Skip to content
Home » News » เส้นทางการเงิน โชกุน

เส้นทางการเงิน โชกุน

เส้นทางการเงิน โชกุน
https://mgronline.com/crime/detail/9600000040935

เส้นทางการเงิน โชกุน พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เตรียมประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในเวลา 10.00 น.เพื่อติดตามเส้นทางการเงินเครือข่ายของ น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ โชกุน ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และอั้งยี่ ซ่องโจร

หลังพบว่ามีพฤติกรรมโพสข้อความเชิญชวนทางระบบอินเตอร์เน็ต เวลา 10 นาฬิกา พลตำรวจตรี ชวลิต แสวงพืชน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าคณะสืบสวนสอบสวน จะเรียกประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี รวมทั้งทาง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.จะนำรายละเอียดเส้นทางการเงินทั้งหมดของขบวนการนี้ มาส่งมอบให้ เพื่อที่จะนำมาสรุปว่ามีใครเชื่อมโยงอีกบ้าง ส่วนตัวเชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการที่เหลืออยู่    

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้นำตัว นางมณฑญาณ์ นิรันดร แม่ของซินแสโชกุน พร้อมพวกรวม 8 คน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในความผิดฐานร่วมฉ้อโกงประชาชน และช่องโจร ไปขออำนาจศาลอาญา ฝากขังผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูง จึงเกรงว่าจะหลบหนี ซึ่งปรากฎว่าผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีญาติมายื่นประกันตัว ศาลจึงอนุญาตฝากขังตามความเห็นพนักงานสอบสวน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวไปควบคุมต่อไป

ด้านนายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความของซินแสโชกุน ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน เปิดเผยภายหลังเข้าพบ น.ส.พสิษฐ์ ที่ถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิงกลาง ว่า เจ้าตัวยังไม่ขอยื่นประกันตัว ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อเท็จจริงและหลักประกันที่จะใช้ยื่นคำร้องขอประกัน แต่ยังไม่สามารถระบุช่วงเวลายื่นประกันได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่า น.ส.พสิษฐ์ ต้องการจะคืนเงินให้กับผู้เสียหายที่มีการจ่ายเงินแล้ว แต่ยังไม่ได้รับสินค้าอาหารเสริม

ความคืบหน้าการสอบปากคำตัวแทนสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค และสายการบินไทย ถึงคำกล่าวอ้างของกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน ที่หลอกขายทัวร์ญี่ปุ่นผ่านการสมัครสมาชิกจำหน่ายอาหารเสริม ทั้ง 2 สายการบิน ยืนยันว่าไม่มีการเช่าเหมาลำเครื่องบินตามที่กลุ่มผู้ต้องหากล่าวอ้าง ซึ่งความชัดเจนเรื่องการเช่าเหมาลำเครื่องบินทั้งหมด จะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่วิทยุการบิน

ส่วนการตรวจสอบ เส้นทางการเงิน โชกุน ของเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ซินแสโชกุน พบว่า กระแสการเงินทั้งหมดสิ้นสุดที่ซินแสโชกุน ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติมถึงการยักย้ายถ่ายเท หรือโอนทรัพย์สินให้บุคคลอื่นครอบครอง ส่วนการตรวจสอบบริษัททุนข้ามชาติที่ซินแสโชกุนกล่าวอ้างว่าเป็นนายทุนออกค่าใช้จ่ายทัวร์ญี่ปุ่นเพื่อเป็นการส่งเสริมการขายอาหารเสริมนั้น ตำรวจยังไม่พบข้อมูลบริษัทดังกล่าวเช่นกัน

ขณะที่ พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยถึงการอำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหายทั่วประเทศแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่เพื่อรวบรวมมาที่กองปราบปราม ว่า มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 500 คน

“ทอมโชกุน” อ่วม กองปราบฯ ฟันเพิ่มอีกกระทงพร้อมเครือข่าย ในข้อหา พ.ร.บ. ฟอกเงิน คาดสัปดาห์หน้ารู้ผล ผบก.ป. เผย ยอดผู้เสียหายทั่วประเทศ พุ่ง 430 กว่าคน ค่าเสียหายกว่า 16 ล้านบาท เตรียมส่งสำนวนให้อัยการฟ้อง 

วันที่ 23 เม.ย.2560 ที่ กองปราบปราม พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้าคดี น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน กรรมการบริหาร บริษัท เวลล์ เอฟเวอร์ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ว่า เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสรุปตัวเลขผู้เสียหายจากทั่วประเทศ เพื่อส่งให้อัยการพิจารณาสำนวนคดี ซึ่งในส่วนของกองบังคับการปราบปรามมีผู้เสียหายแจ้งความแล้วล่าสุด ประมาณ 430 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 16 ล้านบาท

ผบก.ป. กล่าวต่อว่า ในส่วนของการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่าย ทาง ปปง. เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกหลายราย และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและการพิจารณาของคณะพนักงานสอบสวนในการขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ อย่างไรก็ตาม ทางคณะพนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหาซินแสโชกุนและพวก เพิ่มเติมในฐานความผิด ตาม พ.ร.บ. ฟอกเงิน โดยสัปดาห์หน้าจะมีประชุมความคืบหน้าคดีดังกล่าวอีกครั้ง

สอบย้อนหลัง 10 ปี เส้นทางการเงิน โชกุน ส่อโดนเพิ่มอีก 2 ข้อหา

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดี น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน กรรมการบริหาร บริษัท เวลท์ เอฟเวอร์ ที่ร่วมกับพวกหลอกลวงประชาชนให้สมัครสมาชิกขายตรง โดยใช้ทัวร์ประเทศญี่ปุ่นจูงใจ ว่า สัปดาห์หน้าจะมีการออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เกี่ยวกับจำนวนทรัพย์สินที่ผู้ต้องหาได้ไปจากการกระทำผิด ว่ากระจายไปอยู่ที่ใดบ้าง โดยต้องตรวจสอบย้อนหลังไปยังคดีอื่นๆ ในช่วงระยะเวลา 5 – 10 ปีที่ผ่านมา ว่ามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ที่ใดบ้าง และคดีใดที่ยังไม่ไกล่เกลี่ยหรือคืนเงินให้ผู้เสียหาย

ส่วนความผิดที่พบ นอกจากความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซ่องโจร ร่วมกันกู้ยืมเงินเพื่อการฉ้อโกงประชาชน และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมแจ้งความดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และความผิดฐานฟอกเงิน เพิ่มอีกอย่างน้อย 2 ข้อหา

ขณะที่การแอบอ้างบุคคลมีชื่อเสียง พบว่าส่วนใหญ่ถูกหลอกใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเท่านั้น ยังไม่พบว่ามีใครที่มีส่วนร่วมกับขบวนการนี้

ทางด้าน พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม เปิดเผยตัวเลขผู้เสียหายจากทั่วประเทศที่เข้าแจ้งความไว้ที่กองบังคับการปราบปรามล่าสุด 430 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 16 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งให้อัยการพิจารณาสำนวนคดี