Skip to content
Home » News » World Wide Web เครือข่ายพลิกประวัติศาสตร์

World Wide Web เครือข่ายพลิกประวัติศาสตร์

World Wide Web
https://www.bbc.com/thai/47534861

World Wide Web เครือข่ายพลิกประวัติศาสตร์ “คลุมเครือแต่น่าตื่นเต้น” คำตอบกลับสั้น ๆ จากเจ้านายของเซอร์ทิโมที จอห์น เบอร์เนิร์ส-ลี หรือเซอร์ทิม ในวันนี้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว กับการนำเสนอผลงานพลิกประวัติศาสตร์โลก ภายใต้หัวข้อ “แบบเสนอโครงการ การจัดการข้อมูล” เมื่อปี พ.ศ.2532 ผลงานที่ เซอร์ทิม เสนอในวันนั้นได้ทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้ค้นคิดที่สำคัญที่สุดในโลก

นักวิศวกรซอฟแวร์ที่คิดค้นเครือข่ายใยแมงมุมหรือเวิลด์ไวด์เว็บ ผู้นี้ได้นำเสนอผลงานของเขาเมื่ออายุ 33 ปี จนวันนี้ เครือข่ายที่เขาคิดค้นเป็นผลงานพลิกประวัติศาสตร์โลกอินเตอร์เน็ตที่เราใช้กันอยู่ปัจจุบัน โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากการที่เซอร์ทิม ได้พยายามหาทางแชร์ข้อมูลจากไฮเปอร์เท็กซ์ (ข้อความหลายมิติ) ผ่านลิงค์เพื่อให้เพื่อนร่วมงานของเขาที่องค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป หรือ CERN ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้แบ่งปันข้อมูลระหว่างกันได้หลาย ๆ เครื่องพร้อมกัน

เจ้านายของเซอร์ทิมให้เวลาเขาในการพัฒนาแผนผังลำดับงานแบบง่าย ๆ ให้เป็นต้นแบบการทำงาน การเขียนภาษา HTML แอปพลิเคชัน HTTP และ WorldWideWeb.app ที่กลายมาเป็นเว็บเบราว์เซอร์ ต่อมาภายในปี พ.ศ.2534 เว็บเซิร์ฟเวอร์ก็พร้อมเปิดใช้งานสู่บุคคลภายนอก

อนาคตที่ไม่ปกติ 

เซอร์ทิมได้ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีในโอกาศครบรอบ 30 ปี ของ World Wide Web โดยแสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัดต่อการใช้งานเว็บในยุคปัจจุบัน เขาเรียกร้องให้ทั่วโลกร่วมเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้กับปัญหาการใช้งานเว็บที่ “ตกต่ำลงและมุ่งไปสู่อนาคตที่ไม่ปกติ” 

เขาบอกกับบีบีซีว่าขณะนี้ผู้คนเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงในฐานะผู้ใช้งานเว็บไซต์ หลังเกิดกรณีอื้อฉาว Cambridge Analytica ที่สื่อโซเชียลมีเดียนำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ไปใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 

เซอร์ทิมยังกล่าวอีกว่าปัญหาการแฮ็คนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานไปใช้ และการแจ้งข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นจริงควรได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน ในจดหมายเปิดผนึกของเขาที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่าคนหลายคนเริ่มมีความเคลือบแคลงต่อความปลอดภัยในการใช้เว็บ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เขากังวล

“ผมมีความกังวลใจเกี่ยวกับการแพร่กระจายของข้อมูลที่น่ารังเกียจและข้อมูลที่ผิดจากความเป็นจริงมาก” 

ในจดหมายเปิดผนึกของเซอร์ทิม เขาได้ระบุความผิดปกติที่จะนำไปสู่ความไม่ปลอดภัยในการใช้เว็บไว้สามประการได้แก่

  • กิจกรรมประสงค์ร้าย เช่น การแฮ็คข้อมูลและการสร้างความตื่นตระหนก 
  • การออกแบบระบบที่ยากจะแก้ปัญหา เช่น รูปแบบธุรกิจที่ใช้การล่อลวงผ่านคลิกเบต (clickbait)
  • ผลที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เช่น การถกเถียงกันอย่างรุนแรงหรือการแบ่งพรรคแบ่งพวก

เซอร์ทิมบอกว่าปัญหาเหล่านี้ส่วนหนึ่งสามารถจัดการได้ผ่านการบังคับใช้กฎหมายและระบบที่จำกัดลักษณะนิสัยแย่ ๆ ในการใช้งานสื่อออนไลน์

แต่ความคิดริเริ่มเช่นนี้ต้องให้ทุกคนในสังคมมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับประชาชนทั่วไป ไปจนถึงผู้นำทางธุรกิจและการเมือง

“เราต้องการผู้กล้าที่จะนำความเปลี่ยนแปลงไปสู่รัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่มาจากการเลือกตั้ง ที่จะต้องจัดการเมื่อพบว่าผลประโยชน์ของภาคธุรกิจเอกชน มีผลคุกคามต่อสาธารณชนและผู้นั้นต้องกล้าที่จะยืนหยัดเพื่อปกป้องเว็บ”เซอร์ทิมกล่าว

เว็บมีความสำคัญอย่างไร 

รอรี เซลลัน-โจนส์ ผู้สื่อข่าวสายเทคโนโลยีของบีบีซี บอกว่า World Wide Web หรือที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่าเว็บ ได้กลายมาเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดสาธารณะให้คนทั่วไปได้ใช้งานกันทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในหมู่นักวิทยาศาสตร์เท่านั้น 

มันทำหน้าที่เชื่อมต่อโลกทั้งใบในแบบที่ไม่เคยทำได้ในอดีต และช่วยให้ผู้คนได้รับข้อมูล แบ่งปันข่าวสาร และสื่อสารถึงกันและกันได้ง่ายขึ้น 

มันยังมีส่วนช่วยให้ผู้คนได้แบ่งปันผลงานและความคิดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คต่าง ๆ ที่มีอยู่อย่างหลากหลาย ผ่านบล็อกและการแชร์วิดีโอ

เมื่อเวลาผ่านพ้นไป เครือข่ายใยแมงมุมที่เซอร์ทิมได้คิดค้นขึ้นมาก็เริ่มแปลงเปลี่ยนมาเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำมาใช้ประโยชน์กันมากขึ้นเพราะรูปแบบแพลตฟอร์มแบบเปิด ทำให้ใครก็เข้ามาใช้งานได้ และเกิดการแบ่งปันข้อมูลข่าวสารออนไลน์ การใช้งานเว็บจึงไม่ปลอดภัยอีกต่อไป 

โดยเว็บเองก็ได้ปฏิวัติรูปแบบชีวิตที่เราคุ้นเคยภายในเวลาไม่นานนัก และนำเราเข้าสู่ยุคแห่งข้อมูลโดยสมบูรณ์แบบ ถึงวันนี้ในโลกของเรามีเว็บไซต์กว่า 2 พันล้านเว็บไซต์ 

“มีนวัตกรรมน้อยมากที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งอย่างแท้จริง” เจฟ จาฟเฟ่ ซีอีโอของ World Wide Web Consortium กล่าว ” เว็บเป็นนวัตกรรมที่มีส่งผลกับชีวิตผู้คนมากที่สุดในยุคสมัยของเรา”

เซอร์ ทิม เบอร์เนอร์ส ลี ผู้ประดิษฐ์คิดค้น เวิลด์ไวด์เว็บ (www.) เผยแพร่จดหมายเปิดเผนึกแจกแจงแผนกลยุทธ์ 5 ปี เพื่อต่อสู้กับข่าวปลอมและข้อมูลเท็จในสื่อออนไลน์

เซอร์ ทิม เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต เนื่องในวาระครบรอบ 28 ปีของ www. ซึ่งเป็นหนึ่งในเว็บเบราว์เซอร์ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตทั่วโลก โดยจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ ระบุว่า เขาต้องการต่อสู้การนำข้อมูลผู้ใช้ส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องโดยอ้างว่าเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเขายังเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดต่อการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการโฆษณาทางการเมืองที่ไร้จริยธรรมด้วย 

ผู้ก่อตั้ง www. ต้องการให้ผู้คนที่ใช้งานเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เขียนบล็อก ทวิตเตอร์ โพสต์รูป วิดีโอ รวมถึงผู้ใช้เว็บเพจ ช่วยคิดว่าจะทำให้เว็บไซต์เป็นเครื่องมือเข้าถึงโอกาสและความเท่าเทียมอย่างไร

อีกทั้งต้องการทำงานร่วมกับบริษัทผู้ให้บริการ เพิ่มความเป็นธรรมให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเลือกรับข้อมูลได้มากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ใช้งานไม่สามารถบอกผู้ให้บริการได้เลยว่า ข้อมูลแบบไหนที่พวกเขาไม่ต้องการได้รับ

นอกจากนี้ เซอร์ ทิม ยังแสดงความกังวลถึงการสอดส่องการใช้อินเทอร์เน็ตของรัฐบาลว่ามีมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถใช้เว็บไซต์ค้นหาข้อมูลบางอย่างได้ เช่น ข้อมูลสุขภาพ เรื่องเพศ และศาสนา

ส่วนการใช้งานสื่อโซเชียลและเสิร์ชเอ็นจิ้นซึ่งเป็นเครื่องมือสืบค้นข้อมูล ทิมระบุว่า ระบบอัลกอริธึ่มของสื่อโซเชียล มักเสนอข้อมูลที่เล่นกับความรู้สึก มากกว่าสะท้อนความจริง ทำให้ข้อมูลแบบนี้ถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว

เขาเรียกร้องว่า “สื่อสังคมออนไลน์และเสิร์ชเอ็นจิ้น ต้องสนับสนุนความพยายามต่อสู้ข่าวลวง-ข่าวปลอมต่างๆ ด้วย” อย่างไรก็ตาม เซอร์ ทิม ระบุว่า ผู้ให้บริการควรหลีกเลี่ยงที่จะตัดสินเองว่าข้อมูลไหนจริงหรือไม่จริง 

สำหรับข้อเสนอในการแก้ปัญหา ผู้ก่อตั้ง www แนะนำว่า การหารายได้ผ่านระบบบอกรับสมาชิกหรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอัตโนมัติของผู้ให้บริการ ต้องไม่รวมถึงการโฆษณาหลอกลวงจำพวกนี้ นอกจากนี้ ระบบจะต้องโปร่งใสเพียงพอ

เพื่อให้ผู้ใช้งานรู้ว่าข้อมูลอะไรอยู่ในหน้าจอพวกเขา เขายังเน้นย้ำความกังวลว่าการโฆษณาทางการเมืองออนไลน์ ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ซับซ้อนไปแล้ว เพราะมีข้อบ่งชี้บางอย่างที่บอกว่ามีการใช้วิธีที่ผิดจริยธรรม 

ทั้งนี้ ในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา สื่อโซเชียล เช่น เฟซบุ๊ก ถูกโจมตีอย่างหนักว่าระบบอัลกอริธึ่มมีช่องโหว่ ทำให้ข้อมูลเท็จที่สนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกเผยแพร่ผ่านเครือข่ายสื่อโซเชียลอย่างแพร่หลาย โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เช่น ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งไม่เห็นโพลสำรวจความเห็น

เพราะระบบประมวลผลเสนอหน้าเว็บข่าวลวงในสื่อโซเชียลแทน จึงมีผู้วิจารณ์ว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวมีส่วนช่วยให้นายทรัมป์เอาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีไปได้สำเร็จ

วันที่ในข่าวนี้ 1 มกราคม 1989 วันที่ประมาณการ