบรรทุกผู้โดยสารเกินอัตรา ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือ จำคุก 6 เดือน หรือ ทั้งจำทั้งปรับเท่านั้น

ขณะเดียวกันกรมเจ้าท่าจะต้องออกประกาศบังคับให้เรือโดยสารที่มีขนาดรับผู้โดยสารตั้งแต่ 25 คนขึ้นไปจะต้องติดตั้งเครื่องติดตาม เพื่อให้สามารถติดตามการเดินเรือได้ตลอด 24 ชั่วโมง และจัดทำระบบแจ้งเรือเข้า-ออก เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เรือทุกลำต้องขออนุญาตทำการเดินเรือก่อน โดยทั้งหมดขอให้เร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 และหลังจากนี้ผู้ประกอบการเดินเรือทั้งหมดจะต้องเข้ามาอบรมเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยเพิ่มขึ้นเป็น 4 ครั้งต่อปี จากเดิมอบรมเพียงปีละ 2 ครั้ง

ส่วนความคืบหน้าเรือล่มที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอให้กรมท่าสรุปรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ตั้งแต่การจดทะเบียนเรือ และการออกใบอนุญาตควบคุมเรือภายใน 10 วัน พร้อมสรุปรายงานการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของท่าเรือว่ามีโครงสร้างพื้นฐานรุกล้ำลำน้ำหรือไม่ รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น เสื้อชูชีพ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/35120