Skip to content
Home » News » แจ็กหม่า หายตัวนานหลายเดือนหลังวิจารณ์รัฐบาล

แจ็กหม่า หายตัวนานหลายเดือนหลังวิจารณ์รัฐบาล

แจ็กหม่า หายตัวนานหลายเดือนหลังวิจารณ์รัฐบาล เมื่อช่วงเวลาประมาณ 11.40 น. ของวันพุธที่ 20 มกราคม สื่อจากประเทศจีนอย่าง Global Times ได้รายงานข่าวที่ แจ็ค หม่า พูดคุยกับคุณครูจากชนบททั่วประเทศจีนผ่าน Video Conference ที่ได้รับการมอบรางวัล The Jack Ma Rural Teachers Award Ceremony ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิของเขามาตั้งแต่ปี 2015 โดยเขาให้สัญญาว่าจะจัดพิธีมอบรางวัลให้กับบรรดาคุณครูทั้งหมดอีกครั้งหลังจากโควิด-19 จบลง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้น่าจะเป็นประเด็นข่าวที่ใครหลายคนให้ความสนใจและติดตามกันมากเป็นพิเศษ หลังจากที่เปิดศักราช 2021 เป็นต้นมา สื่อหลายสำนักได้เริ่มตั้งข้อสังเกตว่าจู่ๆ มหาเศรษฐีชาวจีนจากหางโจววัย 56 ปีผู้นี้ก็อันตรธานหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยและน่าสงสัย 

เริ่มต้นจากการที่เขาไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนนานถึง 2 เดือนเต็มๆ (พฤศจิกายน-ธันวาคม 2020) ทั้งๆ ที่ตัวเขาก็มีประเด็นต้องตอบคำถามสื่อมวลชน โดยเฉพาะการที่ Ant Group ถูกเตะเบรกการ IPO ครั้งประวัติศาสตร์ 

เวลานั้น Financial Times ยังพบอีกด้วยว่า จู่ๆ แจ็ค หม่า ก็ยุติบทบาทการเป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้ตัดสินเกมโชว์ทีวีสำหรับผู้ประกอบการเจ้าของธุรกิจ Africa’s Business Heroes ในรอบชิงชนะเลิศเอาเสียดื้อๆ ทั้งๆ ที่เป็นคนริเริ่มการแข่งขันรายการนี้ผ่านมูลนิธิขึ้นมาด้วยตัวเอง (ถูกถอดภาพออกจากรูปโปรโมตการแข่งขันในรอบชิงฯ ด้วย!)

แม้ในเวลาต่อมา โฆษกของ Alibaba จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การที่ผู้ก่อตั้งบริษัทของพวกเขาไม่ได้ไปปรากฏตัวในรายการเป็นผลมาจาก ‘ตารางงานที่ยุ่งเหยิง’ และปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ เพิ่มเติม แต่ดูเหมือนว่าคำตอบดังกล่าวจะฟังไม่ขึ้นสักเท่าไร

แจ็กหม่า หายตัวนานหลายเดือนหลังวิจารณ์รัฐบาล
https://www.sanook.com/news/8329954/

แจ็กหม่า หายตัวนานหลายเดือนหลังวิจารณ์รัฐบาล

หลายกระแสข่าวลือกันอย่างหนาหู สนุกปากว่า ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Alibaba รายนี้กำลังตกอยู่ภายใต้อาณัติและการจองจำโดยรัฐบาลจีน เนื่องจากทำเรื่องขัดใจกับรัฐบาลเอาไว้

แต่ก็มีอีกกระแสที่เชื่อว่า แจ็ค หม่า ไม่ได้หายไปไหน ยังคงสบายดี แต่เลือกที่จะเก็บตัวอยู่เงียบๆ ตามลำพัง (ซึ่ง ‘ผิดวิสัย’ และสวนทางตัวตนของชายผู้นี้เอามากๆ)

แจ็กหม่า หายตัวนานหลายเดือนหลังวิจารณ์รัฐบาล

ย้อนกลับไปในวันที่ 24 ตุลาคม 2020 ช่วงเวลานั้นคือไทม์ไลน์เดียวกันกับที่งานสัมมนาด้านฟินเทค 2nd Bund Financial Summit ถูกจัดขึ้น ณ นครเซี่ยงไฮ้

วันนั้น แจ็ค หม่า ได้รับเชิญเข้าร่วมงานในฐานะสปีกเกอร์ เขาได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาบนเวทีเปรียบเปรยธนาคารในประเทศจีนเอาไว้ว่า มีแนวคิดการดำเนินธุรกิจไม่ต่างอะไรจาก ‘โรงรับจำนำ’ และไร้ซึ่ง ‘นวัตกรรม’ 

แถมยังแอบกัดบรรดาสถาบันการเงินในประเทศได้อย่างเจ็บแสบไว้ว่า ปัญหาสำคัญของจีนไม่ใช่ ‘ความเสี่ยงเชิงระบบ’ แต่อย่างใด เพราะความเสี่ยงที่มากกว่าก็คือ การที่จีนไร้ซึ่งความสมบูรณ์ของ ‘ระบบนิเวศทางการเงิน’ นั่นเอง

และนี่คือบางส่วนบางตอนของปาฐกถาโดย แจ็ค หม่า ในงาน 2nd Bund Financial Summit ที่เราคัดออกมา

“ธนาคารในวันนี้ดำเนินงานภายใต้แนวคิดของการเป็นโรงรับจำนำ การมีหลักประกัน และการรับประกันเคยเป็นสิ่งที่ล้ำสมัยมากๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งหากไม่มีสิ่งเหล่านี้ วันนี้เราก็คงไม่มีสถาบันการเงิน เช่นเดียวกัน คงจะไม่มีการพัฒนาของระบบเศรษฐกิจจีนที่ดำเนินระยะเวลามากว่า 40 ปีจนถึงปัจจุบัน และยังคงดำเนินต่อไป

“แต่ในขณะเดียวกัน การพึ่งพาแต่คุณสมบัติของสินทรัพย์และหลักประกันก็อาจกลายเป็นสิ่งที่ ‘สุดโต่งเกินไป’ ในบางครั้ง ผมมีโอกาสได้คุยกับผู้ประกอบการหลายคนในฐานะประธานแพลตฟอร์ม China Entrepreneur Club และประธานหอการค้าเจ้อเจียง และก็พบว่า สิ่งสิ่งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องเอาสินทรัพย์ของตัวเองไปค้ำประกัน แรงกดดันที่พวกเขาต้องแบกรับนั้นมหาศาลมากๆ และเมื่อมีความกดดันมากๆ เข้าแล้ว วิธีการทำงานหรือการตัดสินใจก็จะผิดแปลก บิดเบี้ยวไปเลย

“แนวคิดการเอาของไปจำนองเป็นหลักประกันกับโรงรับจำนำจะไม่ได้สนับสนุนความต้องการทางการเงินในโลกาวิวัฒน์ตลอดระยะเวลา 30 ปีนับจากนี้ เราต้องแทนที่แนวคิดแบบโรงรับจำนำด้วยระบบที่อิงจากเครดิต และ Big Data ที่ใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีในวันนี้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่ระบบเครดิตที่ถูกสร้างขึ้นจากระบบไอทีแบบเดิมๆ หรือความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ขับเคลื่อนสังคม แต่ต้องสร้างขึ้นบน Big Data เพื่อทำให้เกิดเครดิตความมั่งคั่งอย่างเท่าเทียม

“ระบบการเงินของจีน ณ วันนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังเติบโต เป็นอุตสาหกรรมอายุน้อย ซึ่งยังไม่มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และยังเคลื่อนไปข้างหน้าได้ไม่เต็มที่ แม้จีนเองจะมีธนาคารหลายแห่งไม่ต่างอะไรไปจากแม่น้ำ หรือหลอดเลือดแดงในระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายของเรา 

“แต่ ณ วันนี้เราต้องการทะเลสาบ บ่อน้ำ ลำธาร แควน้ำ และหนองน้ำทุกๆ ชนิด เพราะหากปราศจากซึ่งสิ่งเหล่านี้ในระบบนิเวศของเราแล้ว เราจะตายทันทีเมื่อต้องประสบกับอุทกภัย หรือภัยแล้ง ดังนั้นในวันนี้เราจึงเป็นประเทศที่ต้องแบกรับกับความเสี่ยงของการไร้ซึ่งความสมบูรณ์ของระบบทางการเงิน เราจำเป็นจะต้องสร้างระบบทางการเงินให้แข็งแกร่ง โดยที่จะต้องไม่กังวัลกับความเสี่ยงในเชิงระบบ”

ว่ากันว่างานสัมมนาฟินเทคในวันนั้น มีผู้นำระดับสูงของรัฐบาลจีนเดินทางมางานร่วมด้วย และดูเหมือนว่า ‘เสียงวิจารณ์’ ของ แจ็ค หม่า ที่พูดใส่ไมค์ในวันนั้นจะมีขนาดเดซิเบลที่ ‘ดัง’ ชัดก้องมากกว่าเนื้อหาในเซ็กชันอื่นๆ ท้ังหมดของงานสัมมนาวันนั้นมากเป็นพิเศษ

เงิน 34,500 ล้านดอลลาร์ และ (ว่าที่) IPO ครั้งประวัติศาสตร์ที่ ‘หายวับ’ ไปในอากาศ

5 พฤศจิกายน 2020 คือกำหนดการวันที่ Ant Group ฟินเทคที่ก่อตั้งโดย แจ็ค หม่า เตรียมจะเข้า IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange) โดยจะเป็นการเสนอขายหุ้นแบบเข้าจดทะเบียนในสองตลาด Dual Listing (อีกตลาดคือเซี่ยงไฮ้ (Star Market) ซึ่งในตอนนั้นยังไม่ได้เปิดเผยวัน IPO ออกมา)

1. ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง: 80 ดอลลาร์ฮ่องกง ‘ต่อหุ้น’ 

  • คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 1.33 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 1.72 แสนล้านดอลลาร์

2. ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้: 68.8 หยวน ‘ต่อหุ้น’ 

  • คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 1.14 แสนล้านหยวน หรือราว 1.72 หมื่นล้านดอลลาร์

เมื่อรวมกันแล้วจะส่งผลให้การ IPO ของ Ant Group ในครั้งนี้มีมูลค่ามากถึง 34,500 ล้านดอลลาร์ และกลายเป็น IPO ครั้งประวัติศาสตร์ไปโดยปริยาย โค่นแชมป์ IPO มูลค่าสูงสุดเจ้าเก่าจากซาอุฯ อย่าง Saudi Aramco (ด้วยมูลค่าระดมทุนกว่า 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์)

หาก IPO ครั้งดังกล่าวของ Ant Group ประสบความสำเร็จ ว่ากันว่าพวกเขาอาจจะพลิกโฉมโลกการทำธุรกรรม และการเงินไปโดยสิ้นเชิง และจะมีมูลค่าบริษัทมากกว่าสถาบันการเงินหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะ JPMorgan Chase & Co, Bank of America Corp หรือแม้แต่ PayPal รวมถึงจะทำให้ตลาดหุ้นฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ดึงดูดความสนใจและเม็ดเงินลงทุนจากเหล่านักลงทุนทั่วโลกได้อีกมหาศาล (ซึ่งจะมีผลกับการ IPO ของบริษัทเทคโนโลยีจีนในตลาดหุ้นจีนในอนาคตแน่นอน)

แต่แล้ว ‘ฝันของ แจ็ค หม่า’ ก็กลายเป็นฝันสลาย เมื่อการ IPO ของ Ant Group ถูกรัฐบาลจีนเตะเบรกทันควันก่อนหน้ากำหนดการเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลจีน นำโดย ‘ธนาคารกลาง’ และหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบด้านการเงินในประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 3 แห่งได้เรียกตัว แจ็ค หม่า พร้อมด้วยทีมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมาร่วมพูดคุยในประเด็นความกังวลต่างๆ

โดยให้เหตุผลการระงับเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ว่าเป็นผลมาจากการที่ ข้อมูลที่ทางแจ็ค หม่า และทีมผู้บริหารได้ชี้แจงกับทางคณะกรรมการ มีการเปลี่ยนแปลงในประเด็นที่สำคัญ’ เกี่ยวกับการกำกับดูแลเทคโนโลยีทางการเงิน รวมถึงยังเป็นไปได้ที่รัฐบาลจีนอาจจะต้องการสั่งสอน แจ็ค หม่า หลังจากไปวิพากษ์วิจารณ์พวกเขา และสถาบันการเงินของประเทศเพียงไม่กี่วันก่อนที่ IPO จะเริ่มต้นขึ้น

ขณะที่อีกกระแสข่าวเชื่อว่า การสกัดบรรดา ‘มดเงิน’ ครั้งนี้เกิดขึ้นจากความกังวลที่รัฐบาลจีนมีต่อ Ant Group หลังจากที่ธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ของจีน หันมาใช้ผู้ปล่อยกู้รายย่อย หรือแพลตฟอร์มเทคโนโลยีอย่าง Ant Group ในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น จนนำไปสู่ประเด็นการก่อหนี้เสียและการผิดชำระหนี้ ซึ่งกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและคุณภาพสินทรัพย์ประเทศ

เหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก ทั้งหุ้นที่ตกลงต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่หล่นหาย ไปจนถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะต้องเปลี่ยนตัวเองจากฟินเทคสู่ ‘โฮลดิง’ ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการเงิน และเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอยู่พอสมควร

ดูเหมือนว่า แจ็ค หม่า คงไม่ได้คาดคิดเอาไว้ด้วยซ้ำว่า สปีชของเขาในวันนั้นจะมีมูลค่าสูงที่สุดในโลกถึง 34,500 ล้านดอลลาร์

https://thestandard.co/jack-ma/

1.พ.ย.2020(วันที่ประมาณการ)