Skip to content
Home » News » แจ็กเดอะริปเปอร์ ปริศนาฆาตกรโหดโด่งดังที่สุด

แจ็กเดอะริปเปอร์ ปริศนาฆาตกรโหดโด่งดังที่สุด

แจ็กเดอะริปเปอร์
https://thepeople.co/jack-the-ripper-dna/

เรื่องราวของ แจ็กเดอะริปเปอร์ (Jack the Ripper) ชายผู้ที่อยู่ติดชาร์จในหน้าประวัติศาสตร์อังกฤษและทั่วโลกที่รู้จักกันดีคนนี้ เขาเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ฆ่าหญิงโสเภณีในย่านสลัม ไวต์ชาเปล ของลอนดอนช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน ปี 1888 ฟังดูเหมือนว่า “เขาก็แค่ฆาตกรคนหนึ่งเท่านั้นเอง” ทำไมถึงได้ดัง ทั้งที่ฆาตกรโหด ที่โดดเด่นและฆ่าเหยื่อมากกว่าเขาก็มีมาก 

คำตอบก็คือ ชายผู้นี้ยังไม่เคยโดนจับได้เลยตั้งแต่เขาก่อคดีสะเทือนขวัญในลอนดอนมา ทั้งยังการฆ่าที่โหดและสยดสยอง ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าเหยื่อโดยการผ่าท้อง และลากเอาไส้มาแขวนไว้ที่เสาไฟฟ้า การแขวนศพเหยื่อไว้บนกำแพง ฯลฯ และ ที่สำคัญไม่มีข่าวรายงานเลยว่ามีคนที่เคยเห็นหน้าแจ๊คด้วยซ้ำไป

กระทั่งผู้ที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้ๆ แม้แต่ตอนที่แจ๊คลงมือยังแทบไม่ได้ยินเสียงอะไร ที่ผิดปกติเลยโดยเหยื่อนั้นเสียชีวิตจากการถูกของมีคมแทงหรือไม่ก็ชำแหละ คมมากจนถึงขนาดตัดกระดูกออกมาได้ จนกระทั้ง แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ หยุดการกระทำหฤโหด ทิ้งปริศนาไว้ตลอดกาลว่าเขาคือใครกันแน่?

แจ็กเดอะริปเปอร์ (อังกฤษ: Jack the Ripper) เป็นสมญาของฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนในย่าน “ไวต์ชาเปล” ถิ่นยากจนในย่านอีสต์เอนด์ ของกรุงลอนดอน ในช่วงครึ่งปีหลังของ ค.ศ. 1888 ชื่อสมญาได้มาจากข่าวที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ

ที่ลงข่าวจดหมายลึกลับที่เขียนถึงสำนักข่าวกลางโดยผู้เขียนที่อ้างตนว่าเป็นฆาตกร ถึงแม้จะมีการสืบสวนและมีทฤษฎีที่น่าเชื่อถือมากมาย แต่ก็ไม่สามารถบ่งบอกโฉมหน้าที่แท้จริงของฆาตกรได้เลย

ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับฆาตกรแจ็กเดอะริปเปอร์ได้กลายเป็นขนมผสมน้ำยา ระหว่างการค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจังทางประวัติศาสตร์ ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดและนิทานพื้นบ้าน การขาดหลักฐานยืนยันที่แน่ชัดทำให้เกิดมีคำว่า “นักริปเปอร์วิทยา” มาใช้เรียกนักประวัติศาสตร์และนักสืบสมัครเล่นที่ศึกษาคดีอันโด่งดังนี้เพื่อกล่าวหาหรือพาดพิงถึงบุคคลต่าง ๆ

ว่าคือตัวริปเปอร์ หนังสือพิมพ์ซึ่งมียอดขายเพิ่มสูงมากในช่วงนี้โทษว่าเป็นเพราะความล้มเหลวของตำรวจที่ไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ ทำให้ฆาตกรได้ใจและท้าทาย เหตุการณ์จึงเกิดต่อเนื่องเรื่อยมา บางครั้งตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุหลังเกิดการฆ่าเพียง 2-3 นาที แต่กลับไม่ได้ตัวคนร้าย

เหยื่อเกือบทั้งหมดเป็นโสเภณี ฆาตกรรมส่วนใหญ่เกิดในที่สาธารณะหรือกึ่งสาธารณะ เหยื่อทุกรายถูกเชือดคอ หลังจากนั้นซากศพจะถูกหั่นตรงช่วงท้องและบางครั้งที่อวัยวะเพศ คาดกันว่าเหยื่อจะถูกรัดคอให้เงียบเสียก่อนลงมือฆ่า มีหลายกรณีที่มีการตัดอวัยวะภายในออก จึงมีผู้อนุมานว่าฆาตกรอาจเป็นศัลยแพทย์หรือไม่ก็คนขายเนื้อ ซึ่งยังหาข้อสรุปไม่ได้

อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ แจ็กเดอะริปเปอร์ (Jack the Ripper)  ยังคงปริศนาอันดับ 1 สร้างชื่อกระฉ่อนถึงความน่าสะพรึงกลัว ที่ยังคงค้างคาใจหลายๆ คนมาจนถึงทุกวันนี้ อาจจะมาจากเหตุผลที่ว่าในสมัยนั้นการพิสูจน์หรือทดสอบด้านนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร จึงไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานหนักแน่นในการมัดฆาตกรก็เป็นได้ .. แต่ถ้าเรื่องนี้ถูกผุดขึ้นมาภายหลัง จะเป็นไปได้มั้ย ที่จะสืบสาวหาฆาตกรตัวจริงได้ แม้ฆาตกรคนนั้นอาจไม่มีชีวิตอยู่ให้จับแล้วก็ตาม แต่ก็ยังดีที่ได้รู้ว่าฆาตกรตัวจริง ผู้นั้นคือใคร ?

เหยื่อเกือบทั้งหมดเป็นโสเภณี ฆาตกรรมส่วนใหญ่เกิดในที่สาธารณะหรือกึ่งสาธารณะเหยื่อทุกรายถูกเชือดคอ หลังจากนั้นซากศพจะถูกหั่นตรงช่วงท้องและบางครั้งที่อวัยวะเพศ คาดกันว่าเหยื่อจะถูกรัดคอให้เงียบเสียงก่อนลงมือฆ่า มีหลายกรณีที่มีการตัดอวัยวะภายในออก จึงมีผู้อนุมานว่าฆาตกรอาจเป็นศัลยแพทย์หรือไม่ก็คนขายเนื้อ ซึ่งยังหาข้อสรุปไม่ได้

แจ็กเดอะริปเปอร์
https://teen.mthai.com/variety/78767.html

เธอทั้ง 5 คน คือเหยื่อที่สังเวยชีวิตให้กับแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ และได้รับการยืนยันจากตำรวจว่าเป็นฝีมือของฆาตกรคนเดียวกัน โดยพวกเขาเรียกเธอทั้ง 5 คนว่า ‘The Canonical Five’ ส่วนหญิงสาวรายอื่น ๆ ที่เสียชีวิตในไวท์ชาเปล ทางตำรวจยังไม่ยืนยันแน่ชัดว่าเป็นฝีมือของแจ็ค เดอะ ริปเปอร์

เนื่องจากมีหลายแนวคิดและทฤษฎีจากคนที่ตามหาตัวฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ บางคนบอกว่าเหยื่อของแจ็ค เดอะ ริปเปอร์มีแค่ 5 ราย บางคนบอกว่ามีมากถึง 11 ราย บางคนบอกว่ามีมากกว่านั้น หรือแม้กระทั่งบางคนเชื่อว่าแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ไม่มีตัวตนอยู่จริง แต่เป็นฆาตกรหลายคนที่ลงมือฆ่าเหยื่อของตัวเอง

เพราะเมื่อพิจารณาจากสภาพศพอย่างละเอียดพบว่า วิธีการฆ่าและวิธีการเลือกเหยื่อนั้นไม่เหมือนกันและไม่มีแบบแผน เว้นแต่ว่าพวกเธอล้วนเป็นโสเภณี กระนั้น การตายของหญิงสาวทั้ง 5 ก็มีส่วนที่ถูกใช้เป็นหลักฐาน และเป็นข้อสันนิษฐานในการเฟ้นหาแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ตัวจริง

เหยื่อรายแรกถูกพบเป็นศพช่วงเช้ามืดของวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 1888 เธอคือหญิงขายบริการอายุ 43 ปี นามว่า แมรี แอนน์ นิโคลส์ (Mary Ann Nichols) เธอเดินอยู่บนถนนไวท์ชาเปลท่ามกลางความมืดคนเดียว และมีพยานพบเห็นเธอ 1 ชั่วโมงก่อนหน้าที่จะพบเป็นศพ

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือร่างไร้วิญญาณนั้นยังคงอุ่น หมายความว่าคนร้ายเพิ่งจะลงมือได้ไม่นาน โดยสภาพศพของแมรีมีร่องรอยถูกปาดที่คอเป็นแผลลึก 2 รอย และลึกถึงขนาดที่คอของเธอเกือบจะหลุดออกมา นอกจากนี้เธอยังถูกแทงที่บริเวณช่องคลอด 2 ครั้ง และที่บริเวณท้อง ซึ่งการกระทำอันโหดร้ายนี้เกิดขึ้นภายใต้ความเงียบสงัด

ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องของหญิงสาว และแน่นอนว่าไม่มีใครได้ยินแม้กระทั่งเสียงฝีเท้าของฆาตกร ในจุดนี้ ตำรวจคาดการณ์ว่าแมรีอาจถูกบีบคอจนเสียชีวิต ก่อนที่ฆาตกรจะลงมือเชือดคอของเธอทีหลัง

หลังจากนั้นเพียง 1 สัปดาห์ ในวันเสาร์ที่ 8 กันยายน 1888 ศพของเหยื่อรายที่สองก็ปรากฏขึ้นที่ถนนเส้นเดิม เธอมีชื่อว่า ‘แอนนี แชปแมน’ (Annie Chapman) ร่างของหญิงสาววัย 28 ปีคนนี้ถูกพบในเวลาประมาณ 6 โมงเช้า

โดยสภาพศพถูกกระทำรุนแรงขึ้นกว่าศพแรก เพราะนอกจากจะมีรอยปาดลึกที่คอจำนวน 2 รอยแล้ว หน้าท้องของเธอยังถูกเปิดออก ลำไส้เล็กถูกนำมากองทิ้งไว้ที่บริเวณไหล่ขวา มดลูก ช่องคลอด และกระเพาะปัสสาวะถูกชำแหละออกจากร่าง

ความโหดเหี้ยมของแจ็ค เดอะ ริปเปอร์เริ่มเป็นที่กล่าวขานกันมากขึ้น แต่หญิงขายบริการตามถนนไวท์ชาเปลยังคงทำงานของพวกเธอต่อไป โดยวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน 1888 เอลิซาเบธ สไตรด์ (Elizabeth Stride) ในวัย 45 ปี ถูกพบเป็นศพราวตี 1 คอของเธอมีรอยถูกปาดเป็นแผลยาว 6 นิ้ว

แต่ไม่มีร่องรอยของการถูกชำแหละเหมือนเช่นเหยื่อรายอื่น ๆ ซึ่งคาดเดาว่าระหว่างที่คนร้ายกำลังจะลงมือ อาจมีคนมาพบเห็นเข้าเสียก่อน ทำให้ฆาตกรถูกขัดจังหวะและต้องหนีไป นอกจากนี้ตำรวจยังเผยอีกว่า สาเหตุการตายของเอลิซาเบธมาจากการเสียเลือดมาก ซึ่งต่างจากเหยื่อสองรายแรกที่คาดว่าถูกบีบคอจนตายก่อนจะใช้มีดปาดคอทีหลัง

วันที่ในข่าวนี้ 1 มกราคม 1888 วันที่ประมาณการ