Skip to content
Home » News » แพรวา คดีความที่ตามมา

แพรวา คดีความที่ตามมา

แพรวา คดีความที่ตามมา

ในคำพิพากษาของศาลฎีการะบุว่า ขณะเกิดเหตุแพรวามีอายุเพียง 16 ปี 6 เดือน (แปลว่า เธอเกิดกลางปี 2537) ยังถือเป็น ‘ผู้เยาว์’ อายุไม่ถึงเกณฑ์ 18 ปีที่จะสามารถมีใบขับขี่ได้ ผลจากการที่ขณะเกิดเหตุ แพรวายังเป็นผู้เยาว์ ทำให้พ่อแม่ของเธอ ถูกฟ้องร้องร่วมในบางคดี (ขณะที่สื่อมวลชนบางแห่งจำเป็นต้องปกปิดชื่อจริงหันไปใช้นามสมมุติ เช่น นางสาวเอ สาวซีวิค ในการรายงานข่าว เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย)

รถยนต์คันที่แพรวานำมาขับจนเกิดอุบัติเหตุ ยืมมาจาก สุพิรัฐ จ้าววัฒนา ที่ขณะนั้นอายุ 31 ปี ซึ่งรู้จักสนิทสนมกับแพรวา เคยไปบ้านของฝ่ายหญิงเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และเคยเจอกับพ่อแม่ของแพรวาด้วย

แพรวา คดีความที่ตามมา ในคำพิพากษาของศาลฎีกา ในคดีแพ่ง ให้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุสุพิรัฐขับรถพาแพรวาไปที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ระหว่างลงไปหยิบของที่กระโปรงหลัง แพรวาก็เปลี่ยนมานั่งที่คนขับแล้วขับออกไปทันทีโดยบอกว่า “ขอยืมรถ” โดยไม่ได้บอกว่าจะขับไปที่ใด ส่วนสุพิรัฐก็รีบไปหาเพื่อนที่นัดไว้ที่ร้านกาแฟแล้วนั่งรถไฟฟ้าต่อไปย่านอโศก ก่อนจะกลับมายังห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว เวลาประมาณ 22.00 น. และรู้ว่าเกิดเหตุเฉี่ยวชนจากแพรวา

แพรวา คดีความที่ตามมา
https://workpointtoday.com/127-9/

5 มกราคม พ.ศ.2554 แพรวาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาจากตำรวจ สน.วิภาวดี และเนื่องจากยังเป็นผู้เยาว์จึงถูกส่งตัวไปควบคุมไว้ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ก่อนที่ครอบครัวจะเดินทางมาขอประกันตัวภายหลัง

วีระศักดิ์ ทัพขวา ทนายความจากศูนย์นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ที่เข้าไปช่วยเหลือผู้สูญเสียและญาติในการทำคดีแพ่ง (คดีอาญา ตำรวจและอัยการทำ) เล่าให้ฟังว่า คดีแพรวาแบ่งเป็น 2 คดี คือคดีอาญาและคดีแพ่ง ซี่งสิ้นสุดแล้วทั้งสองคดี

ในส่วนของคดีอาญา ศาลอุทธรณ์มีคำตัดสินถึงที่สุดแล้ว (เพราะศาลฎีกา ไม่รับการขอฎีกาของฝ่ายแพรวา) ในปี 2556 ให้ลงโทษจำเลยใน 3 รูปแบบ

  1. จำคุก 2 ปี แต่เนื่องจากเป็นความผิดครั้งแรก รู้สึกในการกระทำผิด และบรรเทาความเสียหายบางส่วน จึงเปิดโอกาสให้กลับตัวเป็นคนดี เปลี่ยนเป็นรอการลงโทษ 4 ปี โดยให้รายงานตัวทุกๆ 3 เดือน
  2. ให้ทำงานบริการสังคมด้วยการดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุรวม 144 ชั่วโมง
  3. ห้ามขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุ 25 ปีบริบูรณ์

“เท่าที่ทราบ ถึงปัจจุบัน ตัวแพรวาได้รับโทษทางอาญาจนครบถ้วนแล้ว” วีระศักดิ์กล่าว

ในส่วนของคดีแพ่ง เรียกค่าสินไหมฐานละเมิด วีระศักดิ์เล่าว่า ตอนแรกผู้เสียหายและญาติๆ ได้แยกฟ้องกันเป็น 13 คดี ต่อมาถึงได้รวมกันเป็นคดีเดียว โดยศูนย์นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เข้าไปช่วยว่าความตั้งแต่ต้น

สำหรับคดีแพ่งก็เช่นกัน คือคดีถึงที่สุดแล้ว โดยศาลชั้นต้นให้แพรวา พ่อแม่ และผู้ให้แพรวายืมรถขับ (เป็นชายอายุ 31 ปี สนิทสนมกับแพรวา ถึงขั้นเคยไปรับไปส่งที่บ้าน) ชดใช้ค่าสินไหมรวมกัน 26.06 ล้านบาท ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้ลดหย่อนค่าเสียหายลง 20% เหลือ 21.63 ล้านบาท (หลังจากฝั่งแพรวาอ้างว่าคนขับรถตู้เองก็ประมาทด้วย) แต่ศาลฎีกาก็มีคำพิพากษากลางปี 2562 ให้ยึดค่าสินไหมตามศาลชั้นต้น เป็น 25.26 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปีนับแต่วันละเมิด

โดยระหว่างนั้น มีผู้บาดเจ็บรายหนึ่งกับพ่อแม่ สามารถตกลงกับฝ่ายแพรวาได้ ทำให้ถอนฟ้อง จำนวนได้รับค่าสินไหมทั้งหมดจึงเหลือเพียง 25 คน (จากเดิม 28 คน)

https://thematter.co/social/

ในคำบรรยายฟ้องต่อศาล เล่าข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ไว้ว่า

  • ก่อนเกิดเหตุ รถยนต์ที่แพรวาขับอยู่เลนขวาสุด (จากทั้งหมด 3 เลน) ส่วนรถตู้อยู่เลนกลาง ทั้งคู่แล่นด้วยความเร็วสูง
  • จากนั้นแพรวาได้เปลี่ยนจากเลนขวาสุดไปเลนซ้ายสุด
  • แต่เมื่อด้านหน้าของรถที่แพรวาขับขนานกับท้ายของรถตู้ กลับเปลี่ยนไปเลนขวากะทันหัน ทำให้หน้ารถชนเข้ากับด้านซ้ายของท้ายรถตู้อย่างแรง
  • จนรถตู้เสียหลักหมุนไปครูดกับคอนกรีตด้านซ้าย ก่อนชนกับเสาไฟฟ้าและเสาป้ายบอกทาง ทำให้ประตูเปิดออกและผู้โดยสารบางส่วนกระเด็นออกจากรถตู้
  • ส่วนรถของแพรวากระเด็นไปชนคอนกรีตด้านขวาและหมุนกลับไปชนรถตู้อีกครั้ง ก่อนไถลไปอยู่ในเลนซ้ายมือสุด ห่างจากจุดเกิดเหตุ 50 เมตร

คดีอาญา – สิ้นสุดแล้ว

บทลงโทษ: รอการลงโทษ 4 ปี / รายงานตัวทุก 3 เดือน / บริการสังคม 48 ชั่วโมงทุกปี / ห้ามขับรถยนต์จนกว่าจะอายุ 25 ปี หลังเกิดเหตุมีการยื่นฟ้องแพรวาต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ศาลชั้นต้นตัดสินให้จำคุกแพรวาในความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เป็นเวลา 3 ปี แต่เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ลดโทษลง 1/3 เหลือจำคุกเป็นเวลา 2 ปี และเป็นความผิดครั้งแรก ประกอบการรู้สำนึกในการกระทำผิด เปลี่ยนเป็นรอการลงโทษ 3 ปี กำหนดเงื่อนไขให้รายงานตัวทุกๆ 3 เดือน ให้ทำงานบริการสังคมดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ภายใน 2 ปี และห้ามขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ (หรือกลางปีพ.ศ. 2562 นี่เอง)

ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้ ให้รอลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 4 ปี กับให้ทำงานบริการสังคมดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุปีละ 48 ชั่วโมง ส่วนโทษอื่นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ทั้งนี้ ฝ่ายแพรวาได้ยื่นฎีกาด้วย แต่ศาลไม่รับ ทำให้คดีอาญาถึงที่สุดแล้ว

คดีแพ่ง – สิ้นสุดแล้ว

ศาลสั่งให้แพรวา พ่อแม่ และเจ้าของรถ ชดใช้ค่าสินไหมแก่ผู้เสียหายและญาติ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 25,261,164 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปีนับแต่วันที่ทำการละเมิด

ทั้งนี้ ผู้เสียหายและญาติฟ้องต่อศาลแพ่งเรียกค่าสินไหม รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 113,077,510 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี ศาลชั้นต้นให้ชดใช้ 26,061,137 บาท ศาลอุทธรณ์แก้เป็น 21,626,925 บาท โดยปรับลดค่าเสียหายต่อรายลงเฉลี่ย 20% เพราะจำเลยสู้ว่า คนขับรถตู้มีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุด้วย แต่ศาลฎีกาตีตกคำแก้ต่างดังกล่าว และปรับเพิ่มเป็น 25,261,164 บาท

https://thematter.co/social/9-years-praewa-case/80731