Skip to content
Home » News » เสี่ยชูวงษ์ สู่คดีบรรยิน เอี่ยวอุ้มฆ่า

เสี่ยชูวงษ์ สู่คดีบรรยิน เอี่ยวอุ้มฆ่า

เสี่ยชูวงษ์ สู่คดีบรรยิน เอี่ยวอุ้มฆ่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 17.30 น. ได้มีคนร้ายประมาณ 3-4 คน ร่วมกันลักพาตัวพี่ชายผู้พิพากษา ที่บริเวณหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้

จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้โทรศัพท์ติดต่อมายังผู้พิพากษาข่มขู่ขอให้ยกฟ้องในคดีโอ้นหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ผู้พิพากษาจึงรีบเข้าแจ้งความต่อตำรวจพร้อมกับมอบคลิปเสียงสนทนาไว้เป็นหลักฐาน

เสี่ยชูวงษ์ สู่คดีบรรยิน เอี่ยวอุ้มฆ่า กลุ่มคนร้ายจึงบีบบังคับพี่ชายของผู้พิพากษาเพื่อขอให้ช่วยเหลือคดี แต่ว่าไม่สามารถทำได้ จึงลงมือฆาตกรรมอำพรางและนำศพไปทิ้งที่แม่น้ำเจ้าพระยา

โดยคดีโอ้นหุ้นนายชูวงษ์ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้สืบพยานโจทก์-จำเลย ทั้ง 2 ฝ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว และนัดฟังคำพิพากษา วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 09.00 น.

หากไล่เรียงจุดเริ่มต้นของคดีโอ้นหุ้นของเสี่ยชูวงษ์ พบว่า เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2558 พ.ต.ท.บรรยิน พร้อมด้วย เสี่ยชูวงษ์ ได้ออกรอบตีกอล์ฟที่สนามเลควูดด้วยกัน

จากนั้นทั้งสองคนได้ขับรถยนต์เลกซัส สีดำ หมายเลขทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร โดยพ.ต.ท.บรรยิน เป็นคนขับ เมื่อถึงฝั่งตรงข้ามซอย 61 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เขตประเวศ รถเกิดอุบัติเหตุชนกับต้นไม้ข้างทางทำให้เสี่ยชูวงษ์เสียชีวิตทันที

ครอบครัวและญาติๆเสี่ยชูวงษ์ ได้มารับศพเพื่อไปทำพิธีทางศาสนาโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ  ต่อมาทนายความ ภรรยา และบุตรชายของนายชูวงษ์ พบพิรุจและความผิดปกติหลายอย่าง เช่น พบหนังสือแจ้งรายงานการซื้อขายหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ AECS ถูกวางไว้ในห้องทำงาน รวมถึงพบรายงานการขายหุ้นจำนวนมากไปให้บุคคลอื่น

เมื่อตรวจสอบเอกสารการโอนหุ้นของผู้ตายพบว่า นายชูวงษ์ ได้โอนเข้าไปไว้ในบัญชีหุ้นของ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้สาว จำนวน 9.5 ล้านหุ้น มูลค่ากว่า 228 ล้านบาท และ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุ 25 ปี โบรกเกอร์บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งมูลค่าเกือบ 40 ล้าน ซึ่งทั้ง 2 คนมีความสนิทกันกับ พ.ต.ท.บรรยิน

หลักฐานที่พบจึงทำให้ครอบครัวปักใจเชื่อว่านายชูวงษ์ ถูกฆาตกรรมอำพราง จึงพร้อมทนายความ เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. (ขณะนั้น) โดยตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็น เช่น เรื่องรถออกมาจากสนามกอล์ฟเวลาประมาณ 19.00 น. เมื่อคำนวณระยะทาง จากสนามกอล์ฟถึงที่เกิดเหตุประมาณ 30 กิโลเมตร รถยนต์คันเกิดเหตุน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่ปรากฏว่ามีการแจ้งให้ครอบครัวของผู้ตายทราบเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.

ประเด็นต่อมาที่มีการตั้งข้อสังเกตุ คือ รถยนต์บุบไม่มาก กระจกไม่แตก ที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการเบรกก่อนชนต้นไม้

คดีนี้ถูกส่งมาให้ตำรวจกองปราบปราม เข้าไปคลี่คลาย โดยเริ่มต้นด้ววยการ ตรวจสอบการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ กว่า 300 ล้านบาทว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง จนพบว่าเรื่องนี้มี พ.ต.ท.บรรยิน เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยการปลอมลายเซ็นของนายชูวงษ์ โอนหุ้นจำนวนดังกล่าวไปให้ น.ส.กัญฐณา และ น.ส.อุรชา

นอกจากนี้ ยังพบว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ทำธุรกรรมโอนหุ้นนั้น ซึ่งไม่ใช่เบอร์ของนายชูวงษ์ แต่เป็นเบอร์ที่จดในนามบริษัทของคนใกล้ชิด พ.ต.ท.บรรยิน

เสี่ยชูวงษ์ สู่คดีบรรยิน เอี่ยวอุ้มฆ่า
https://www.pptvhd36.com/news/

ตำรวจกองปราบ จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.บรรยิน โดยศาลได้อนุมัติหมายจับ ที่ จ.560/2558 ลงวันที่ 24 ส.ค.2558 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือรับของโจร แต่ พ.ต.ท.บรรยินปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ส่วนคดีฆาตกรรมอำพราง ตำรวจกองปราบ ได้สืบสวนจนพบหลักฐานเชื่อว่ามีการใช้ของแข็งทุบตีนายชูวงษ์ จนเสียชีวิต ก่อนจะมาจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุ

จากนั้น ตำรวจกองปราบปราม ได้ขอหมายศาลจังหวัดพระโขนง เพื่อเข้าจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์

หลังจากศาลอนุมัติหมายจับ ในวันที่ 28 มิ.ย. 2559 ตำรวจกองปราบปราม จึงเข้าจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน ได้ที่ทาวน์ สแคว สวีท รีสอร์ตเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แต่ พ.ต.ท. บรรยิน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา ไม่ยอมให้การใดๆกับตำรวจจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

รายงานข่าวแจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่ มีหลักฐานเป็นคลิปกล้องวงจรปิดหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ ขณะเกิดเหตุพบว่า นายบรรยินพร้อมพวก 4 คน นำพี่ชายของผู้พิพากษาไปด้วยตนเอง โดยกล้องวงจรปิดบริหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้สามารถ จับภาพผู้เกี่ยวข้องทางคดีทั้งหมด 4 คน

ขณะที่คุมตัวพี่ชายผู้พิพากษา พ.ต.ท.บรรยิน ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อข่มขู่ให้ ผู้พิพากษายกฟ้องในคดีโอนหุ้น นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง รวม 300 ล้านบาท

ระหว่างทางยังได้ลงมือทำร้ายร่างกายพี่ชายผู้พิพากษาด้วยการต่อยเข้าที่ท้อง แต่เนื่องจากเหยื่อมีอายุมากได้สิ้นใจบนรถ ขณะขับผ่านถนนย่านบางบัวทอง จึงนำศพไปทำลายเพื่ออำพรางคดี

โดยเผาเสื้อผ้าและสิ่งของผู้ตายที่ เขาใบไม้ อ.ตาคลี ส่วนศพชำแหละแล้วยัดใส่ถุงพลาสติก ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ ต.บ้านกลางแดด อ.เมือง จ.นครสวรรค์

ด้านนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 17.30 น.ได้มีคนร้ายจากเท่าที่ปรากฎหลักฐาน 3-4 คนร่วมกันอุ้มลักพาตัวพี่ชายผู้พิพากษา ขึ้นรถที่จอดเตรียมมา ตรงบริเวณหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้

ภายหลังจากที่มีการลักพาตัว กลุ่มคนร้ายได้โทรศัพท์เข้ามาหาผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อข่มขู่คดีโดยขอให้ยกฟ้องในคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์

หลังจากนั้นผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ จึงเข้าเเจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการบันทึกเทปสนทนาการข่มขู่ดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน

ทางสำนักงานศาลยุติธรรม ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ประสานทางสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ (ตร.) เเละมีการตั้งทีมสืบสวนขึ้นในวันดังกล่าวโดยทันที และได้สืบสวนสอบสวนติดตามคดีเรื่อยมา เเต่ด้วยความห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของตัวประกัน เรื่องดังกล่าวจึงต้องอยู่ในชั้นความลับไม่สามารถที่จะเป็นข่าวได้