Skip to content
Home » News » เหตุการณ์การอับปางของเรือลูซิเทเนีย

เหตุการณ์การอับปางของเรือลูซิเทเนีย

เหตุการณ์การอับปางของเรือลูซิเทเนีย เป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1สงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) เมื่อเยอรมนีประกาศสงครามต่อรัสเซียต่อมา วันที่ 3 และ 4 สิงหาคม ค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) เยอรมนีก็ได้ประกาศสงครามต่อฝรั่งเศสและเบลเยี่ยม ทำให้สหราชอาณาจักรประกาศสงครามต่อเยอรมนี ส่วนจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีก็ได้ประกาศสงครามต่อรัสเซียถึงแม้ประเทศต่างๆ จะประกาศสงครามต่อกัน หากแต่ประธานาธิบดี “วู้ดโรว วิลสัน (Woodrow Wilson)” แห่งสหรัฐอเมริกา ก็ได้ประกาศว่าสหรัฐอเมริกาจะเป็นกลาง ซึ่งตรงกับความต้องการของประชาชนชาวอเมริกัน

เหตุการณ์การอับปางของเรือลูซิเทเนีย
https://www.trueplookpanya.com/blog/content/58746/-timhis-tim-

สายการเดินเรือคูนาร์ด (Cunard Line) ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญของไวต์สตาร์ไลน์ ได้ต่อเรือ อาร์เอ็มเอส ลูซิเทเนีย (RMS Lusitania) ต่อขึ้นในอู่ต่อเรือ John Brown เริ่มวางกระดูกในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 1904 โดยในปีเดียวกัน คูนาร์ดก็สร้าง อาร์เอ็มเอส มอริเตเนีย (RMS Mauretania) ที่ต่อขึ้นในอู่ต่อเรือ Tyneside หลังจากเสร็จสิ้นโครงการเรือลูซิเทเนียในปี ค.ศ. 1907 ได้กลายเป็นเรือโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลกแทนเรือ SS Kaiserin Auguste Victoria และหลังจากนั้นไม่นาน เรืออาร์เอ็มเอส มอริเตเนีย ก็ได้ตำแหน่งเรือโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลกแทน ทั้งคู่มีขนาดใหญ่กว่า 30000 ตัน แล่นด้วยความบริการ 24 นอต (44.45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เป็นเรือแฝดรุ่นใหม่ของคูนาร์ด

ในวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 1906 เรือลูซิเทเนียถูกปล่อยลงน้ำเป็นครั้งแรก และในวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 ได้มีการทดสอบเรือลูซิเทเนีย ในระหว่างการทดสอบเรือเบื้องต้น มีบันทึกอย่างเป็นทางการว่าความเร็วเรือที่สามารถทำได้ทำลายทุกสถิติความเร็วที่เคยมีมาในวงการเดินเรือขนส่ง แต่วิศวกรเรือและเจ้าหน้าที่พบว่าที่ความเร็วเรือสูงสุดเกิดการสั่นสะเทือนบริเวณท้ายเรืออย่างรุนแรง คูนาร์ดจึงนำเรือกลับเข้าอู่อีกครั้งเพื่อไปเพิ่มความแข็งแรงทางโครงสร้างบริเวณดังกล่าว และส่งต่อให้กับบริษัทเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1907

ออกเดินทางเที่ยวแรกจากเมืองเซาแทมป์ตัน สหราชอาณาจักร ไปยังนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1907 ชิงรางวัลบลูริบบันด์ทิศตะวันออกไปจากเอสเอส ไคเซอร์ วิลเฮล์มที่ 2 (SS Kaiser Wilhelm II) ของสายการเดินเรือนอร์ดดอยเชอร์ลอยด์ ต่อมามอริเตเนียได้รับรางวัลบลูริบบันด์แทนที่ลูซิเทเนียอย่างถาวรในเดือนกันยายนปีเดียวกัน มอริเตเนียกลายเป็นเรือขนส่งกองทหารและเรือพยาบาล ในขณะที่ลูซิเทเนียบริการเป็นเรือเดินสมุทร

เหตุการณ์การอับปางของเรือลูซิเทเนีย ถึงแม้สหรัฐอเมริกาจะประกาศตนเป็นกลาง หากแต่สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด สหราชอาณาจักรก็เป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของสหรัฐอเมริกา ดังนั้นเมื่อเยอรมนีทำการปิดล้อมเกาะรอบๆ สหราชอาณาจักร

จึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเยอรมนีมีความตึงเครียดนอกจากนั้น เรือสัญชาติอเมริกันหลายลำที่มุ่งไปสหราชอาณาจักร ก็ได้ถูกโจมตีและถูกจมโดยกับระเบิดของเยอรมนีทางด้านเรือ “ลูซิเทเนีย (Lusitania)” เรือสำคัญของบทความนี้ ได้ถูกสร้างขึ้นมาโดยจุดประสงค์ที่จะให้เป็นเรือเดินสมุทรที่เร็วที่สุดในโลก และในปีค.ศ.1907 (พ.ศ.2450) เรือลูซิเทเนียก็ได้เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้เร็วเป็นประวัติการณ์

การก่อสร้างลูซิเทเนีย ได้รับการสนับสนุนเงินทุนอย่างลับๆ จากกองทัพเรือสหราชอาณาจักร โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือหากสหราชอาณาจักรเข้าร่วมในสงคราม ลูซิเทเนียต้องช่วยเหลือกองทัพเรือในเดือนเมษายน ค.ศ.1915 (พ.ศ.2458) ลูซิเทเนียมีกำหนดการเดินทางออกจากนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กลับไปยังลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ

โดยได้มีการประกาศการเดินทางลงหนังสือพิมพ์ทางสถานทูตเยอรมันประจำกรุงวอชิงตันดีซี ก็ได้ออกมาเตือนประชาชนที่ต้องเดินทางเข้าไปในเขตสงครามทางเรือสัญชาติอังกฤษหรือสัมพันธมิตร ให้พร้อมรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากอาจจะถูกเรือดำน้ำเยอรมันโจมตีได้การออกมาเตือนของสถานทูตเยอรมันได้ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารอย่างชัดเจน เรือลูซิเทเนียมีความจุ 3,000 คน แต่เมื่อมีการเตือน จึงมีผู้โดยสารมาขึ้นเรือในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1915 (พ.ศ.2458) ไม่ถึง 2,000 คน

กองทัพเรืออังกฤษก็ได้ออกมาเตือนลูซิเทเนียให้หลีกเลี่ยงชายฝั่งทะเลไอริช หรืออ้อมไปในทางที่ปลอดภัยกว่า หากแต่กัปตันเรือก็ไม่ได้สนใจ ทำให้ในวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ.1915 (พ.ศ.2458) ลูซิเทเนียได้ถูกตอร์ปิโดของเรือดำน้ำเยอรมัน นอกชายฝั่งไอร์แลนด์ และจมลงในที่สุดในเวลานั้น ลูซิเทเนียได้บรรทุกผู้โดยสารจำนวน 1,960 คน เสียชีวิตถึง 1,198 คน โดยในบรรดาผู้โดยสารทั้งหมด เป็นชาวอเมริกันจำนวน 159 คน เสียชีวิต 124 คน

ภายหลังการโจมตี สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก หากแต่เยอรมนีก็ได้บอกว่าการโจมตีนี้ไม่ผิด เนื่องจากลูซิเทเนียได้บรรทุกอาวุธหนักมาเป็นจำนวนมากภายหลังจากเหตุการณ์นี้ ทางฝ่ายเยอรมนีก็ได้ทำการจมเรืออีกหลายลำ ซึ่งมีชาวอเมริกันอยู่ในเรือที่ถูกจมด้วย ทำให้ชาวอเมริกันเริ่มจะสนับสนุนให้รัฐบาลประกาศสงครามต่อมา เมษายน ค.ศ.1917 (พ.ศ.2460) ภายหลังจากไม่พอใจมาเป็นเวลาซักพัก สหรัฐอเมริกาก็ได้ตัดสินใจประกาศสงครามต่อเยอรมนี และได้เข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1 อย่างเต็มตัว

7 พฤษภาคม พ.ศ. 2458 (ค.ศ. 1915)
เรือเดินสมุทรอังกฤษ “อาร์เอ็มเอส ลูซิเทเนีย” ถูกจมโดยเรือดำน้ำเยอรมัน

“อาร์เอ็มเอส ลูซิเทเนีย” (RMS Lusitania) เรือเดินสมุทรของสายการเดินเรือคูนาร์ด (Cunard Line) ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเรือที่ใหญ่และเร็วที่สุดในโลก ได้แล่นออกจากท่าเรือ 54 ที่นิวยอร์กตั้งแต่ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2458 ก่อนจะถูกจมลงโดยเรือดำน้ำอูโบท (U-boat) ของเยอรมัน ด้วยการยิงตอร์ปิโดเข้าใส่ภายในเขตน่านน้ำที่ถูกประกาศให้เป็นเขตสู้รบ อันห่างจากแนวชายฝั่งของไอร์แลนด์เป็นระยะทาง 118 กิโลเมตร โดยเรือลูซิเทเนียได้อับปางลงภายในระยะเวลา 18 นาทีหลังจากการระเบิดครั้งที่สอง และได้คร่าชีวิตลูกเรือไปทั้งสิ้น กว่า 1,198 คน

การโจมตีเรือพลเรือนโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าในครั้งนี้ของเยอรมนี ได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ “กฎเรือเดินสมุทร” (Cruiser Rules) โดยฝ่ายเยอรมันได้พิจารณาเห็นว่าเรือลำนี้เป็นเรือของกองทัพอังกฤษ ซึ่งภายในได้บรรทุกยุทโธปกรณ์สงครามมา และฝ่ายอังกฤษเองก็ได้ละเมิดกฎเรือเดินสมุทรด้วยเช่นกัน 

การอัปปางของเรือลูซิเทเนียได้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เป็นชาวอเมริกัน 128 คน ซึ่งหลายคนเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ และเหตุการณ์ดังกล่าวยังเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้สหรัฐอเมริกาประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับฝ่ายสัมพันธมิตรในปี ค.ศ. 1917 หลังจากที่ระยะแรกได้เคยประกาศวางตนเป็นกลางมาโดยตลอด

https://www.blockdit.com/posts/5fc5f405e86f4a2dc8b9a1ce