Skip to content
Home » News » เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford) วีรบุรุษแห่งวงการรถยนต์

เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford) วีรบุรุษแห่งวงการรถยนต์

เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford) วีรบุรุษแห่งวงการรถยนต์
https://th.wikipedia.org/wiki/เฮนรี_ฟอร์ด

เฮนรี ฟอร์ด (อังกฤษ: Henry Ford; 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2406 – 7 เมษายน พ.ศ. 2490) เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทฟอร์ดมอเตอร์ และได้ชื่อว่าเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนก่อให้เกิด “ชนชั้นกลาง” ขึ้นมาในสังคมอเมริกัน ฟอร์ดเป็นผู้แรกที่ประยุกต์ระบบสายพานการผลิตเข้ากับการผลิตยานยนต์ในจำนวนมาก ๆ ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่ปฏิวัติการผลิตเชิงอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลอย่างมากกับวัฒนธรรมสมัยใหม่ โดยนักทฤษฎีสังคมหลายคนถึงกับเรียกช่วงประวัติศาสตร์เศรษฐกิจและสังคมช่วงนี้ว่า “แบบฟอร์ด” (Fordism)

คือผู้ที่เปลี่ยนวงการรถยนต์เขาเกิดในวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ.1863 (พ.ศ.2406) ในฟาร์มในมิชิแกน สหรัฐอเมริกา โดยเป็นลูกของชาวไร่ที่ชื่อ “วิลเลียม ฟอร์ด (William Ford)” และ “แมรี ฟอร์ด (Mary Ford)” โดยหลังจากเฮนรีถือกำเนิด วิลเลียมและแมรีก็ได้มีลูกอีกห้าคนในช่วงวัยเด็ก เฮนรีได้ไปเรียนในโรงเรียนเล็กๆ ที่มีเพียงห้องเดียว โดยเฮนรีได้แสดงความสนใจในเรื่องของเครื่องยนต์กลไกตั้งแต่ยังเด็ก

เฮนรี ฟอร์ด ขณะมีอายุได้เจ็ดขวบ คนงานในฟาร์มของพ่อแม่ได้แกะนาฬิกาออกให้เฮนรีดูถึงกลไกภายใน และตั้งแต่นั้น เฮนรีก็ศึกษาทุกอย่างเกี่ยวกับนาฬิกา และไขดูภายในของนาฬิกาทุกเรือนเฮนรีเรียนรู้การซ่อมนาฬิกาด้วยตนเอง รวมทั้งเขายังมักจะเอาของเล่นไขลานมาแกะเพื่อดูการทำงานภายในวันหนึ่ง

ขณะที่เฮนรีเดินทางไปดีทรอยท์กับพ่อ เขาได้เห็นเครื่องจักรไอน้ำในรถไฟ และสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อกลับมาที่บ้าน เขาจึงทำการทดลองสร้างเครื่องจักรไอน้ำของตนเอง ผลที่ได้คือเครื่องจักรที่เฮนรีสร้างเกิดระเบิด ทำให้รั้วในฟาร์มไหม้ หากแต่วิลเลียมผู้เป็นพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่บอกให้เฮนรีระมัดระวัง และให้เฮนรีใช้กระท่อมในฟาร์มเป็นห้องทดลอง

ขณะมีอายุได้ 12 ปี แมรี ผู้เป็นแม่ ได้เสียชีวิตหลังจากคลอดลูกคนที่เจ็ด สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้เฮนรีแมรีนั้นใจดีและเปี่ยมด้วยความรัก รวมทั้งสอนเฮนรีในเรื่องการทำงานหนักยิ่งโตขึ้น เฮนรีก็พบว่างานในไร่นั้นไม่ใช่ทางของตน สำหรับเขาแล้ว งานในไร่เป็นงานที่เหนื่อยและน่าเบื่อดังนั้นในปีค.ศ.1879 (พ.ศ.2422) เฮนรีจึงออกจากโรงเรียนและย้ายไปดีทรอยท์ โดยเขาตั้งใจจะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไก

ที่ดีทรอยท์ เฮนรีได้งานทำในบริษัทที่ผลิตก๊อกประปา ท่อน้ำ ซึ่งที่นี่เอง เฮนรีได้เรียนรู้การใช้เครื่องจักรที่ผลิตชิ้นส่วนของเหล็ก โดยในช่วงกลางคืน เฮนรียังทำงานเสริมโดยการรับซ่อมนาฬิกาอีกด้วยค.ศ.1885 (พ.ศ.2428) เฮนรีได้พบกับ “คลารา ไบรอันท์ (Clara Bryant)”เฮนรีชอบคลาราและเริ่มออกเดทกับคลารา โดยคลารานั้นประทับใจที่เฮนรีนั้นเอาการเอางาน ทั้งคู่จึงได้หมั้นกันในปีค.ศ.1886 (พ.ศ.2429) ก่อนจะแต่งงานกันในอีกสองปีต่อมา

ฟอร์ด เป็นวิศวกรของบริษัทเอดิสัน ในเมืองดีทรอยต์ เขาได้รับมอบหมายให้ศึกษาและพัฒนาเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมัน จนกระทั่งสามารถพัฒนารถยนต์สี่ล้อคันแรกสำเร็จในปี 2439 เขาตั้งชื่อว่า “ฟอร์ด ควอดริไซเคิล” (Ford Quadricycle) ต่อมา ในปี 2446 เขาได้ตั้ง “บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์” (Ford Motor Company) ร่วมกับเพื่อน ๆ นักประดิษฐ์ พ.ศ. 2446 เขาริเริ่ม นำระบบสายพานมาใช้ในการผลิต

โดยให้อุปกรณ์ไหลไปตามสายพานและให้คนงานประกอบรถยนต์ทีละส่วน และทำให้ผลิตรถยนต์หนึ่งคันเพียงชั่วโมงครึ่ง เขาผลิตรถยนต์ ฟอร์ด โมเดล ที จากเดิมราคา 850 ดอลลาร์ เหลือเพียง 360 ดอลลาร์ ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรก ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากอเมริกันชนเป็นอย่างดี เพราะเป็นรถยนต์ที่สวยงาม มีความแข็งแรงทนทาน และมีราคาถูกกว่ารถยนต์ยี่ห้ออื่นในตลาดเกือบครึ่ง รถยนต์รุ่นนี้ผลิตจนถึงปี 2470 จำหน่ายได้ทั้งหมดราว 15 ล้านคัน

ต่อมาเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 บริษัทฟอร์ดก็ยังประสบความสำเร็จในการผลิตเครื่องบิน “ฟอร์ด 4เอที ไตรมอเตอร์” (Ford 4AT Trimotor) ฟอร์ดมีส่วนในการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ให้ก้าวหน้าขึ้นกลายเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ฟอร์ดถึงแก่กรรม 7 เมษายน 2490

ฟอร์ดได้รับการยกย่องให้ เป็น “บิดาแห่งการผลิตระบบสายพาน” ปัจจุบันบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ได้ขยายกิจการธุรกิจรถยนต์ไปทั่วโลก โดยเป็นเจ้าของธุรกิจรถยนต์แบรนด์อเมริกันคือ “ฟอร์ด” (Ford) “ลินคอล์น” (Lincoln) และ “เมอร์คิวรี” (Mercury) และปัจจุบันยังมีหุ้น แอสตันมาร์ติน (Aston Martin)

อยู่ นอกจากนี้ยังร่วมลงทุนกับบริษัทผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นคือ “มาสด้า” (Mazda) และเคยเป็นเจ้าของแบรนด์อังกฤษคือ จากัวร์ (Jaguar) แลนด์ โรเวอร์ (Land Rover) และแบรนด์สวีเดนคือ “วอลโว่” (Volvo) ฟอร์ด มอเตอร์ทำรายได้ต่อปีประมาณ 12.6 พันล้านบาท (ปี 2549) มีพนักงานทั่วโลกราว 280,000 คน (ปี 2549)