Skip to content
Home » News » ไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 ใกล้ 6 แสนโดส

ไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 ใกล้ 6 แสนโดส

“หมอโอภาส” แถลงความคืบหน้า ไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งเข็ม 1 และ 2 ในประเทศไทย ตั้งแต่ 28 ก.พ.-12 เม.ย. 64 ใกล้แตะ 6 แสนโดส เผย กำลังเจรจาเพิ่ม รอฟังข่าวดี

วันที่ 13 เม.ย. 2564 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวที่กระทรวงสาธารณสุข โดยช่วงแรกเปิดเผยถึงความก้าวหน้า ไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย มีรายละเอียดดังนี้

จำนวนผู้ได้รับวัคซีนวันที่ 12 เม.ย 2564 จำนวน 8,480 โดส

  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 6,424 ราย
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 2,056 ราย
  • จำนวนผู้รับวัคซีนสะสม (28 ก.พ.-12 เม.ย. 2564) 578,532 โดส ในพื้นที่ 77 จังหวัด
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 505,215 ราย
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 73,317 ราย

ทั้งนี้ นพ.โอภาส ได้ยกตัวเลขอ้างอิงและกล่าวด้วยว่า เราฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้เร็วกว่าเป้าหมาย ขณะที่วัคซีนซิโนแวคที่เพิ่งเข้ามา 1,000,000 โดสนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานเสร็จสิ้นแล้ว ตอนนี้รอเอกสารของประเทศจีนที่จะส่งมาให้ครบถ้วน จากนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จะออกรายงานความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ก่อนเร่งกระจายออกไป เสร็จวันไหนกระจายวันนั้น ไม่เว้นวันหยุดราชการ อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมควบคุมโรค ยังระบุด้วยว่า ขณะนี้กำลังเจรจาขอซื้อวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติมอีกในปลายเดือนนี้ ขอให้รอฟังข่าวดีอีกครั้ง โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นของบริษัทใด ซึ่งหากมีความคืบหน้าในเรื่องนี้จะรายงานให้ทราบต่อไป.

ไทยฉีดวัคซีนโควิด-19
https://www.thairath.co.th/news/local/2068584
ไทยฉีดวัคซีนโควิด-19
https://www.thairath.co.th/news/local/2068584

67 วัน ไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 เพิ่มอีก 2.8 หมื่นโดส ยอดสะสมเกิน 1.6 ล้านโดส

คืบหน้าฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งเข็ม 1 และ 2 ในไทย 28 ก.พ.-5 พ.ค. 64 ยอดฉีดสะสมทะลุ 1.6 ล้านโดส เฉพาะวานนี้ 2.8 หมื่นโดส

วันที่ 6 พ.ค. 2564 ศูนย์ข้อมูล COVID-19 เปิดเผยความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย เป็นดังนี้

จำนวนผู้ได้รับวัคซีนวันที่ 5 พ.ค. 2564 จำนวน 28,758 โดส

  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 17,155 ราย
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 11,603 ราย
  • จำนวนผู้รับวัคซีนสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-5 พ.ค. 2564 (67 วัน) 1,601,833 โดส ในพื้นที่ 77 จังหวัด
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 1,167,719 ราย
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 434,114 ราย
ไทยฉีดวัคซีนโควิด-19
https://www.thairath.co.th/news/local/2085600

คนรับวัคซีนครบ 2 เข็ม 5.6 แสนราย ลุยฉีดให้คนขับรถสาธารณะ ชี้อาชีพเสี่ยง

ความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งเข็ม 1 และ 2 ในไทย 28 ก.พ.-11 พ.ค. 64 ยอดฉีดสะสมใกล้แตะ 2 ล้านโดส กทม. เดินหน้าฉีดให้คนขับรถขนส่งสาธารณะ เหตุ เป็นอาชีพเสี่ยง

วันที่ 12 พ.ค. 2564 แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย เป็นดังนี้

จำนวนผู้ได้รับวัคซีนวันที่ 11 พ.ค. 2564 จำนวน 37,111 โดส

  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 6,021 ราย
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 31,090 ราย

จำนวนผู้รับวัคซีนสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. – 11 พ.ค. 2564 (73 วัน) 1,935,565 โดส ในพื้นที่ 77 จังหวัด

  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 1,372,013 ราย
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 563,552 ราย

แพทย์หญิงอภิสมัย ระบุเพิ่มเติมว่า สํานักอนามัย กรุงเทพมหานคร รายงาน 2 ส่วนที่มีความเป็นห่วง คือ ขนส่งสาธารณะ หลังพบการติดเชื้อมากขึ้น เช่น คนขับรถสาธารณะประเภทต่างๆ แท็กซี่ รถเมล์ วินมอเตอร์ไซค์ พนักงานเก็บค่าโดยสาร พนักงานรถไฟฟ้า รวมถึงประชาชนที่เป็นผู้โดยสารติดเชื้อจากการใช้บริการขนส่งสาธารณะ ซึ่งที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก มีการพูดคุยกับกระทรวงคมนาคมและกรมควบคุมโรค จะมีการวางมาตรการเพิ่มเติมเพื่อทำให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ที่สำคัญมีการเสนอให้บุคคลสาธารณะที่มีอาชีพขับรถเหล่านี้ได้รับการฉีดวัคซีน โดยกรุงเทพมหานครเริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยงนี้แล้ว ส่วนที่สองคือ แรงงานต่างด้าวที่ป่วยแม้จะเข้ามาอย่างผิดกฎหมายก็ต้องให้การดูแล ตรวจหาเชื้อ หากพบผลบวกก็ต้องจัดสถานที่ให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม แต่เมื่อหายป่วยแล้วต้องนำเข้าสู่ระบบการจ้างงานตามกฎหมาย นอกจากนี้ ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมก็เข้ารับการตรวจโควิด-19 ได้ฟรีตามสถานที่กำหนด ในส่วนของกรุงเทพฯ อยู่ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เปิดบริการถึง 31 พ.ค.นี้

ส่วนเรื่องประชาชนร้องเรียนพื้นที่ฉีดวัคซีนมีความแออัดเสี่ยงการติดเชื้อนั้น ทุกภาคจะจัดการระบบให้ดีขึ้น พร้อมฝากประชาชนให้เฝ้าระวังตัวเองในขณะที่เข้ารับบริการตรวจหาเชื้อหรือฉีดวัคซีนโควิด-19 หากพบการจัดการที่ไม่เหมาะสมขอให้รายงานเข้ามาเพื่อช่วยกันพัฒนาให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย