Skip to content
Home » News » เศรษฐีอันดับที่ 11 ของไทย

เศรษฐีอันดับที่ 11 ของไทย

เศรษฐีอันดับที่ 11 ของไทย เจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภาได้ทุ่มเงินร่วม 3,500 ล้านบาท ซื้อเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว Gulf Stream รุ่น G 650 มาครอบครอง

เศรษฐีอันดับที่ 11 ของไทย วิชัย ศรีวัฒนประภา หรือเจ้าสัววิชัย แห่งคิง เพาเวอร์ มหาเศรษฐีแสนล้าน หนึ่งในมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย เสียชีวิตในเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกที่เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่แฟนฟุตบอลทั่วโลกมีความรู้สึกสูญเสียร่วมกัน

เส้นทางการสร้างธุรกิจและความสำเร็จทางธุรกิจของเจ้าสัวในเมืองไทยนั้นเป็นเรื่องยาว ถ้าจะกล่าวถึงในเรื่องนี้คงไม่พอ เราจึงตัดตอนนำเสนออีกเรื่องราวช่วงชีวิตหนึ่งของเจ้าสัว ช่วงที่ขยับจากความเป็น “มหาเศรษฐีชาวไทย” สู่อีกฐานะหนึ่งคือการเป็น “เจ้าของทีมฟุตบอลดัง” ในพรีเมียร์ลีก และเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ลีกฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่และโด่งดังที่สุดในโลก ซึ่งทุกครั้งที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อ เจ้าสัววิชัยได้พาคำว่า “Thailand” และ “Thai businessman” ไปสู่สายตาชาวโลกด้วยทุกครั้ง

เส้นทางสู่การเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษของเจ้าสัววิชัย เริ่มต้นอย่างไร…

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ลูกชายของเจ้าสัววิชัย ผู้นั่งตำแหน่งรองประธานบริหารสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ เล่าไว้ในหนังสือ THE FAIRY TALE OF UNDERFOX ของสำนักพิมพ์ a book ว่า เขาได้ยินพ่อพูดเรื่องซื้อทีมฟุตบอลครั้งแรกเมื่อปี 2005 เรื่องมีอยู่ว่า เจ้าสัวกับลูกชายเข้าไปชมฟุตบอลที่สนามเหย้าของทีมเชลซี ทั้งในฐานะสปอนเซอร์และลูกค้าที่ซื้อบอกซ์ วี.ไอ.พี.ไว้ แต่เกิดเหตุทะเลาะกับการ์ดสนาม เจ้าสัววิชัยจึงไม่พอใจและตัดขาดการเป็นสปอนเซอร์เชลซี

เศรษฐีอันดับที่ 11  ของไทย
FILE PHOTO: Football Soccer – Leicester City Training – Vicente Calderon Stadium, Madrid, Spain – April 11, 2017 Leicester City chairman Vichai Srivaddhanaprabha and vice chairman Aiyawatt Srivaddhanaprabha during training Action Images via Reuters/Carl Recine/File Photo

“วันหนึ่งซื้อทีมแล้วสู้กับเชลซีให้ได้แล้วกัน” เจ้าสัวพูด ซึ่งต๊อบ อัยยวัฒน์เองก็คิดว่า คุณพ่อคงพูดไปงั้น ๆ ด้วยความอารมณ์เสีย

จนกระทั่งปี 2007 เจ้าสัววิชัยพยายามจะซื้อทีมฟุตบอลจริง ๆ ทีมแรกที่เป็นเป้าหมายคือ เรดดิ้ง แต่ด้วยความที่คุยกับเจ้าของทีมเรดดิ้งแล้วเจอคำขู่ว่า “ถ้ายูไม่เคยอยู่ในวงการนี้ ยูอย่าเข้ามาเลย เสียเวลา” เจ้าสัววิชัยจึงไม่ซื้อทีมนั้น

แล้ววันหนึ่งเหมือนพรหมลิขิต มีชาวไทยที่รู้จักเจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ติดต่อมาว่า เลสเตอร์อยากขอสปอนเซอร์หน้าอกเสื้อจากคิง เพาเวอร์ ในราคา 300,000 ปอนด์ นั่นเอง เป็นจุดที่ทำให้เจ้าสัวถามลูกชายว่า “เลสเตอร์เป็นไง”

ตอนนั้นเลสเตอร์อยู่ใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ลีกอันดับ 2 ของอังกฤษ รองจากพรีเมียร์ลีก ฝั่งลูกชายจึงไม่ได้สนใจ แต่เจ้าสัวกลับสนใจ

พอไปเจอกับเจ้าของทีมที่สนามแข่ง เจ้าสัววิชัยจึงถามว่า “ยูขายทีมไหม” เจ้าของทีมได้ฟังเป้าหมายของพ่อลูกชาวไทยคู่นี้ที่อยากพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นพรีเมียร์ลีก และจะทำการตลาดในเอเชีย จึงตอบตกลงขายในทันที

เงินงวดแรกที่ต้องจ่ายคือ 40 ล้านปอนด์ และต้องจ่ายงวดที่สองให้ครบตามดีลประมาณ 100 ล้านปอนด์ แต่ไม่ใช่เพียงเงินค่าซื้อสโมสรเท่านั้นที่ต้องจ่าย เลสเตอร์ยังมีภาระค่าใช้จ่ายประจำ และหนี้อยู่อีกจำนวนหนึ่งที่มหาเศรษฐีชาวไทยต้องจัดการ

“จริง ๆ คุณพ่อเป็นคนมีวิสัยทัศน์ประหลาด มองไกลจนผมตามไม่ทัน เวลาท่านพูดอะไรจะทำให้ได้ เอาให้ได้ วันที่ซื้อท่านบอกว่า จะพลาดหรือไม่พลาดไม่มีใครรู้แล้ว แต่ต้องทำให้สำเร็จ”

หลังจากเข้าซื้อทีม สิ่งที่เจ้าของทีมชาวไทยต้องเจอ คือ การต่อต้านจากแฟนบอล เช่นกันกับที่ “เจ้าของคนใหม่” หลาย ๆ คนเคยเจอ เนื่องจากคนอังกฤษรักฟุตบอลมากเป็นชีวิตจิตใจ และมีความผูกพันระหว่างคนในท้องถิ่นกับสโมสรฟุตบอลสูงมาก ก่อนที่ฟุตบอลจะเป็นธุรกิจอย่างทุกวันนี้ ทุกทีมล้วนเกิดมาจากการเป็นทีมของชุมชน แฟนบอลส่วนใหญ่สนับสนุนทีมฟุตบอลใกล้บ้านมาหลายชั่วอายุคน จากรุ่นปู่ รุ่นลูก รุ่นหลาน และคงจะตกทอดสู่รุ่นต่อ ๆ ไป เหมือนเป็นมรดกร่วมของท้องถิ่น พวกเขารู้สึกเหมือนเป็นหุ้นส่วนสโมสร พอมีนายทุนใหม่เข้ามา จึงเกิดความระแวงว่าจะทำให้สโมสรเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง หรือจะมาหาประโยชน์จากสโมสรเพียงฝ่ายเดียว ความคลางแคลงใจและการต่อต้านจะคงอยู่จนกว่าเจ้าของคนใหม่จะพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่า คุณได้ทำเพื่อทีมแค่ไหน

คำถามของแฟนบอลก็ไม่ต่างจากคำถามของสื่อมวลชนที่ถามในการแถลงข่าวครั้งแรกว่า “คุณจะเข้ามาโกยเงินจากสโมสรใช่มั้ย”

วิธีการแก้ปัญหาก็คือ ผู้บริหารนัดคุยกับตัวแทนแฟนบอลเดือนละ 2 ครั้ง ให้แฟนบอลคอมเมนต์และเสนอความเห็นว่า ต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร หนึ่งในสิ่งสำคัญที่แฟนบอลขอ คือ “อย่าเปลี่ยนสีเสื้อ” ซึ่งก็เป็นความเหมาะเจาะกันพอดีที่สีเสื้อของเลสเตอร์ คือ สีน้ำเงิน เฉดเดียวกันกับสีของคิง เพาเวอร์ จึงไม่ได้คิดจะเปลี่ยน

เรียกเสียงฮือฮาไม่ใช่น้อย หลังจากที่ช่วงปี 2557 ได้มีข่าวว่า เจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 11 ของไทยในปีนั้น ได้ทุ่มเงินร่วม 3,500 ล้านบาท ซื้อเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว Gulf Stream รุ่น G 650 มาครอบครอง แถมยังนำไปดัดแปลงลดที่นั่ง จาก 12 ที่นั่ง ให้เหลือเพียง 9 ที่นั่งอีกด้วย 

https://hilight.kapook.com/view/136285