Skip to content
Home » News » โควิด19ระบาดเพิ่มในจีน

โควิด19ระบาดเพิ่มในจีน

โควิด19ระบาดเพิ่มในจีน เจ้าหน้าที่ทางการในเมืองอู่ฮั่นของจีนจะเริ่มตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19 กับประชากรทั้งเมือง หลังจากมีการตรวจพบเชื้อในคนจำนวนหนึ่ง โดยการระบาดครั้งใหม่ของโรคโควิด-19 ในจีน ยังคงลุกลามขยายวงกว้างออกไปอีกในหลายมณฑลทางตะวันออกของประเทศ

จีนกำลังพบการระบาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา โดยในช่วง 10 วันที่ผ่านมา มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาที่ได้รับการยืนยันแล้วกว่า 300 ราย ใน 15 มณฑลด้วยกัน และยังคงลุกลามขยายวงกว้างออกไปอีกในหลายมณฑลทางตะวันออกของประเทศ

กรณีของผู้ติดเชื้อที่พบใน 12 มณฑล จาก 15 มณฑลข้างต้น มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์การระบาดซึ่งมีจุดเริ่มต้นที่เมืองหนานจิง หรือ นานกิง ในมณฑลเจียงซูเมื่อปลายเดือนที่แล้ว โดยทางการจีนแสดงความเป็นห่วงว่า การระบาดครั้งนี้จะมีความรุนแรงยิ่งกว่าเก่า เพราะเป็นการแพร่กระจายของไวรัสโควิดกลายพันธุ์ชนิดเดลตา ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวภายในประเทศ

โควิด19ระบาดเพิ่มในจีน
https://www.bbc.com/thai/international-58066951

โควิด19ระบาดเพิ่มในจีน เมืองอู่ฮั่นพบผู้ติดเชื้อที่เกิดจากการติดเชื้อในพื้นที่ 7 คน ซึ่งเป็นการตรวจพบเชื้อในพื้นที่ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี เมืองที่มีประชากร 11 ล้านคนแห่งนี้ ตกเป็นที่สนใจจากทั่วโลก หลังจากมีการตรวจพบเชื้อไวรัสครั้งแรกที่นั่นในปี 2019

ขณะที่จีนได้รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันอังคาร (3 ส.ค.) 90 คน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Commission) ระบุว่า ในจำนวนนี้ 61 คน เป็นการติดเชื้อที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งในวันก่อนหน้าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เกิดจากการติดเชื้อในพื้นที่ 55 คน

จีนประสบความสำเร็จอย่างสูงในการควบคุมไวรัสในประเทศ แต่การแพร่ระบาดรอบใหม่นี้ ซึ่งมีการตรวจพบครั้งแรกในคนงานที่สนามบินในเมืองนานกิง ทำให้เกิดความกังวลขึ้น

เจ้าหน้าที่ทางการได้ตรวจหาเชื้อ 3 ครั้งในคนที่อยู่ในเมืองนานกิงแล้ว 9.2 ล้านคน คนและได้ใช้มาตรการล็อกดาวน์กับคนหลายแสนคน

แต่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานที่ถูกจับตามองแห่งใหม่คือ เมืองจางเจียเจี้ย จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมในมณฑลหูหนาน ซึ่งพบผู้ติดเชื้อหลายคน โดยคาดว่า นักท่องเที่ยวจากเมืองนานกิงได้เดินทางไปที่เมืองนี้ในช่วงไม่นานนี้

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้พุ่งเป้าไปที่โรงละครแห่งหนึ่งในเมืองจางเจียเจี้ย และกำลังพยายามแกะรอยคน 5,000 คนที่เข้าร่วมชมการแสดงและเดินทางกลับไปยังเมืองบ้านเกิดของตัวเอง

นายแพทย์จง หนานชาน ผู้เชี่ยวชาญโรคทางเดินหายใจของจีนบอกว่า “จางเจียเจี้ยได้กลายเป็นศูนย์กลางการระบาดแห่งใหม่ของประเทศไปเสียแล้ว”

ทางการยังสั่งปิดสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในเมืองจางเจียเจี้ยลงทั้งหมด ส่วนบรรดานักท่องเที่ยวจากต่างมณฑลก็จะต้องผ่านการตรวจหาเชื้อโควิดเสียก่อน จึงจะเดินทางกลับภูมิลำเนาได้

ที่เมืองซูโจวในมณฑลหูหนาน ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของจีน ทางการได้สั่งล็อกดาวน์โดยห้ามประชาชนกว่าหนึ่งล้านคนออกนอกเคหสถานเป็นเวลา 3 วัน พร้อมกับเร่งตรวจหาเชื้อและฉีดวัคซีนกันอย่างเต็มที่

https://www.matichon.co.th/foreign/news_2864578

นอกจากนี้ เชื้อสายพันธุ์เดลตายังแพร่กระจายไปถึงในกรุงปักกิ่งด้วย โดยมีรายงานการติดต่อของโรคภายในท้องถิ่นหลายกรณีแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสั่งระงับการเดินทางทั้งทางบกและทางอากาศระหว่างกรุงปักกิ่งกับเมืองที่พบผู้ติดเชื้อ รวมทั้งห้ามนักท่องเที่ยวทุกคนเดินทางเข้านครหลวง เว้นแต่ผู้ที่มีเหตุจำเป็นซึ่งมีผลการตรวจหาเชื้อโควิดเป็นลบ

ด้านเมืองเจิ้งโจวในมณฑลเหอหนาน ซึ่งเพิ่งประสบอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อเดือนที่ผ่านมา รวมทั้งที่เกาะไหหลำทางตอนใต้ของประเทศ ต่างก็มีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน

หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ของทางการจีน เรียกเหตุแพร่กระจายเชื้อระลอกใหม่นี้ว่า “การระบาดครั้งร้ายแรงที่สุดนับแต่อู่ฮั่นเป็นต้นมา” ทั้งยังตีพิมพ์บทบรรณาธิการวิพากษ์วิจารณ์ถึง “ช่องโหว่ขนาดใหญ่” ในมาตรการป้องกันโรคระบาดของรัฐบาลจีนด้วย

การระบาดครั้งนี้ยังก่อให้เกิดคำถามถึงประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวคและซิโนฟาร์ม ซึ่งเป็นวัคซีนตัวหลักที่จีนฉีดให้กับประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ หลังพบผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วติดเชื้อหลายราย แต่นักวิจัยของทางการจีนชี้แจงว่ากรณีดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ ในขณะที่วัคซีนยังคงมีประสิทธิภาพดีในการป้องกันไม่ให้เกิดอาการป่วยหนักหรือเสียชีวิต

ก่อนหน้านี้งานวิจัยของจีนเผยว่า เชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตาแบ่งตัวเพิ่มจำนวนในร่างกายมนุษย์ได้เร็วกว่าไวรัสชนิดดั้งเดิมถึง 1,000 เท่า แพทย์จากหลายประเทศทั่วโลกยังรายงานว่า เชื้อสายพันธุ์เดลตาแพร่กระจายและติดต่อกันได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า ส่วนผู้ป่วยที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาดูจะมีอาการทรุดหนักลงเร็วกว่า และต้องให้ออกซิเจนหลังเริ่มป่วยได้เพียงไม่นาน

https://www.dailynews.co.th/news/118989/

ขณะที่ทั่วประเทศจีน มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเพิ่มขึ้น 61 คน ในวันที่ 3 สิงหาคม โดยไวรัสกลายพันธุ์เดลต้าแพร่ระบาดไปยังหลายสิบเมืองของจีน หลังพบครั้งแรกในพนักงานทำความสะอาดสนามบินที่เมืองหนานจิง

เมืองหลักๆ หลายเมืองในจีนรวมถึงนครปักกิ่งก็สั่งตรวจหาเชื้อกับผู้คนหลายล้านคนในเมือง รวมถึงมีการปิดล้อมที่อยู่อาศัย และให้ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยอยู่ภายใต้มาตรการกักบริเวณตนเอง

นายหลี่ เทา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมืองอู่ฮั่นเปิดเผยในการแถลงข่าวในวันนี้ว่า เมืองอู่ฮั่นซึ่งมีประชากรประมาณ 11 ล้านคน จะดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ประชาชนทุกคน โดยใช้วิธีการทดสอบกรดนิวคลีอิก

ทั้งนี้ ทางการจีนประกาศเมื่อวานนี้ว่า เมืองอู่ฮั่นพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ 7 รายในกลุ่มแรงงานต่างชาติ หลังจากสามารถหยุดยั้งการระบาดรอบแรกได้เป็นผลสำเร็จด้วยการใช้มาตรการล็อกดาวน์เมื่อต้นปีที่แล้ว และไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศมานานกว่าหนึ่งปี

นอกจากนี้ จีนยังใช้มาตรการควบคุมให้ประชาชนในเมืองต่างๆ อยู่แต่ภายในบ้าน รวมถึงตัดการเดินทางที่เชื่อมต่อภายในประเทศ และระดมตรวจหาเชื้อขนานใหญ่เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ในขณะที่จีนกำลังต่อสู้กับการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายเดือน

ขณะเดียวกัน จีนรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่ม 61 รายในวันนี้ ในขณะที่เชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาระบาดไปยังเมืองต่างๆ กว่า 10 แห่ง หลังพบผู้ติดเชื้อเป็นพนักงานทำความสะอาดของสนามบินในเมืองหนานจิงก่อนจะเกิดการระบาดลุกลามไปทั่วประเทศ

นอกจากนี้ เมืองใหญ่อีกหลายแห่ง รวมทั้งกรุงปักกิ่งได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาชนไปแล้วหลายล้านคน พร้อมทั้งจำกัดการเดินทางออกนอกชุมชน และสั่งกักตัวผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ

ขณะเดียวกัน จีนรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่ม 61 รายในวันนี้ ในขณะที่เชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาระบาดไปยังเมืองต่างๆ กว่า 10 แห่ง หลังพบผู้ติดเชื้อเป็นพนักงานทำความสะอาดของสนามบินในเมืองหนานจิงก่อนจะเกิดการระบาดลุกลามไปทั่วประเทศ

นอกจากนี้ เมืองใหญ่อีกหลายแห่ง รวมทั้งกรุงปักกิ่งได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาชนไปแล้วหลายล้านคน พร้อมทั้งจำกัดการเดินทางออกนอกชุมชน และสั่งกักตัวผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ