Skip to content
Home » News » เสริม พ้นคุก คดีฆ่าหั่นศพแฟนสาว

เสริม พ้นคุก คดีฆ่าหั่นศพแฟนสาว

เสริม พ้นคุก
https://mgronline.com/crime/detail/9560000130844

เสริม พ้นคุก “เสริม สาครราษฎร์” ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพแฟนสาวนักศึกษาแพทย์ออกจากคุกแล้ว เจ้าตัวไม่ต้องการเป็นข่าว หรือถูกจับจ้องจากสังคมอีก ขอออกไปอยู่อย่างเงียบๆ และฝึกสมาธิ หวั่นกระทบความรู้สึกญาติเหยื่อ 

วันนี้ (17 ธ.ค.2554) นายวิษณุ ประจงกิจ ผบ.เรือนจำกลางบางขวาง เปิดเผยว่า นายเสริม สาครราษฎร์ ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพแฟนสาว ได้ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางบางขวางไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดย นายเสริม ไม่ต้องการตกเป็นข่าว หรือถูกจับจ้องจากสังคมอีก

ซึ่งถือเป็นสิทธิของตัวเอง อีกทั้งไม่รู้ว่าขณะนี้ญาติของเหยื่อจะรู้สึกอย่างไร จึงต้องการลดความรู้สึก โดยก่อนหน้านี้ ระบุว่า คงจะออกไปอยู่เงียบๆ และไปฝึกทำสมาธิ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายเสริม เป็นอดีตนักศึกษาแพทย์ ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตในคดีฆ่าหั่นศพแฟนสาว น.ส.เจนจิรา พลอยองุ่นศรี นักศึกษาแพทย์เช่นกัน สาเหตุเนื่องจากหึงหวง แต่ต่อมาถูกจับกุมได้ และศาลตัดสินให้ประหาร

โดยช่วงที่ถูกคุมขัง นายเสริม ถือเป็นนักโทษชั้นดี จนได้รับการอภัยโทษถึง 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2547 และล่าสุด ปี 2554 ได้รับพระราชทานอภัยโทษอีก 1 ใน 3 เหลือโทษ 8 ปี แต่จำคุกมาจะครบ 8 ปี ในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ กระทั่งได้รับอิสรภาพในวัย 35 ปี

เสริม พ้นคุก เลขาธิการเนติบัณฑิต เผย “เสริม สาครราษฎร์” ผู้ต้องขังคดีฆ่าแฟนสาวอดีต นร.แพทย์ ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ไม่สามารถสมัครเนติบัณฑิตได้ ด้านสภาทนายความ ระบุ พ้นคุกไม่ถึง 5 ปี สมัครเป็นทนายความไม่ได้

วันนี้ (18 ต.ค.) นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะ เลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา เปิดเผยกรณีที่ นายเสริม สาครราษฎร์ อดีตผู้ต้องขังเด็ดขาด โทษประหารชีวิต แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ในคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.เจนจิรา พลอยองุ่นศรี แฟนสาว นักเรียนแพทย์วชิรพยาบาล เมื่อปี 2544

ไม่ผ่านข้อบังคับการสมัครเป็นสมาชิกวิสามัญเนติบัณฑิต ว่า ตามข้อบังคับของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ.2507 ได้กำหนดให้ผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกวิสามัญ จะต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาจำคุกบทหนักสุดให้ประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หากเป็นข้าราชการก็ต้องไม่เคยถูกตั้งกรรมการสอบวินัย

ซึ่งคณะกรรมการของเนติบัณฑิตยสภา ได้พิจารณาถึงความเหมาะสม และความร้ายแรงของคดีของ นายเสริม สาครราษฎร์ แล้ว จึงมีมติไม่รับเข้าเป็นสมาชิกวิสามัญ อย่างไรก็ตาม หากบุคคลใดถูกลงโทษแบบลหุโทษ หรือโทษสถานเบา หรือโทษปรับ เล็กๆ น้อยๆ ก็จะได้รับการยกเว้น

ด้าน นายนิวัติ แก้วล้วน เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวถึงกรณีที่ นายเสริม สมัครสอบขอรับใบอนุญาตว่าความของสภาทนายความ ว่า สำหรับขั้นตอนในการสมัครสอบขอรับใบอนุญาตว่าความนั้น จะต้องผ่านการสอบภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ สอบปากเปล่า และอบรมจริยธรรมอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

ถึงจะครบหลักสูตร และได้ใบประกาศนียบัตร รวมทั้งจะต้องเป็นสมาชิกวิสามัญเนติบัณฑิตด้วย แต่ตามข้อบังคับของสภาทนายความ บุคคลที่ต้องโทษและคดีมีคำพิพากษาจำคุกถึงที่สุด หากมาสมัครเป็นทนายความนั้น จะต้องได้รับการพ้นโทษมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี พร้อมทั้งจะต้องดูรายละเอียดในคดีว่าเป็นคดีที่ร้ายแรงหรือไม่

และทำให้อาชีพทนายความเกิดความเสื่อมเสียหรือไม่ ซึ่งในส่วนของ นายเสริม ตนยังไม่พบว่ามีรายชื่อขอใบอนุญาตว่าความของสภาทนายความแต่อย่างใด 

ทั้งนี้จากการพิจารณาจากคุณสมบัติของนายเสริม เบื้องต้นนั้นทราบว่า ยังพ้นโทษไม่ครบ 5 ปี ซึ่งตามระเบียบผู้ที่สมัครเป็นทนายนั้น จะต้องไม่เคยถูกศาลพิพากษาจำคุกให้คดีถึงที่สุด ยกเว้นในคดีลหุโทษ หรือคดีกระทำโดยประมาท

แต่หากต้องโทษในคดีอุกฉกรรจ์ เช่น จ้างวานฆ่า หรือฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หรือถูกให้ออกจากราชการเนื่องจากทุจริตต่อหน้าที่นั้น จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าพฤติการณ์ในคดีเป็นอย่างไร

เพื่อพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้สำหรับกรณีของนายเสริม ทางสภาทนายความก็ไม่ได้ปิดกั้นโอกาส ซึ่งนายเสริมสามารถไปสอบขอรับใบประกาศนียบัตรได้ แต่ตนไม่ทราบว่านายเสริมผ่านขั้นตอนการอบรมแล้วหรือไม่