Skip to content
Home » News » เศรษฐกิจ ยุคพัก จ็อง-ฮี

เศรษฐกิจ ยุคพัก จ็อง-ฮี

เศรษฐกิจ ยุคพัก จ็อง-ฮี
https://waymagazine.org/innovation-democracy-korea/

เศรษฐกิจ ยุคพัก จ็อง-ฮี หลังสงครามเกาหลี ซึ่งกินเวลาตั้งแต่ปี 1950-1953 เกาหลีใต้บอบช้ำอย่างหนักจากทั้งจากสงครามโลกและสงครามบนคาบสมุทร ณ เวลานั้น ทั่วโลกมองว่าเกาหลีเหนือดีกว่าเกาหลีใต้

ทั้งสถานการณ์ด้านปากท้องและความมั่นคง (Kang 2002, pp.34-35) สหรัฐอเมริกาเองก็เริ่มหาหนทางลดค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนเกาหลีใต้ ทำให้เกาหลีใต้ต้องเริ่มมองหาวิธีป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางด้านความมั่นคง และสถานการณ์อันเลวร้ายทางด้านเศรษฐกิจ ด้วยปัจจัยปัญหาทั้งหมดนี้เอง

รัฐบาลพัค จอง ฮี ตระหนักดีว่า หากต้องการอยู่ในอำนาจก็ต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้ในระยะยาว เมื่อประกันความมั่นคงปลอดภัยได้ด้วยกำลงทหารแล้ว พัคจองฮีก็ตัดสินใจเปลี่ยนเกาหลีใต้จากประเทศเกษตรกรรมไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมในระดับที่แข่งขันกับนานาชาติได้ เนื่องจากตระหนักดีว่า

เกาหลีใต้ไม่อาจพึ่งพาการอุ้มชูจากสหรัฐอเมริกาได้ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องความมั่นคง และเป้าหมายที่รัฐบาลเกาหลีใต้หมายตาว่าจะต้องข้ามผ่านให้ได้ในช่วงเวลานั้นก็คือญี่ปุ่น (Mo and Weingast 2013: 65)

รัฐบาลพัค จอง ฮี ตัดสินใจดำเนินนโยบายการเติบโตอย่างแบ่งปัน (Shared Growth) โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อตอบโต้ภัยคุกคาม 2 ชั้นจากประเทศคอมมิวนิสต์

เศรษฐกิจ ยุคพัก จ็อง-ฮี ซึ่งก็คือเกาหลีเหนือและจีน นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจเริ่มต้นจากเรื่องพื้นฐานอย่างการพัฒนาการศึกษา สร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแก่ระบบตลาด เปิดโอกาสให้ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในระบบเศรษฐกิจ

ความสำเร็จของนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจเหล่านี้เกี่ยวโยงถึงนโยบายปฏิรูปที่ดิน ซึ่งในทางหนึ่งนั้นเป็นการทำลายรากฐานทางการเมืองของขุนนางเจ้าที่ดิน โดยรัฐจะจัดการแบ่งที่ดินให้ชาวนายากจนในชนบทให้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองโดยไม่ต้องเป็นหนี้ต่อเจ้าที่ดิน รวมถึงจัดสรรที่ดินให้ผู้ประกอบการและผู้ลงทุนเพื่อให้เป็นทรัพยากรตั้งต้นในการตั้งบรรษัท

นโยบายปฏิรูปที่ดินเหล่านี้สามารถลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ในเขตชนบทได้อย่างมีนัยสำคัญ และยังทำให้ภาคแรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 8 ต่อปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970-1989 (Haggard, Cooper and Collins 1994)

ในช่วงเริ่มต้นของเกาหลีใต้ที่ประชาธิปไตยยังขลุกขลักอยู่นั้นมีรูปแบบคล้ายกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกประเทศอื่น คือ ประชาชนมีสิทธิในพื้นที่และโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

แต่สิทธิทางการเมืองถูกทำให้เป็นเรื่องรองลงไปและถูกจำกัด (Campos and Root 1996) รัฐบาลอำนาจนิยมและแนวร่วมเองก็ตระหนักดีว่า การขาดการสนับสนุนจากกลุ่มผลประโยชน์และพันธมิตรภายในประเทศจะนำพาความเสี่ยงที่ทำให้ระบอบอำนาจนิยมที่รัฐบาลต้องการรักษาไว้พังพินาศ

เศรษฐกิจ ยุคพัก จ็อง-ฮี
https://waymagazine.org/innovation-democracy-korea/

รัฐบาลพักสามารถรวมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศและภาคเอกชนในลักษณะที่มีความรู้สึกถึงชาตินิยมที่ช่วยให้รัฐบาลผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจ นโยบายเหล่านี้ ได้รับการจัดตั้งขึ้นในหลายวิธี รวมทั้งเงินทุนหรือค้ำประกันสินเชื่อโดยรัฐบาล นโยบายซึ่งถูกนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

การดำเนินการตามนโยบายที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมภาครัฐ ให้การสนับสนุนการขยายตัวในเชิงพาณิชย์ กับ กลุ่ม บริษัท Chaebol ในเกาหลีใต้ มักถูกเรียกว่ากลุ่มธุรกิจครอบครัว หรือการควบคุมผู้ผูกขาด ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และอุตสาหกรรม พวกเขาสามารถนำมาเปรียบเทียบกับกลุ่ม บริษัท ของสหรัฐอเมริกาและ Zaibatsu ของญี่ปุ่น

บางครั้งตัวทหารเกาหลีเองถือว่าเป็น chaebol ในอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ พัก สนับสนุนการเพิ่มขึ้นของกลุ่ม chaebol อำนวยความสะดวกในการปรับปรุงกลุ่มเหล่านี้ เพื่อประโยชน์ของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในภาพรวม ภายในการดำเนินงานของกลุ่ม chaebol ที่มีหลายสาขา และดำเนินการควบคุมทุกธุรกิจของกลุ่ม chaebol กลุ่มธุรกิจ

ที่เริ่มต้นจากกลุ่มธุรกิจครอบครัว และร้อยละ 70 ของกลุ่ม chaebol มีการจัดการสมาชิกในครอบครัวเพื่อให้สมดุลทางอำนาจ และกลุ่มเหล่านี้จะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นในรูปแบบของพันธมิตร… chaebol จำนวนมาก มักผ่านการแต่งงานรวมกลุ่มกัน ตัวอย่าง ซัมซุง และ ฮุนได ความผูกพันทางการเมือง

หลายคนถูกสร้างขึ้นภายใน กลุ่ม chaebols หนึ่งในสามของ กลุ่ม chaebol ครอบครองสำนักงานระดับสูงในสามสาขาของรัฐบาล ด้วยความช่วยเหลือจากภาครัฐ.. สมาคม chaebols ยังคงมีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจเกาหลี แม้ในปัจจุบัน แต่พวกเขายังถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ยับยั้ง กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก หรือ ผู้ประกอบการที่เป็นอิสระ

ประธานาธิบดี คิม ยอง แซม ผู้นำรัฐบาลเกาหลี ในช่วง ปี.1993-1998 มีความพยายามที่จะช่วยให้กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก โดยการให้เงินกู้ยืมเงินมากขึ้น แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อกลุ่ม chaebols สำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของพวกเขา (ส่วนใหญ่ ของกลุ่ม Chaebols ไม่ได้ถูกดำเนินคดีทางอาญา ด้วยการดำเนินคดีภายใต้กฎหมายในยุคของ พัก แต่ พัก บังคับให้มุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อสร้างเศรษฐกิจเกาหลียุคใหม่..

Lee Byung Chul ประธานบริษัท ซัมซุง บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศเกาหลี มุ่งมั่นที่จะให้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเขา กับรัฐบาลเกาหลี และ 8 นักธุรกิจที่ร่ำรวยอื่นๆ จะให้ทรัพย์สมบัติตามความเหมาะสม อะไรคือสิ่งที่จำเป็นที่สุดของธุรกิจในเกาหลี ผู้นำคือการสร้างงานที่ประสบความสำเร็จในยุคใหม่ ที่ถูกเลือกโดยรัฐบาล พวกเขาได้รับภาระผูกพัน ที่จะให้หุ้นในบริษัทเหล่านี้กับรัฐบาล “ประหนึ่งว่าความมั่งคั่งของบริษัทเพื่อประชาชนคนเกาหลี”

สิ่งที่ พัก ประสบความสำเร็จในการทำคือ ขู่ผู้ประกอบการที่ร่ำรวยและแสดงให้เห็นว่า ถ้าพวกเขาเล่นโดยกฎระเบียบใหม่ พวกเขาสามารถทำดีภายใต้ ระบอบการปกครองใหม่ บริษัท ของเขาจะกลายเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุด) กลยุทธ์ของ พัก สำหรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ของเกาหลีใต้ ยังขยายไปสู่การทำ อุตสาหกรรมหนัก และ อุตสาหกรรมเคมี (HCI)

นี่คือการเปลี่ยนแปลงไปจากจุดเริ่มต้น (1961) ในช่วงต้นปี 1970 ได้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก และอุตสาหกรรมเคมี ที่เกี่ยวข้อง จากภาครัฐมากขึ้น การวางแนวทางทดแทนการนำเข้าของเศรษฐกิจ “แผน HCI” ใช้การสร้างรัฐธรรมนูญใหม่รัฐธรรมนูญ Yushin ที่เพิ่มอำนาจของรัฐบาลมากขึ้น และระงับความขัดแย้งทางการเมือง

กลุ่มตระกูลฮุนได ที่เดิมบริหารโรงงานทอผ้าขนาดกลาง ได้เข้ามารับงานอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งเป็นนโยบายหลักของเกาหลี ที่ต้องการเปลี่ยนจากประเทศเกษตรกรรมยากจน ต้องพึ่งพาสินค้านำเข้า มาเป็นผู้ผลิตใช้เองและส่งออก อุตสาหกรรมหนัก เช่น โรงงานผลิตรถยนต์ อู่ต่อเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ผลิตเครื่องยนต์ อุตสาหกรรมอีเล็กโทรนิค ทั้งนี้โดยมีต้นแบบ จากกลุ่มบริษัทใหญ่ๆ ของญี่ปุ่น (Zaibatsu)

ในการพัฒนาประเทศเป็นตัวขับเคลื่อน เกาหลีใต้ยุคใหม่ ประธานาธิบดี พัก ช็อง-ฮี มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ โดยเขาขยับโฟกัสไปที่การพัฒนาอุตสาหกรรมและเน้นการส่งออก ซึ่งเป็นรูปแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจของญี่ปุ่น อันเนื่องมาจากความใกล้ชิดกับแมนจูเรีย (ในยุคสมัยในการปกครองของญี่ปุ่น)

ความสามารถของผู้นำ เห็นได้จากการพัฒนาที่โดดเด่น ของอุตสาหกรรม และการเพิ่มขึ้นของคุณภาพชีวิต มาตรฐานการครองชีพ ของประชาชนเกาหลีใต้โดยเฉลี่ย นอกจากนี้ พัก ยังได้ทำการปฏิรูปการเกษตร เป็นความคิดริเริ่มที่ประสบความสำเร็จ

เศรษฐกิจ ยุคพัก จ็อง-ฮี ปฏิรูปเศรษฐกิจชนบทของเกาหลีใต้

ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1970 พัก ปฏิรูปเศรษฐกิจชนบทของเกาหลีใต้ ด้วยแผนงาน ที่เรียกกันว่าการเคลื่อนไหวของ ชุมชน-หมู่บ้านใหม่ หรือ “Saemaeul Undong” มันได้กลายเป็นแบบจำลองสำหรับการพัฒนาประเทศอื่นๆ… ป.ล. ระหว่างการดำรงตำแหน่งของ พัก ช็อง-ฮี รายได้เฉลี่ยต่อหัวของชาวเกาหลี เพิ่มสูงขึ้นถึง ยี่สิบเท่า

และเกาหลีใต้ในชนบทได้รับการพัฒนา แม้แต่ “ประธานาธิบดี คิม แด จุง” ซึ่งเป็นหนึ่งในฝ่ายตรงข้าม เปิดเผยว่า ในช่วงการปกครองของ พัก สมควรได้รับการยกย่อง สำหรับบทบาทของเขาในการสร้างเกาหลีใต้ยุคใหม่.

เศรษฐกิจ ยุคพัก จ็อง-ฮี
https://waymagazine.org/innovation-democracy-korea/

นโยบายด้านเศรษฐกิจความเป็นอิสรภาพของเกาหลี จากประเทศญี่ปุ่นในปี 1945 ชาวเกาหลีควรจะมีความสุข แต่เพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้นเกาหลี กลายเป็นจุดโฟกัสของการแข่งขันระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองของมหาอำนาจสองขั้วที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม ในช่วง 1946-1948 สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต

มีความพยายาม ในการสร้างรัฐบาล ในประเทศเกาหลีที่เข้ากับฝ่ายตน ประธานาธิบดี อี ซึงมัน (ประธานาธิบดี เกาหลีใต้คนแรก) ได้รับการสนับสนุน โดยสหรัฐอเมริกา ในปี 1946-1947 และ คิม อิลซุง ผู้นำในระบอบคอมมิวนิสต์ของประเทศเกาหลีเหนือ สนับสนุนโดยสหภาพโซเวียต

ในปี ค.ศ. 1947 คิม อิลซุง ทำงานร่วมกับกองทัพโซเวียต ในการสร้างพรรคคอมมิวนิสต์ที่แข็งแกร่งที่เรียกว่าอย่างเป็นทางการว่า “พรรคแรงงานเกาหลี” ทำให้เกาหลีถูกแยกเป็นสองประเทศ มาจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลเกาหลีใต้ถูกสร้างขึ้นมาในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งครั้งแรกในปี 1948

ซึ่ง อี ซึงมัน ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนแรก อี ซึงมัน แม้ว่าจะเกิดในประเทศเกาหลี แต่ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของเขา บนแผ่นดินสหรัฐฯ เขามีความนิยม ใน จอร์จ วอชิงตัน จบจากมหาวิทยาลัย ฮาวาร์ด และ มหาวิทยาลัย พรินซ์ตัน จากปี 1919 จนถึงปี 1941 และต่อต้านญี่ปุ่น

รัฐบาลเกาหลีใต้ ได้รับการสนับสนุนทางทหารโดยกองกำลังสหรัฐฯ และ กองกำลังสหประชาชาติภายใต้ นายพล ดักลาส แมคอาเธอ สหรัฐอเมริกา จากการแยกออกจากกันของสองชาติเกาหลี เป็นสาเหตุที่ตามมาด้วยสงครามเกาหลีอีกหลายครั้ง ภายใต้สถานการณ์สงคราม ในปี 1956

เศรษฐกิจเกาหลีใต้ ส่วนใหญ่ยังคงย่ำแย่และอยู่ในซากปรักหักพังของสงคราม แต่ อี ซึงมัน กลับผลักดันให้บุกเกาหลีเหนือ (เกาหลีใต้ในเวลานั้นยังคงเป็นประเทศที่ยากจนและด้อยพัฒนา มานานกว่าทศวรรษ) ความช่วยเหลือที่สหรัฐ ส่งมอบให้กับเกาหลีใต้ เพื่อรักษากองกำลังทหารของตนและความช่วยเหลือสำหรับประชากรเกาหลีใต้โดยเฉพาะ

ความช่วยเหลือกลับไปไม่ถึงประชาชน เหตุผลหนึ่งคือ มีการทุจริตคอรัปชั่นอย่างกว้างขวางเกิดขึ้น จำนวนเงินช่วยเหลือที่สำคัญ ถูกจัดสรรสำหรับ การใช้งานส่วนตัวของนักการเมือง และกลุ่มนายทุน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่านั่นคือความล้มเหลว กลุ่มบริษัทชั้นนำ chaebol ในความเป็นจริงที่ว่าความมั่งคั่งของพวกเขาได้มาอย่างผิดกฎหมาย

ผู้ประกอบการที่ร่ำรวยมีส่วนได้ส่วนเสียใน นโยบายที่ล้มเหลวของ อี ซึงมัน ที่สำคัญในสมัยปกครองของ อี ซึงมัน เป็น ประธานาธิบดี ได้มีการรวมอำนาจไว้อย่างเด็ดขาด หากผู้ใดหรือฝ่ายตรงข้ามขัดขวาง หรือมีความเห็นที่ไม่ตรงกับรัฐบาล ก็จะถูกตำรวจจับกุม รวมทั้งได้สร้างความชอบธรรมในการกระทำ ของฝ่ายตนด้วยการบีบบังคับให้รัฐสภาปฏิบัติตามความต้องการ (เผด็จการรัฐสภา)

จึงทำให้การปกครองใน ยุคสมัย ของ อี ซึงมัน ถูกเรียกว่า “รัฐตำรวจ” แม้ว่า อี ซึงมัน จะชนะการเลือกตั้งอีกครั้งในปี 1960 แต่มีการทุจริตการเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเกาหลีส่วนใหญ่ เชื่อว่าบริวารของ อี ซึงมัน ซึ่งมีทั้วนักการเมือง และนายทุนผู้ประกอบการ ได้รับผลประโยชน์ที่แอบแฝง

จนทำให้เกิดการจลาจล โดยนักศึกษา ในเดือนเมษายน 1960 และในระหว่างการปราบปรามการจลาจลของตำรวจ ทำให้นักศึกษา 142 คน ต้องเสียชีวิต เป็นสาเหตุให้เกิดการเรียกร้องให้ อี ซึงมัน ลาออกจากตำแหน่ง “รัฐบาลสหรัฐ มีขั้นตอนที่ผิดปกติของการออกคำสั่งให้รัฐบาล มีการยอมรับ ความคับข้องใจของประชาชนถูกต้องตามกฎหมาย”

จากการที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา อี ซึงมัน เลือกที่จะก้าวลงจากตำแหน่ง เกาหลีใต้ ในการเผชิญกับความไม่แน่นอนของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม ที่ย่ำแย่ พัก ช็อง-ฮี ตัดสินใจยึดอำนาจ ในปี 1961 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สิ้นสุดการปกครองระบอบประชาธิปไตยในเกาหลีใต้ในช่วงระยะเวลา ที่ปาร์ บริหารประเทศ แม้ว่าสหรัฐอเมริกา ยังคงวางแผนงานกับนโยบายส่วนใหญ่ให้กับระบอบประชาธิปไตย ซึ่งได้กดดัน รัฐบาล ของ พัก อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น

จากระยะเวลาที่ พัก เป็นผู้นำ ภายใต้การปกครองของทหารเผด็จการ จากการดำเนินงานที่รัฐบาลมีส่วนร่วมใน แผนส่วนกลางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้ก่อให้เกิด “ความมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจ” กับเกาหลีใต้ แน่นอนเมื่อ พัก เข้าควบคุมเกาหลีครั้งแรก ประธานาธิบดี John f kennedy แห่งสหรัฐอเมริกา เกิดความกังวลว่าเขาอาจจะเป็น “บิดาแห่งคอมมิวนิสต์.”

วันที่ในข่าวนี้ 1 มกราคม 1970 วันที่ประมาณการ