Skip to content
Home » News » เหยื่อเรือเซวอลล่ม

เหยื่อเรือเซวอลล่ม

เหยื่อเรือเซวอลล่ม  เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 ราย และการสอบสวนเหตุระบุว่าเกิดจากเรือบรรทุกสินค้าเกินน้ำหนักที่เรือจะรับได้ มีการออกแบบเรือใหม่อย่างผิดกฎหมาย และการไร้ความสามารถของคนถือพวงมาลัยเรือ

จากกรณีเรือเซวอล เรือเฟอร์รี่ที่ขนผู้โดยสารประมาณ 400 กว่าราย ล่มลงกลางทะเลห่างจากชายฝั่งเกาะบยุงพูงของเกาหลีใต้ประมาณ 20 ไมล์ เมื่อช่วงสาย เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมปลาย ที่กำลังเดินทางไปทัศนศึกษาที่เกาะเจจูนั้น

สำนักงานยอนฮัพ ของเกาหลีใต้ รายงานอ้างข้อมูลติดตามตำแหน่งของเรือโดยสารลำนี้เผยว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าสาเหตุที่เรือล่มอาจเกิดจากการหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน ซึ่งทำให้รถยนต์ราว 180 คัน และตู้สินค้าหนักกว่า 1,100 ตัน บนเรือเลื่อนหลุดจากตำแหน่งเดิม เป็นเหตุให้เรือเสียสมดุล จากนั้นก็เอียงไปข้างหนึ่งและอับปางลง แต่สาเหตุที่กัปตันตัดสินใจหักเลี้ยวกะทันหันยังไม่ทราบแน่ชัด

เหยื่อเรือเซวอลล่ม ล่าสุด (18 เม.ย.) เวลา 10.45 น. สื่อเกาหลีใต้ปรับยอดเหยื่อเรือเซวอล เสียชีวิต 28 (นักเรียน 14) สูญหาย 268 (นักเรียน 236) รอด 179 (นักเรียน 75) และเรือได้จมลงไปใต้น้ำหมดแล้วทั้งลำ

เหยื่อเรือเซวอลล่ม
https://www.naewna.com/inter/352670

 นอกจากนี้ยังมีผู้ยื่นฟ้องเรียกค่าชดเชยเกือบ 80 คน โดยเป็นผู้รอดชีวิตจากเรืออับปาง 20 ราย และญาติพี่น้องของผู้รอดชีวิตหลายสิบคน ฟ้องรัฐบาลและผู้ประกอบธุรกิจเดินเรือในข้อหาละเลยและล้มเหลวในการอพยพผู้โดยสารบนเรืออย่างเหมาะสม

เจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่ง เปิดเผยกับ Yonhap News สื่อท้องถิ่นของเกาหลีใต้ว่า เจ้าหน้าที่รายนี้เชื่อว่าเป็นไปได้น้อยมากที่จะมีคนรอดจากซากเรือที่จมลงก้นทะเล

“ผมเกรงว่าโอกาสรอดน้อยมากสำหรับคนที่ติดอยู่ในซากเรือ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ” เจ้าหน้าที่กู้ภัยอาวุโส เผยกับสื่อท้องถิ่น

โดยสื่อระบุว่า ทางการของเกาหลีใต้ เร่งค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างสุดความสามารถ ตลอดทั้งคืน โดยมีการระดมเรือจากกองทัพ เรือพาณิชย์ เฮลิคอปเตอร์รวมถึงนักประดาน้ำ เพื่อค้นหาผู้ติดอยู่ในใต้เรือ ซึ่งมีการจุดพลุใต้น้ำเพื่อช่วยในการค้นหา

ขณะที่ผู้โดยสารที่รอดชีวิตรายหนึ่ง เผยถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญ ว่า “ในระหว่างเกิดเหตุลูกเรือคนหนึ่งได้เตือนว่า ห้ามทุกคนขยับไปไหนให้อยู่กับที่ ทันใดนั้นเรือก็เอนไปอีกข้าง โดยไม่ทันได้เคลื่อนย้าย หรือแจ้งเตือนให้อพยพอะไรเลย “

ผู้โดยสารส่วนใหญ่ราว 325 ราย เป็นนักเรียนมัธยมจากเมืองอันซาน ทางใต้ของประเทศ ซึ่งกำลังเดินทางทัศนศึกษาที่เกาะเจจู

ซึ่งทาง ปาร์ค กึน เฮ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์สลดครั้งนี้ว่า รู้สึกเจ็บปวดที่นักเรียนและครู ต้องมาเผชิญกับโชคชะตาอันเลวร้ายเช่นนี้

“ผมรู้สึกเจ็บปวดและเศร้าใจมากๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งคงไม่มีใครอยากให้เกิด ผมอยากฝากให้ทีมกู้ภัยเร่งค้นหานักเรียนและผู้รอดชีวิตอย่างสุดความสามารถ”

คืบหน้าล่าสุด เวลา 23.39 น. ตามเวลาประเทศไทย พบผู้เสียชีวิต 25 ราย สูญหาย 271 คน

เรือเฟอร์รี่เซวอล เป็นเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ ผลิตเมื่อปี 1994 หรือประมาณ 20 ปีก่อน โดยบริษัท มิตซูบิชิ เฮวี อินดัสทรีส์ เรือมีขนาด 6,850 ตัน ยาว 146 เมตร กว้าง 22 เมตร สามารถทำความเร็วได้ 21 น็อต สามารถบรรจุผู้โดยสารได้มากถึง 900 คน อีกทั้งยังบรรทุกรถได้ถึง 220 คัน

ทั้งนี้ เรือเซวอล ถูกนำมาใช้บริการเป็นเรือขนส่งสินค้าและผู้โดยสารจากท่าเรืออินชอนไปถึงเกาะเชจู ใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเส้นทางเดินเรือดังกล่าวได้เริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา

จากข้อมูลยังพบว่า เส้นทางเดินทางเรือ อินชอน-เกาะเชจู กลายเป็นเส้นทางที่นิยมในการจัดทัศนศึกษาของโรงเรียนจากกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ หลายโรงเรียนเป็นลูกค้าประจำของเรือเฟอร์รี่ลำดังกล่าว เนื่องจากเป็นการเดินทางจากเหนือลงใต้ที่ใช้เวลาเหมาะสม อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครับ ห้องประชุมขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมนันทนาการ

เช่นเดียวกับ โรงเรียนมัธยมทันวอน ซึ่งจัดกิจกรรมทัศนศึกษาประจำภาคเรียน เพื่อพานักเรียนไปเที่ยวเกาะเชจูเป็นเวลา 4 วัน 3 คืน ซึ่งเป็นกิจกรรมตามหลักสูตรการศึกษาของเกาหลีใต้ แต่ก็เกิดเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าวขึ้นมา จนทำให้นักเรียนจำนวนมากยังสูญหาย

อย่างไรก็ตาม สำหรับการสืบสวนยังพบข้อมูลว่า บริษัท ชงแฮจิน มารีน จำกัด เจ้าของเรือเฟอร์รี่และเส้นทางเดินเรือ เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุในการเดินเรืออยู่บ่อยครั้ง พบประวัติเรือโดยสารชนกันถี่ขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทก็กำลังประสบปัญหาเรื่องเงินลงทุน เนื่องจากปัจจุบันมีเรือโดยสารขนาดใหญ่เปิดให้บริการ 5 ลำ แต่ผลประกอบการเมื่อปี 2013 พบว่า บริษัทขาดทุนไปกว่า 780 ล้านวอน หรือราวๆ 24 ล้านบาท

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/583078