Skip to content
Home » News » เอลวิส เสียชีวิต

เอลวิส เสียชีวิต

เอลวิส เสียชีวิต
https://th.celebs-now.com/one-man-stole-millions-millions-dollars-king-rock-roll-heres

เอลวิส เสียชีวิต สุขภาพเสื่อมโทรมและวาระสุดท้าย วิกฤตสุขภาพและงานสตูดิโอครั้งสุดท้าย ในช่วงปี พ.ศ. 2516 เอลวิสประสบปัญหาเรื่องสุขภาพ เคยถูกนำส่งโรงพยาบาล ด้วยโรคปอดบวม โรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ นอกจากต้องต่อสู้กับโรค ที่สะสมมาเป็นระยะเวลานานแล้ว เขายังต่อสู้กับน้ำหนักตัว ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระนั้นเขาก็ยังตระเวนเปิดการแสดง ตามคำเรียกร้องของแฟนเพลง ตามเมืองต่างๆ อยู่เสมอ

ปีสุดท้ายและ เอลวิส เสียชีวิต วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2520 เวลาหลังเที่ยงคืน หลังจากที่เอลวิสไปพบทันตแพทย์ในช่วงเช้า แฟนสาวของเขาก็พบเอลวิสนอนหมดสติอยู่ภายในห้องน้ำ ซึ่งเป็นการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ที่คฤหาสน์เกรสแลนด์ของเขาเอง ด้วยวัยเพียง 42 ปี และข่าวนี้ก็สร้างความตกตะลึงและเสียใจอย่างยิ่งแก่แฟนเพลงทั่วโลก

หลังจากนั้น…ทางสถานีดับเพลิงเมมฟิส หมายเลข 29 ได้รับแจ้งจากบ้านเลขที่ 3754 ถนนเอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley Boulevard) แจ้งว่ามีชายหมดสติ หายใจติดขัด ต้องการความช่วยเหลือด่วน รถพยาบาลฉุกเฉิน หมายเลข 6 จึงรุดมายังบ้านที่เกิดเหตุ โดยใช้เวลาไม่กี่นาที (การที่ไม่ระบุว่าชายที่หมดสติเป็นเอลวิส เพื่อไม่ให้ตกเป็นข่าว จะได้ไม่เกิดความโกลาหลวุ่นวายขณะนำส่งโรงพยาบาล)
ปกติเส้นทางนี้ รถพยาบาลจะวิ่งผ่านบ่อย เพราะมีนักท่องเที่ยว แฟนคลับเดินพลุกพล่าน จึงมีอุบัติเหตุรถชนคน หรือคนเป็นลมบ่อยมาก แม้แต่ตัวเอลวิสเอง ก็ใช้บริการรถพยาบาลบ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนที่ผ่านๆมา……

พอมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์เกรซแลนด์ กลุ่มบอดี้การ์ดอนุญาติให้นายแพทย์ 2 นาย พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้นเข้าไปในอาคาร
พวกเขารีบรุดขึ้นไปบนชั้น 2 ตรงดิ่งไปยังห้องน้ำที่เกิดเหตุทันที พวกเขาเห็นกลุ่มบอดี้การ์ดกำลังมุงช่วยผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งนอนหมดสติในชุดนอน

ทันทีที่นายแพทย์เห็นหน้าชายหมดสติคนนั้น พวกเขาจึงรู้ว่า ชายคนนั้นคือ Elvis Presley ไม่ใช่ญาติหรือบริวารของเขา ตอนนั้นผิวของเอลวิสเริ่มเป็นสีหมองคล้ำ ตัวเย็นเฉียบ พวกเขาจึงรีบเช็คชีพจรของเอลวิสทันที แต่ชีพจรหยุดเต้น และรูม่านตาก็ไม่ตอบสนองแสงสว่าง พวกเขาจึงตัดสินใจรีบเคลื่อนย้ายเอลวิสไปยังรถพยาบาลที่จอดรออยู่ทันที

กลางดึกของเช้ามืดวันที่ 16 สิงหาคมปี 1977 เอลวิส เพรสลีย์ ทำกิจกรรมหลายอย่างเพื่อให้ตนเองผ่อนคลาย เพราะเย็นวันนั้นเขามีกำหนดขึ้นเครื่องบินกลับไปทัวร์คอนเสิร์ตอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะเต้นรำ, เล่นเปียโน หรือเล่นแร็กเก็ตบอล ก็ยังคงนอนไม่หลับ จึงให้คนใกล้ชิดนำยามาให้ถึงเตียงนอนถึง 3 ครั้ง จนตอนเช้าเขาก็ลุกจากเตียงไปอ่านหนังสือในห้องน้ำ พอถึงเวลา 14.00 น. คู่หมั้นของเขาก็พบร่างราชาเพลงร็อกนอนคว่ำหน้า เนื้อตัวเย็นเฉียบ ทีมแพทย์ช่วยกันกู้ชีวิตอย่างไร้ความหวัง ก่อนประกาศการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการเวลา 15.30 น. ของวันเดียวกัน

ผลการชันสูตรพบว่าหัวใจของเอลวิสมีขนาดใหญ่กว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า, ปอดมีอาการถุงลมโป่งพองทั้งที่ไม่สูบบุหรี่, ลำไส้มีความยาวกว่าปกติถึง 2 เท่า ผลการทดสอบด้านพิษวิทยาพบว่าขณะเสียชีวิตเอลวิสมีปริมาณยาอยู่ในร่างกายถึง 10 กว่าชนิด แต่ไม่พบสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ กระนั้น สารที่พบมากเป็นพิเศษคือปริมาณยาบรรเทาอาการปวดประเภทโคดีอีน ซึ่งมีมากกว่าการใช้รักษาทั่วไปถึง 10 เท่า จึงมีการลงความเห็นว่าเอลวิส เพรสลีย์เสียชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลว จากการใช้ยาร่วมหลายขนาน

ผู้ที่ตกเป็นจำเลยสังคม คือ จอร์จ นิโคโปลอส หรือ ดร.นิก แพทย์ส่วนตัวที่ดูแลการเจ็บปวดเรื้อรังของเอลวิสมานานถึง 10 ปี หลังมีการเปิดเผยว่าเวลาเพียงครึ่งปี เขาสั่งจ่ายยาให้เอสวิสถึง 10,000 โดส โดยอ้างว่าได้พยายามทุกวิถีทาง เพื่อให้เอลวิสลดการพึ่งพายา ถึงขนาดคิดค้นยาหลอกหรือ placebo กว่า 1,000 ชนิด แต่ไม่ได้ผล แม้เขาจะรอดพ้นจากการตกเป็นจำเลยคดีฆาตกรรม แต่ถูกแพทยสภาของรัฐเทนเนสซีสั่งระงับใบอนุญาตชั่วคราวในปี 1980 และถูกยกเลิกอย่างถาวรในปี 1993 ในข้อหาจ่ายยาเกินความจำเป็นแก่คนไข้มาเป็นเวลาหลายปี หลังจากสิ้นสถานะการเป็นแพทย์ ดร.นิก หันไปประกอบอาชีพหลายอย่าง และหันมาหารายได้โดยนำของที่ระลึกของเอลวิสมาประมูล และนำกระเป๋ายาที่เคยรักษาราชาเพลงร็อกออกแสดงตามที่ต่างๆ ก่อนจะเสียชีวิตในวัย 88 ปี เมื่อต้นปี 2016

การเสียชีวิตในวัยเพียง 42 ปี ของ เอลวิส เพรสลีย์ ยังคงสร้างความกังขาแก่สาธารณชน โดยเฉพาะการตัดสินใจของ ดร.เจอร์รี ฟรานซิสโก แพทย์ที่ด่วนสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของเอลวิส โดยไม่รอผลการทดสอบด้านพิษวิทยา ซึ่งต้องใช้เวลาอีกเป็นสัปดาห์ นำไปสู่ข้อสงสัยเรื่องการปกปิดสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของราชาเพลงร็อก

40 ปีที่ผ่านมา มีการเสนอทฤษฎีการเสียชีวิตของเอลวิสอยู่มากมาย ข้อมูลที่ได้รับความสนใจได้แก่ผลการศึกษาของ ดร.ฟอเรสต์ ทอร์เรนต์ แพทย์ชาวแคลิฟอร์เนีย ที่สันนิษฐานว่าปัจจัยที่นำไปสู่จุดจบของราชาเพลงร็อก น่าจะมาจากอุบัติเหตุตั้งแต่ 10 ปีก่อนหน้านั้น จากอุบัติเหตุที่เอลวิสสะดุดล้มหัวฟาดอ่างอาบน้ำจนสลบ ระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Clambake ในปี 1967 การกระแทกที่รุนแรงเช่นนั้นทางการแพทย์เรียกว่า อาการสมองบาดเจ็บรุนแรง (TBI) ซึ่งเป็นสาเหตุให้เนื้อเยื่อสมองหลุดและรั่วไหลไปอยู่ในกระแสเลือด นำไปสู่อาการโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เป็นสาเหตุของอาการเจ็บปวดเรื้อรัง อาการตัวบวม การขยายของหัวใจและลำไส้

แกร์รี รอดเจอร์ส อดีตนักสืบอาชญากรรมและเจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพ ชี้แจงว่าการที่โรค TBI ยังไม่เป็นที่รู้จักของทางการแพทย์ในสมัยนั้น ทำให้เอลวิสไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม การเสียชีวิตทั้งที่ยังหนุ่มจึงเป็นเหตุการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้ การจากไปของเอลวิสจึงไม่ใช่ความผิดของใคร หากเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นในปัจจุบัน โลกคงไม่ต้องสูญเสียราชาเพลงร็อกแอนด์โรลก่อนวัยอันควรเช่นนี้

ดร.นิก ถูกนำไปเชื่อมโยงกับ ดร.คอนราด เมอร์รีย์ แพทย์ส่วนตัวของ ไมเคิล แจ็คสัน ที่มีส่วนในการเสียชีวิตของราชาเพลงป็อป โดยทั้งสองได้รับฉายาว่าเป็น Doctor Feelgood ซึ่งเป็นชื่อเสียงหมอที่รักษาตามใจคนไข้ โดยไม่คำนึงว่าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวเช่นไร

วันที่ 16 เดือนสิงหาคม ปี 2520 (ค.ศ.1977) หนังสือพิมพ์ทุกฉบับทั่วโลก จั่วหัวข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตของราชาร็อคแอนด์โรล Elvis Presley วัย 42 ปี ซึ่งถูกพบหมดสติ อยู่ในห้องน้ำชั้น 2 ภายในคฤหาสน์เกรซแลนด์ (Graceland) สร้างความตื่นตระหนกให้กับแฟนเพลงของเขาเป็นอย่างมาก